เหมือนใบไม้เหลือง

 

ท่ามกลางความเงียบสงัด   ไร้ซึ่งเสียงหรีดหริ่งเรไรส่งเสียงร้อง  ชายชราใช้สองมือที่แห้งเหี่ยวกดลงบนฟูก  และค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาจากเตียงเก่าๆ   มองท้องฟ้าที่มืดมิดพร้อมกับถอนหายใจอย่างแผ่วเบา  ทุกอย่างหยุดนิ่งและเขาค่อยๆเคลื่อนไหวช้าๆด้วยไม้เท้าขนาดพอดีมือ  อากาศเริ่มหนาวเย็นในยามสนธยา   คงมีเพียงเสียงสะอื้นไห้ในหัวใจของชายผู้ทรนงองอาจในอดีต ............


 ด้วยสภาพจิตใจที่อ่อนแอ  ส่งผลให้โรคภัยไข้เจ็บได้มาเยือนตามธรรมชาติของอายุขัย   สังขารที่ร่วงโรยเปรียบเสมือนใบไม้เหลืองที่เหี่ยวเฉา  รอวันร่วงหล่นลงจากต้น..... ชายชราเฝ้ารำพึง รำพัน ถึงเรื่องราวที่ผ่านมาตลอดอายุ 80  กว่า ปี    มองย้อนกลับไปเมื่อตอนเป็นเด็กชาย   ทุกอย่างช่างดูสดใส  สนุกสนานเมื่อได้เล่น....พอย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม ....ความคึกคะนองยังคงโลดแล่นอยู่ในหัวใจ  มีความหวัง  มีความฝันอันยิ่งใหญ่และพร้อมที่จะก้าวเดินไปด้วยใจที่มุ่งมั่น.....เป็นวัยแห่งการแสวงหาซึ่งความรัก มีความปรารถนาอันแรงกล้า  และไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงง่ายๆ.....เมื่อมีความรักและตกลงปลงใจอยู่ร่วมกับคู่ชีวิต....ต่างคนต่างมีความตั้งใจที่จะทำชีวิตครอบครัวให้ดีที่สุด  เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง  สองคนรับภาระที่ต้องแบกไว้ร่วมกัน   ฝ่ายชายซึ่งถือว่าเป็นหัวหน้าครอบครัว...ต้องเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง  พร้อมไปกับการแสวงหาซึ่งอำนาจ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ .และ......ในที่สุด.........   ความสำเร็จก็สัมฤทธิผลดังปรารถนา.....


      ทุกอย่างได้ถูกลิขิตแล้ว   ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในความฝัน  ชีวิตกำลังโชติช่วงชัชวาลเปรียบดังดาวจรัสฟ้าในยามค่ำคืน   จากบุคคลที่ไร้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนาม กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในบัดดล  ถูกแวดล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา   ผู้คนที่เข้ามาพานพบให้ความเคารพศรัทธา  ภาพของนายทหารผู้ยิ่งใหญ่ผุดขึ้นมาในจิตรู้สำนึกอีกครั้ง     ชายหนุ่มผู้ทะนงองอาจ อิ่มเอมอยู่กับศักดินาที่ได้รับ  ลุ่มหลงกับอำนาจวาสนา    เขาได้ดำเนินชีวิตไปด้วยความสุข  ไร้ซึ่งเครื่องกังวลใจในขณะนั้น  ..... “ใคร่อยากได้สิ่งใดต้องได้สิ่งนั้น  ไม่มีอะไร ที่ผู้ยิ่งใหญ่ต้องการแล้วจะไม่ได้”   การแสวงหาตามความปรารถนาแห่งชีวิตยังคงดำเนินต่อไป   เมื่อมีสิทธิที่จะเลือกในสิ่งที่ตนเองต้องการ  ความเห็นแก่ตัวเองย่อมมีอิทธิพลมากกว่าการนึกถึงผู้อื่น  กาม กิน เกียรติ  ยังคงหอมหวานเย้ายวนใจยิ่งนัก   

  เกิดความเบื่อหน่ายในรูปโฉมที่คลายความงดงาม ตรึงใจไปตามกาลเวลา  เขาเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์กับคู่ชีวิตที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน  และเลือกสิ่งใหม่ทดแทน เพื่อตอบสนองแรงปรารถนาที่ยังกรุ่นอยู่ในกาย  ชีวิตครอบครัวได้ขาดสะบั้นลงไปพร้อมกับมิตรภาพของคนสองคน


 ชายชราสะอื้นไห้อีกครั้ง เมื่อภาพของชีวิตที่โหดร้ายได้ย้อนกลับเข้ามา   ความแก่ชราได้ปรากฏขึ้นและเป็นที่ประจักษ์แก่ตัวเอง  ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอ่ยคำพูดใดๆ  ไฟในกายได้มอดดับ  เหน็ดเหนื่อยกับการกระเสือกกระสนที่จะเคลื่อนไหวร่างกายและอยากจบชีวิตของตนลงเสียตอนนี้  เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว   ทรัพย์สมบัติมหาศาลสูญสิ้นไป  ไม่หลงเหลือผู้คนที่เคยนับหน้าถือตาในอดีต  แม้แต่ลูกในไส้ยังรังเกียจเดียดฉันท์  กลายเป็นชายชราผู้ไร้ค่าที่ไม่มีแม้แต่ที่จะซุกหัวนอน    คงเหลือแต่เรื่องราวรันทดให้คนรุ่นหลังได้เล่าขานสืบไป




                                                                                                                                                           สังขตลักษณ์

               ..................ความเกิด...................  
                  ....................ปรากฏขึ้น...................  
                       ................ดำรงอยู่...............
                         ................แปรปรวน...............   
                           .................สุดท้ายเสื่อมสลายไป................

                         
                  (ถ่ายทอดความรู้สึกจากการอ่านพาดหัวข่าว  “นายพลถูกทิ้ง”)

                                                           ขอให้วันวานของทุกคนเป็นความงดงาม