มนุษย์ไม่เคยเป็นตัวของตัวเอง

                     สมมุติว่าขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง ท่านเดินออกมาหน้าบ้านเห็นสภาพที่หน้าบ้านผิดไปจากเดิม สนามหญ้าเปียกแฉะ ต้นไม้หักไป2ต้น ไม้กระดานซึ่งรองไว้ที่หน้าบันไดหายไป และอื่น สภาพที่ปรากฏต่อท่านเมื่อเวลา12.00น. ของวันนี้ท่านทราบดีว่าเกิดจากฝนตกหนักซึ่งเพิ่งจะหยุดไปเมื่อตะกี้นี้ สภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมันมิได้เกิดขึ้นลอยๆ ก่อนหน้านี้ขึ้นไปจะต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นและอะไรบางอย่างนี้เองเป็นตัวกำหนดที่ทำ ให้สภาพปัจจุบันเป็นอย่างที่เห็นอยู่นี้ ที่สภาพหน้าบ้านเป็นเช่นนี้ก็เพราะก่อนหน้านี้เล็กน้อยฝนตกหนัก สมมุติว่าฝนเริ่มตกเมื่อเวลา11.30น. เราก็อาจสืบสาวต่อไปได้ว่าก่อนเวลา11.30น. นั้นจะต้องมีอะไรบางอย่างที่เป็นตัวกำหนดหรือเป็นสาเหตุที่ทำให้เวลา11.30น. มีสภาพอย่างนั้น (ฝนตก) กล่าวคือมีเมฆสีดำลอยมาเหนือบริเวณนั้น และการที่มีเมฆสีดำลอยมาตรงนั้นได้ก็เพราะก่อนหน้านั้นขึ้นไปเล็กน้อยมีลมพัด และการที่ลมจะพัดได้นั้นก็จะต้องมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเสียก่อน

                       เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นอันว่าไม่มีอะไรในจักรวาลที่มีอิสระภาพ คือไม่มีอะไรเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีอะไรที่กำหนดความเป็นไปของตนให้กับตนเอง และไม่มีวัตถุสิ่งใดที่สามารถปฏิเสธแรงผลักดันจากสภาพที่อยู่ล้อมรอบตัวมันได้ ทุุกอย่างดำเนินไปเพราะถูกกำหนดโดยสิ่งอื่น ภาวะปัจจุบันเป็นผลอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ของสภาพก่อนหน้านั้น ฝนจะตกหรือไม่ตก ลมจะพัดหรือไม่พัด ใบไม้จะร่วงหรือไม่ร่วง ทั้งฝนลมและใบไม้ไม่เป็นอิสระที่จะเลือกวิถีทางที่มันจะดำเนินไป มันจะต้องเป็นอย่างนั้นหรืออย่างนี้อย่างไม่มีข้อแม้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างจักรกล