รศ. ดร. มงคล รายะนาคร แห่ง มช. ส่งผลการวิจัยเปรียบเทียบผลงานวิจัยตีพิมพ์ของประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย มาให้ เป็นการศึกษาจากข้อมูลใน ISI ระหว่างวันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๘ – ๓๐ มิ.ย. ๒๕๕๓ อ่านได้ที่นี่
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
กระผมคิดว่าหากทำได้ ทำให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ขึ้นมา สังคมก็มีวิจารณญาณในการใช้ชีวิตที่สูงขึ้น มีตนเองเป็นที่พึ่ง จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งที่มีฐานที่วิถีชีวิตทั้งปัจเจก ครัวเรือนและสังคม ระบบที่สร้า้งขึ้นมาจะทำให้สังคม มีความเจริญทางวัตถุและมีความดีงามประกอบด้วยปัญญา กระผมมองว่า การสร้างสายวิชาการแบบนี้จะยกกันไปทั้งแผง เป็นการยกระดับที่อยู่ในทางดีงามด้วย เป็นการใช้ปัญญาในทางแห่งความดี ทางประเสริฐ ยั่งยืน ในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตจริงๆ หากสังคมอ่อนแอ ไหลไปตามกิเลสสุดโต่งแล้ว บ้านเมือง ทรัพยากรธรรมชาติก็คงพังพินาศ กระผมก็มองว่าวิชาการสายนี้ถ้าเข้มแข็งขึ้นมา บ้านเมืองจะพัฒนาอย่างมากมาย หลากหลายมิติ เพราะเมื่อทุกอย่างอยู่ในทางที่ดี ผลดีก็ตามมาเป็นลูกโซ่ ประดุจเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ขอให้เกิดเร็วๆครับผม แรกๆก็คงพัฒนาไปเรื่อยๆครับผม แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มที่ดีมากๆ
ด้วยความเคารพครับผม
นิสิต
เนื่องจากลิงค์ที่ให้ไว้ในเรื่องเปรียบเทียบความเข้มแข็งด้านการวิจัยของ ๔ ประเทศ ไปไม่ถึงไฟล์ข้อมูลเดิมของเรื่องนี้ เพื่อให้ผู้ที่ยังสนใจในเรื่องนี้ยังสามารถติดตามข้อมูลดังกล่าวได้อยู่ ผมจึงนำไฟล์เดิมมาใส่ไว้ให้อีกที่นี่researchptl-TMSV2005-062010.pdf