แม่สอด เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตาก อยู่ทางตะวันตกของประเทศ อยู่ติดกับชายแดนระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า หรือเมียนม่าร์ มีแม่น้ำเมยกั้นพรมแดน ฝั่งตรงข้ามกับเมืองแม่สอดของประเทศไทยจะเป็นเมืองเมียวดีของประเทศสหภาพพม่า เชื่อมแผ่นดินด้วยสะพานมิตรภาพไทย - พม่า เป็นเขตการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ ในแต่ละวันจะมีเงินหมุนเวียนสะพัด ประชาชนทั้ง 2 ประเทศต่างเดินทางมาทำการค้า มีทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค เครื่องใช้จำเป็น ผู้คนทั้ง 2 ฝั่งคึกคักมากหน้าหลายตา

[เส้นทางรถยนต์จากตัวจังหวัดตากมุ่งสู่อำเภอแม่สอด]

[และทิวทัศน์สองข้างทาง]

[สภาพภายในตัวอำเภอแม่สอด]

[คึกคักด้วยรถยนต์ เจริญด้วยอาคารพาณิชย์]

[อาคารเช่าออกบัตรผ่านแดนชั่วคราวในศูนย์การค้าแม่เมยซิตี้ คนละ 50 บาท]

[สะพานมิตรภาพไทย - พม่า ข้ามแม่น้ำเมยไปยังเมืองเมียวดี]

[ข้างล่างเป็นแม่น้ำเมยกั้นพรมแดนไทย - สหภาพพม่า]

[เจดีย์ทอง]

[หรือเจดีย์ชเวเมียนโหว่นแซตี้]

[อันวิจิตร งดงาม]

[ซึ่งจำลองมาจากเจดีย์ชเวดากองที่ย่างกุ้ง]

[พระพุทธรูปภายในวัดเจดีย์ทอง]

[โดยช่างศิลป์ชาวพม่า]

[อันสวยสด งดงาม]

[พุทศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวพม่านิยมไปกราบไหว้บูชา]

[วัดจระเข้หรือมิดจองโกง]

[ภายในอาคาร]

[ซึ่งเป็นศาลาหลังใหญ่]

[สงบ ร่มเย็น]

[สถาปนิกออกแบบงานศิลป์ชาวพม่า]

[และนี่คือพาหนะ]

[กับนักท่องเที่ยวชาวไทย]

[นำพาเที่ยวชมเมืองเมียวดี]

[อย่างสนุกสนาน]

[สภาพร้านจำหน่ายอาหาร]

[และสภาพทั่วไปของเมืองเมียวดีบริเวณนอกเมือง]

[สวยสดงดงามอลังการ]

[ปกปักรักษาไว้ด้วยทวยเทพ]

[อีกมุมหนึ่งของสถาปัตยกรรม]

[อาคารร้านค้า]

[และวิถีชีวิตชาวบ้าน]

[สภาพความเป็นอยู่]

[บ้านเรือนเหมือนกับชนบทของชาวไทย]

[ที่นี่ผู้หญิงชาวพม่าจะนิยมทูนสิ่งของไว้เหนือศีรษะ]

[สภาพหมู่บ้านที่อยู่ชานเมือง]

[พุทธศิลป์]

[ของช่างพม่า]

[ที่บ่งบอกถึงศรัทธาของคนที่นี่]

[และเป็นการแสดงฝีมืองานศิลป์]

[อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชนชาติ]

[ศาลาไม้ภายในวัด]

[ภายในตัวเมืองเมียวดี]

[เจริญด้วยอาคารวัตถุ]

[ตลาดบุเรงนอง]

[หน้าตลาด]

[รถราขวักไขว่ บีบแตรได้ตลอดทั้งวันโดยไม่มีใครโกรธกัน]

[เสื้อแดงเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยแต่สวมใส่เสื้อเมืองหลวงพระบางประเทศลาว ส่วนคนเสื้อขาวคือไกด์นำเที่ยวชาวพม่าถามแล้วเขาให้เรียกตัวเขาว่า ซอหม่อง]

[.....และแล้วรอยรำลึกเมืองเมียวดีด้วยการจากลาสายน้ำเมยที่แห้งขอดกับขุนเขาที่ทอดตัวยาวเหยียดขนานไปกับขอบฟ้าสีครามอย่างตราตรึงมิรู้วาย]