ถอดบทเรียนจากการเข้าร่วมฟัง อ.ชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ "เขียนสารคดีกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดอย่างไรให้น่าอ่าน" ณ คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล เมื่อวันที่ 4 ส.ค.53

ผมขอขอบพระคุณท่านวิทยากรด้วยความเคารพอย่างสูงที่ทำให้นักเขียนมือสมัครเล่นอย่างผมต้องทบทวน "อารรู้จักอารมณ์ความรู้สึกและความคิดของตนเองก่อนลงมือเขียน" เมื่อใจไม่เย็น ก็ไม่ควรสื่อสารความคิดสู่งานเขียน ความงดงามแห่งวรรณศิลป์สร้างรายละเอียดของเรื่องราวที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความฝัน (นวนิยาย) ร้อยกรองอันไพเราะ (กวี) เรื่องราวที่มีความรู้น่าอ่านและเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ชัดเจน และมีสาระ (สารคดี) และการใช้เทคนิคเล่าเรื่องแบบนิยายแต่มีการสืบค้นข้อมูลอย่างถ่องแท้ (สารนิยาย) ซึ่งชวนให้ผู้อ่านเกิดทางกระบวนทัศน์ที่ประกอบด้วย มีความยาวของอนาคต มีความกว้างของรายละเอียด และมีความลึกของการสื่อสารสภาวะข้างในของผู้เขียนที่สะเทือนหรือกระทบใจผู้อ่าน

การเขียนสารคดีและสารนิยายนั้นต้องไม่ใช้ภาษาวิชาการและเรียบเรียงอ้างอิงที่มีรายละเอียดวิชาการหนักแน่น หากแต่ผู้เขียนควร "อ่านความคิดของตนเองให้ทะลุก่อน เวลาลงมือเขียนนั้นไม่ต้องเครียดเรื่องภาษา เพราะแก้ไขได้ ที่สำคัญคือการแสดงความเคารพรักและให้เกียรติข้อมูล/ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก่นเรื่อง"

ผู้เขียนควรเขียนเรื่องราวที่ใกล้ตัวด้วยความเป็นมิตร (แม้ว่ามิตรนั้นจะทำให้ผู้เขียนโกรธหรือเกียจ) และสื่อสารร้อยเรียงเรื่องราวอย่างเมตตา เลือกเรื่องด้วยทัศนคติเชิงบวกและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและสังคม ซึ่งสารคดีและสารนิยายจะใช้จินตนาการเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องที่เป็นภาพต่อเนื่อง (อาจมีขมวดปมที่ผู้อ่านคาดไม่ถึงหรือจดจำผลลัพธ์ได้ด้วยใจ) แต่นวนิยายนั้นใช้จินตนาการในการสร้างเรื่องในหลายรูปแบบที่เกินจริงหรือใฝ่ฝัน

ท่านวิทยากรได้ให้ดูวิดีทัศน์ที่สวยงามของป่าไม้ที่เปรียบเสมือนแวดวงวรรณกรรมที่มีต้นไม้นานาพันธุ๋ที่เปรียมเสมือนนักเขียนที่สร้างผลงานหลายคุณลักษณะ อาจเป็นงานเขียนเล็กๆ จนถึงรวมเล่มสวยงามคล้ายดอกไม้ ได้ผสมผสานจินตนาการเช่นแสงแดด และมีพลังงานประสบการณ์ชีวิตเป็นพื้นฐานของความคิดความเข้าใจในชีวิตรอบตัวดังเช่นน้ำ แล้วใช้อักษรเป็นสื่อกลางในการแบ่งปันความรู้ที่มีคุณค่าแก่คนในสังคม ที่นับวันอาจแสวงหาความเชื่อหลงผิดมากกว่าความรู้ชัดในข้อเท็จจริงและเหตุผล

เสน่ห์ของการเขียนนั้นแตกต่างกันตามความลึกและคุณค่าของเนื้อหาที่เขียนแล้วทำให้ความสุขเกิดขึ้นในใจทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน ซึ่งผู้เขียนควรทำความเข้าใจในเรื่องต่อไปนี้

  • แก่นความคิดสำคัญของเรื่องที่จะเขียนต้องมีประเด็นเฉพาะ ไม่กว้างจนเกินไป
  • แยกประเด็นเล็กนั้นออกมาแล้วถามตัวเองว่า "จะเขียนไปทำไมและเพื่ออะไร" และควรระวังประเด็นที่เสี่ยงอันตรายและล่อแหลม
  • เมื่อคิดประเด็นนี้ ต้องสร้างความชัดเจน ไม่มีความคิดแฝง หรือคาดหวังประโยชน์กับผู้อื่นในเชิงธุรกิจ
  • ระมัดระวังประเด็นที่มีผลกระทบเชิงลบต่อสังคม เพราะอาจมีคนนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด
  • คงไว้ด้วยการตีความคิดในประเด็นนั้นให้อยู่ที่ข้อเท็จจริงและมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
  • มีคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป
  • นำวิธีเขียนนวนนิมมาใช้ได้ แต่ตัวละครและบทสนทนาต้องเกิดขึ้นจริง
  • อาจปรับไม่ระบุกรณีศึกษา ทำให้ผู้อ่านไม่รู้สึกหนักวิชาการ และเพิ่มจินตนาการให้กระทบใจผู้อ่านได้

เมื่อเราเข้าใจหลักการเขียนสารคดีและสารนิยายแล้ว ก็ต้องพัฒนาคุณสมบัติที่ดีของนักเขียน ดังนี้

  • มีความรักในตัวหนังสือ อ่านให้มาก อ่านแบบอยากรู้ อ่านเพื่อศึกษาวิธีการเขียนของนักเขียนมืออาชีพ
  • มีความรักในการสังเกตอย่างละเอียดอ่อนกับข้อมูลที่ดึงอารมณ์ของผู้อ่านได้โดยผู้เขียนฝึกมองตา สัมผัสเสียง-กลิ่น และเปิดใจกับผู้ให้ข้อมูล
  • มีความอดทนสูงในพัฒนาการของผู้เขียนโดยไม่คาดหวังความสำเร็จของการเขียนจนไกลตัว
  • มีความรักในการสืบค้นความจริงเพิ่มเติมโดยเฉพาะข้อมูลที่มีการยืนยันทางการแพทย์และสังคมอย่างลึกซึ้ง และควรอ้างอิงแบบเชิงอรรถที่พอเหมาะ (น้อยกว่าตำราวิชาการ)
  • มีความรักในการฝึกเขียนอยู่เสมอ โดยเฉพาะส่วนประกอบโครงเรื่องให้มองเห็นคล้ายภาพวิดีทัศน์ที่มีรายละเอียดหลายมิติกว้าง ยาว ลึก

ก่อนจบการอบรม...ท่านวิทยากรได้ทดสอบอารมณ์ของการเขียนเล็กน้อยโดยการใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีในการเขียนเติมประโยคที่ว่า...หัวใจของผมหล่นวูบทันที เมื่อได้ยินเธอพูดว่า "..."

ขอบคุณสำหรับโอกาสแห่งการเรียนรู้ครั้งนี้จากท่านวิทยากรและขอบคุณทีมผู้จัดจากฝ่ายวิชาการของคณะฯครับ