การจัดการความรู้เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง จึงควรคำนึงถึงความเป็นวัฒนธรรมที่ไม่มีลักษณะของเส้นตรง แต่มีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย การยึดถือทฤษฎีหนึ่งอย่างตายตัว โดยไม่คำนึงถึงบริบทต่าง ๆ ทางวัฒนธรรมก็อาจนำไปสู่ความล้มเหลวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทฤษฎีการเรียนรู้ส่วนใหญ่มักยึดมั่นเฉพาะปัจจัยทางด้านวัตถุและสิ่งที่สามารถสัมผัสได้โดยประสาทสัมผัสภายนอก ละเลยปัจจัยทางจิตวิญญาณซึ่งไม่อาจสัมผัสได้โดยประสาทสัมผัสทั้งห้า ที่สำคัญวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มักรวมเอาปัจจัยทางจิตวิญญาณของผู้คนไว้เสมอ

        ดังนั้น การจัดการความรู้จึงต้องหมายรวมทั้งความรู้เชิงวิทยาศาสตร์และความรู้เชิงอุดมคติที่เป็นความเชื่อทั้งหลายด้วย จึงจะเรียกได้ว่าเป็นความรู้แบบบูรณาการและไม่แข็งกระด้างอย่างทฤษฎีส่วนใหญ่