กระเช้าหยุดลงในช่วงนี้ มัคคุเทศก์แจ้งให้ลง เพื่อเปลี่ยนขึ้นกระเช้าใหญ่มีความจุขนาด 60-80 คน เพื่อเดินทางต่อ สู่ช่วงที่สาม
สัมผัสหิมะบนเขาติตลิส-2
โสภณ เปียสนิท
..........................
กระเช้าหยุดลงในช่วงนี้ มัคคุเทศก์แจ้งให้ลง เพื่อเปลี่ยนขึ้นกระเช้าใหญ่มีความจุขนาด 60-80 คน เพื่อเดินทางต่อ สู่ช่วงที่สาม บนกระเช้าใหญ่เราต่างแย่งกันเลือกมุมที่มองออกไปข้างนอกได้สะดวก เพื่อใช้สายตาเก็บภาพเหล่านั้นไว้ในความทรงจำให้ได้มากที่สุด กระเช้าหมุนรอบตัวอย่างช้า ๆ เพื่อเปลี่ยนมุมมองแก่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ
ถึงยอดเขา ต่างคนต่างเร่งรีบลง ด้วยเกรงว่าหากช้าอาจติดกระเช้ากลับลงไปก่อนที่จะได้เที่ยวชมให้สมใจ มองทางไหนเห็นแต่ทะเลหิมะสีขาวโพลนทับถมปกคลุมยอดเขาจากใกล้ถึงไกล ลมหนาวเหน็บพัดพรายหิมะกระจายลอยไปในอากาศ โรยไอหนาวลอยไปกับสายลม มองหิมะสีขาวสะท้อนจนรู้สึกแสบตา
จุดนัดหมายแรกคือร้านอาหารพาโนราม่าเหนือยอดเขาติตลิส เนื่องจากเลยเวลาเที่ยงมากโข ต่างรีบจับจองที่นั่งริมหน้าต่าง เพื่อสอดสายตามองความหนาวเย็นเยือกข้างนอก ชื่นชมความงดงามที่แตกต่าง และหาชมได้แสนยากในบ้านเรา
หลังรับประทานอาหารเที่ยงแล้ว มัคคุเทศก์นัดหมายให้พบกันที่ทางลงเวลาบ่ายสามโมง ก่อนให้เราเดินชมโดยเสรี บางคนเดินเยี่ยมชมร้านจำหน่ายสินค้าบนยอดเขา บางคนนั่งมองทิวทัศน์อย่างดื่มด่ำ ผมตามจับกลุ่มเข้าชมอุโมงค์น้ำแข็ง พื้นทางเดินมีไม้กระดานปู แต่ค่อนข้างลื่น ปลายอุโมงค์เป็นหน้าผาสูงชันมองไม่เห็นความลึกข้างล่าง มีแยกช่องทางหนึ่งเป็นน้ำแข็งล้วน พื้นน้ำแข็ง ด้านข้างเป็นน้ำแข็ง ข้างบนเพดานเป็นน้ำแข็ง หนาวจนกล้องคู่ใจที่เตรียมไปด้วยดื้อด้านเป็นตะคริวไม่ยอมทำงาน งอนง้อกราบกรานอธิษฐานบนหัวหมูแล้วกดชัดเตอร์หลายครั้งเพียงใดก็ยังไม่ยอม ต้องรอจนออกจากอุโมงค์จึงทำงานเหมือนเดิม กล้องขี้หนาวนะนี่
ชมอุโมงค์แล้วคราวนี้ถึงคราวเล่นหิมะ เดินตามช่องทางออกสู่ลานหิมะ ช่องทางนี้เหมาะสำหรับนักทัศนาจรที่ต้องการสัมผัสของจริง หิมะตรงนี้สะอาดขาวโพลน บางคนโพสท่าต่าง ๆ นานาเพื่อถ่ายภาพ บางคนถึงขนาดลงนอนกลางหิมะ บางคนปั้นหิมะขวางเล่น บางคนยืนคุยกันกลางหิมะ ผมถ่ายรูปสองสามบานแล้วต้องกลับมายืนข้างในใกล้ ๆ ทางออก บังลมลดความหนาวเย็นให้ร่างกายวัยชรา
ในที่สุดเวลาแห่งความสุขก็สิ้นสุดลง ถึงเวลานัดหมายกลับสู่เบื้องล่าง ปราชญ์กล่าวไว้ว่า “เวลาแห่งความสุขนั้นแสนสั้น” คำนี้เป็นจริงเสมอ ช่วงเวลาสามชั่วโมงกว่าดูเหมือนว่าเพิ่งจะผ่านไปแค่หนึ่งนาที แม้ว่าในส่วนลึกจะไม่ค่อยชอบการเดินทางกลับ แต่ในอีกอารมณ์หนึ่งการเดินทางกลับเหมือนการทบทวนความรู้สึกว่าจะเหมือนในเที่ยวมาหรือไม่
เมื่อมัคคุเทศก์นับจำนวนลูกทัวร์เสร็จแล้วสั่งออกรถ หลายคนเหลียวหลังมองหมู่เขาด้วยรอยอาลัย รถแล่นกลับทางเก่าอย่างช้า ๆ นานนับชั่วโมงที่เราต่างนั่งเงียบ มัคคุเทศก์บอกเล่าข้อมูลเมืองลูเซิร์นให้ผมจดบันทึก
ลูเซิร์นเป็นเมืองเล็ก ๆ มีประชากรราว 70000 คน มีสะพานไม้อันเก่าแก่มีชื่อเสียงคู่เมืองมาช้านาน ร้านนาฬิกาชื่อดังอยู่ตรงหัวมุมถนน ออกเสียงภาษาไทยว่าร้านบุคเค่อเร่อร์ ร้านมานอร์ ร้านไมกรอสอยู่ข้างในสุดซอย เราเดินชมเลือกซื้อของที่ระลึกตามใจปรารถนา ตามแรงเงินในกระเป๋า และที่สำคัญแจ้งการนัดหมายเวลาอาหารเย็นเวลา 18.30 น. ขอให้มาพบกันที่ร้านอาหารชื่อเอเชียทาวน์ Asea Town
ผมเดินชมเมืองอย่างสบายอารมณ์ แวะคุยกับฝรั่งริมทางนิดเดียว หันมาไม่พบกลุ่มเสียแล้ว มองไปมองมาหาทางกลับไม่เจอ เพราะจำทิศไม่ได้ ทั้งที่ไม่ไกลจากจุดเริ่มต้นมากนัก อุ่นใจอยู่นิดว่า คงใช้ภาษาอังกฤษสอบถามฝรั่งแถวนี้ได้ หากหลงจริงจะถามถึงร้านบุคเคอร์เร่อร์ขายนาฬิกาหัวถนน แต่โชคดีครับ เดินย้อนมาไม่นานพบเพื่อนพ้องเข้าจนได้ โล่งใจไปที
ผมเดินชมเมืองอย่างสบายอารมณ์ แวะคุยกับฝรั่งริมทางนิดเดียว หันมาไม่พบกลุ่มเสียแล้ว มองไปมองมาหาทางกลับไม่เจอ เพราะจำทิศไม่ได้ ทั้งที่ไม่ไกลจากจุดเริ่มต้นมากนัก อุ่นใจอยู่นิดว่า คงใช้ภาษาอังกฤษสอบถามฝรั่งแถวนี้ได้ หากหลงจริงจะถามถึงร้านบุคเคอร์เร่อร์ขายนาฬิกาหัวถนน แต่โชคดีครับ เดินย้อนมาไม่นานพบเพื่อนพ้องเข้าจนได้ โล่งใจไปที
คงสนุกและได้เรียนรู้มากเลยนะครับ
เรียนคุณอังคาร
จริงอย่างคุณว่าครับ คิดเอาว่า โอกาสอย่างนี้คงหายาก จึงบันทึกไม่หยุดเลย สนุกมาก
การเดินทางคือความตื่นเต้นเร้าใจ เดินทางมากเกินไปย่อมหมดตังค์
เรียนท่านอาจารย์โสภณ
อาจารย์อย่าลืมเที่ยวเผื่อหนูด้วยนะคะ ง่วงแล้วค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
เรียนคุณยาย
แอบไปดูคุณยายไชโยดังลั่นต้อนรับผอ.ใหม่แล้วคร้าบ
แต่ยังไม่ได้แซวเลยว่า เสียงดังมาก คนไข้วิ่งหนีเลย ฮาครับ งานนี้
เวลาที่ขึ้นถึงยอดเขา เห็นคนยืนรอรับชิ้นไม้เล็กๆเป็นที่ระลึกว่าได้มาถึงยอดเขาแล้ว มีชื่อ Mt. Titlis แต่ต้องยืนรอเขาเผาเหล็กประทับชื่อ Mt.Titlis ให้ร้อนเพื่อเอาไปนาบกับชิ้นไม้หนาวก็หนาว แต่ก็สนุกดี
เผลอนิดเดียวตามมาถึงนี่แล้ว
ค่อยๆ อ่านนะครับ เดี่ยวจะเบื่อเสียก่อน
ไปทานข้าวกลางวันบนยอดเขา
ได้รสชาติไปอีกแบบหนึ่งครับ
ตอนเดินดูตามอุโมงค์ข้างบนนั่น
หนาวจนกล้องหยุดทำงานเลยครับ
ขอเพิ่มเติมนิด ตัวหนังสือที่ชิ้นไม้ Mt. Titlis Rotair คำว่า Rotair คือ Cable car ที่ขึ้นต่อจากรถกระเช้า ไปจนถึงยอดเขา ซึ่งเป็นแห่งแรกของโลก จุคนได้มากกว่ากระเช้า (gondola) ค่ะ
ผมและคณะไปไกลสุดแค่ สุดทางของเคเบิ้ลคาร์ นั่นเอง
คงไปไม่ถึงยอดเขาหรอก
เพระมัวแต่หนาวอยู่กระมัง
มองไม่เห็นทางขึ้นต่อจากนั้นอีก
แอบไปวิ่งบนหะมิ เอ้ย....หิมะ นิดหน่อย
ถ่ายรูปเสร็จก็รีบกลับเข้ามาข้างใน