เขานางทอง

ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ “เขานางทอง”

           เมื่อวันวานที่ผ่านมาได้ขับรถออกไปนอกเมืองห่างจากเมืองกำแพงเพชรประมาณ 30 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสาย 101 กำแพงเพชร - พรานกระต่าย ก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอให้เลี้ยวขวาไปตามถนนลาดยางและลูกรังในช่วงปลายทาง ผ่านหมู่บ้าน ทุ่งนากำลังเขียวขจีมองดูเหมือนพรมผืนใหญ่ มุ่งหน้าเขาหาเขานางทองที่ตั้งเด่นอยู่กลางพื้นราบ แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามแนวถนนพระร่วงอีก 2 กิโลเมตร ก็จะถึงเมืองโบราณบางพานและเขานางทองซึ่งมีเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันน่าสนใจกับความยิ่งใหญ่แห่งอดีตกาล

            เมืองโบราณบางพาน เป็นเมืองรูปรีโอบไปตามลำน้ำคลองใหญ่ ประมาณ 450+200 เมตร ภายในเมืองมีซากโบราณสถานที่พอมองออกอยู่ 3 แห่ง เคยมีแนวกำแพงเมืองอยู่เกือบครบสมบูรณ์ เป็นคูน้ำสองชั้น และกำแพงดินสามชั้น แต่แนวกำแพงเมืองซึ่งเป็นคันดินถูกบุกรุกทำการปรับไถเป็นพื้นราบเพื่อปลูกพืชไร่ ขุดเป็นบ่อเลี้ยงปลา และถูกยึดครองมีเจ้าของจนหมดสิ้นแล้ว

            ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองโบราณบางพาน มีมาก่อนช่วงสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไทยและเมืองบางพานคงมีเจ้าเมืองที่กล้าแกร่งปกครอง ดังหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 3 (จารึกนครชุม) กล่าวถึงว่าเมื่อสิ้นสมัยของพ่อขุนรามคำแหง   บ้านเมืองในแคว้นสุโขทัยเกิดความแตกแยกเมืองสำคัญอย่าง เชียงทอง คณฑี บางพาน พระบาง ต่างแยกตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงสุโขทัย จนเมื่อพระมหาธรรมราชาลิไทยขึ้นครองราชย์จึงได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้ง และให้ความสำคัญของเมืองบางพานเอาไว้เทียบเท่ากับเมืองใหญ่ ๆ ในยุคนั้น ด้วยการเสด็จมาประดิษฐานรอยพระพุทธบาท เอาไว้บนยอดเขานางทอง พร้อมกับเมืองอื่น ๆ อีกสามแห่งคือ เมืองสุโขทัยบนเขาสมนกูฎ เมืองศรีสัชนาลัยบนเขาพระบาทและเมืองพระบาง (นครสวรรค์) บนยอดเขากบ

            นอกจากนี้เมืองบางพาน ยังเป็นเมืองชุมทางการคมนาคมทางบกที่สำคัญของเมืองสุโขทัย  เพราะเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างกลางจากสุโขทัยกับกำแพงเพชร และยังเป็นเมืองหยุดพักระหว่างเส้นทางสายเมืองฉอดก่อนเข้าเมืองสุโขทัย ดังจารึกหลักที่ 4 (จารึกวัดป่ามะม่วง) ได้กล่าวถึง พระมหาธรรมราชาลิไท โปรดให้นิมนต์พระมหาสามีสังฆราชจากเมืองนครพัน (เมาะตะมะ) เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเมืองสุโขทัย จึงให้อมาตย์มุขมนตรีและราชนิกูลทั้งหลายไปรับสักการะบูชาตั้งแต่เมืองฉอดแล้วเดินทางมายังเมืองเชียงทอง ผ่านเมืองบางจันทร์ มายังเมืองบางพานแล้วจึงเข้าถึงเมืองสุโขทัย

            หากได้ศึกษาจารึกฐานพระอิศวรแล้ว จะพบว่าเมืองบางพานที่เจริญรุ่งเรืองในยุคสุโขทัย ยังคงความเป็นบ้านเป็นเมืองสืบต่อมาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา   เพราะเมื่อ พ.ศ.2053 พระยาศรีธรรมมาโศกราช เจ้าเมืองกำแพงเพชร ได้สั่งให้มีการปรับปรุงถนนหลวง ขุดลอกท่อปู่พระยาร่วงเพื่อนำน้ำจากแม่น้ำปิงเมืองกำแพงเพชรไปช่วยการทำนาที่เมืองบางพาน จากหลักฐานอันนี้แสดงให้เห็นว่าเมืองบางพานมีความเจริญรุ่งเรืองยาวนานกว่าเมืองอื่น ๆ ในเขตเมืองกำแพงเพชร ยาวนานกว่าเมืองนครชุมและเมืองคณฑี

สำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้มิได้มีจุดหมายที่เมืองบางพานเพียงแห่งเดียวเพราะรู้ว่าภายในเขตเมืองเกือบจะไม่เหลือร่องรอยของเมืองโบราณแล้ว จึงตั้งใจไปขึ้นเขาเพื่อชมโบราณสถานที่อยู่ บนยอดเขานางทอง โดยในปัจจุบันได้มีการเส้นทางเดินสู่ยอดเขาเป็นขั้นบันได ทำให้เดินได้ได้สะดวกขึ้นแม้จะต้องเสียเหงื่อไปบ้างเพราะเส้นทางนั้นยาวไกลพอสมควร แต่พอขึ้นถึงยอดเขาได้ก็จะพบกับทิวทัศน์อันงดงามอันเกิดจากผืนป่า พื้นนาสีเขียวและเนินเขาที่รายล้อม

ลักษณะโบราณสถานบนเขานางทองลาดเอียงจากด้านทิศใต้ไปทางทิศ เหนือเล็กน้อย แผนผังของโบราณสถานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตัวตามแนวแกนทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศเหนือประกอบด้วยเจดีย์ ประธานก่อด้วยศิลาแลง ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของยอดเขาในบริเวณ พื้นที่สูงที่สุดถัดไปทางด้านหน้า หรือทิศเหนือมี เจดีย์ราย และร่องรอยของโบราณสถานขนาดเล็ก  ถัดไปเป็นวิหารโถงซึ่งในวันนี้ดูสดสวยเหมือนปูด้วยกำมหยีสีเขียว และบ่อน้ำเล็ก ๆ บนยอดเขา ไม่ปรากฎร่องรอยกำแพงวัด ที่ใช้แสดงขอบเขตของโบราณ สถาน

       โบราณสถานบน “เขานางทอง” สันนิษฐานว่าส่วนใหญ่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท การวางผังของโบราณสถานวางตามแนวยาวเขา มีบันไดทางขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านบนสูงสุดเป็นเจดีย์ใหญ่ทรงดอกบัวตูมหรือพุ่มข้าวบิณฑ์ฐานเจดีย์ กว้าง 12 เมตร ก่อด้วยอิฐปนแลง ส่วนบนเป็นศิลาแลง ถัดมาเป็นเจดีย์รายเล็ก 3 องค์ กว้าง 2 เมตร เท่ากันทุกองค์ และยังมีวิหาร 4 ตอน ตอนแรก ยาว 13 เมตร กว้าง 5 เมตร ตอนที่สองกว้าง 10 เมตร ยาว 21 เมตร ส่วนด้านท้ายสุดคล้ายที่ตั้งบุษบก เป็นที่ ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท (ปัจจุบันได้นำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร)

       ในหนังสือ “เที่ยวเมืองพระร่วง” พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชาธิบายเกี่ยวกับเขานางทองไว้ ดังนี้

“..ยอดเขานี้มีกองแลงอยู่กองหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นพระเจดีย์ได้ตั้งอยู่บนเนินหนึ่ง อีกเนินหนึ่งมีอะไรคล้ายบุษบกอยู่บนนั้น ที่ระหว่างเนินทั้งสองนี้ มีแผ่นศิลาสลักเป็นรอยพระพุทธบาทไว้แผ่นหนึ่ง นอกจากลายก้นหอยที่ นิ้ว กับจักรใหญ่อยู่ตรงฝ่าพระบาทมีลายต่างๆ แบ่งเป็นห้อง ดูเป็นทำ นองจีน มีอะไรคล้ายๆ กับเก๋งจีนอยู่ในนั้นหลายห้อง ทางริมแผ่นศิลา ข้างซ้ายพระบาท แต่นอกรอยพระบาทออกมามีตัวอักษรขอมจารึกอยู่ แต่ศิลากะเทาะออกเสียมาก อ่านไม่ได้ความ พระบาทนี้เหลือที่จะ กำหนดอายุได้อาจเป็นของเก่าครั้งพระร่วง...”

         เรื่องราวของเมืองบางพานและโบราณสถานบนเขานางทองมีคุณค่าเกินกว่าจะปล่อยให้สูญหายและ พังทลาย จึงอยากให้ทุกคนร่วมใจกันรักษาเมืองบางพานและโบราณสถานบนเขานางทองเอาไว้ ให้รอดพ้นจากการยึดครองของพวกนายทุน อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรต้องต่อสู้เพียงลำพังโดยมีคนกำแพงเพชรยืนสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ หากเป็นเช่นนั้นแล้วคุณค่าและความสำคัญของโบราณสถานเมืองบางพานและเขานางทอง อาจไม่เหลือแม้ซากอิฐสักหนึ่งก้อนไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรื่องราวแห่งความเป็นมาอันน่าภาคภูมิใจ