แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

ตอนที่ ๓ กัมมัฏฐานหลวงปู่มั่น


พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท : เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช http://www.veeranon.com/

การฝึกสมาธิในระยะนั้นพระหนุ่มตั้งใจปฏิบัติอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีความรู้สึกนึกคิดอื่นใดมารบกวนจิตใจเลย ร่างกายก็แข็งแรง มีสติตั้งมั่น

ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถ อาการ ยืน เดินนั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด กระพริบตา อ้าปาก มองซ้าย มองขวา

ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด องค์ภาวนาก็เห็นชัดเจน กำหนด พุท โธ ลมเข้าออกชัดเจนมาก

อานาปานสติชัดเจนมาก  เห็นต้นของลม เห็นกลางของลม เห็นปลายของลมชัดเจนอยู่ตลอดเวลา  ประคองอารมณ์อยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ

สมาธิตั้งมั่นเป็นอุปจารสมาธิเลยไม่ต้องนึก ไม่ต้องคิด

อาการของลมดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ร่างกายตั้งตัวตรงอย่างแน่วแน่ เหมือนว่าสิ่งทิ่เราเห็นนั้นมีอยู่ตลอดเวลาเลือกทางเดินด้วยตัวเอง



มอบตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น


เมื่อมีสมาธิตั้งมั่น กำหนดสติอย่างต่อเนื่อง จนเห็นเป็นนิมิตเกิดขึ้นอย่างทันที และก็มีภาพนิมิตของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโตยืนอยู่ด้านหน้า ท่านมาสอนกรรมฐานอีกครั้ง

สำหรับพระหนุ่มแล้วไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีพระมหาเถระชื่อมั่น เพราะครั้งที่เป็นฆราวาสก็ไม่เคยรู้มาก่อนเช่นกัน แต่พอเห็นนิมิตเกิดเป็นภาพ พระมหาเถระเกิดต่อหน้า มายืนปรากฏต่อหน้าอย่างไม่คาดคิด

ขณะนั้นจิตก็เกิดความสงสัย จึงถามขึ้นว่าท่านเป็นใครมาจากไหน

ท่านก็ตอบว่า  "ท่านชื่อหลวงปู่มั่น ภริทตฺโต แห่งวัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร "

จิตก็ถามท่านว่า

"ท่านสอนกรรมฐานได้ไหม ถ้าท่านสอนได้ช่วยกรุณาสอนให้ผมด้วยขอรับ"

"ผมขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ท่านหลวงปู่ หลวงปู่รับผมเป็นลูกศิษย์ได้ไหมขอรับ"

 

หลวงปู่มั่นตอบรับเป็นลูกศิษย์และได้สอนวิธีปฏิบัติทันที

ท่านก็สอนวิธีครองผ้าแบบลูกบวก ขณะที่พระหนุ่มนั่งครองผ้า (ห่มผ้า) แบบรัดอก (ห่มดอง)

หลวงปู่มั่นสอนการกราบเบญจางคประดิษฐ์ แล้วให้กล่าวคำขอขมาพระรัตนตรัยก่อน พระหนุ่มก็ปฏิบัติตามหลวงปู่มั่นสอน แล้วก็มอบตัวเป็นศิษย์ของท่าน



หลวงปู่มั่นสอนกำหนดจิต


หลวงปู่เริ่มสอนกรรมฐานการกำหนดจิตที่ตั้งมั่นได้เร็วทำอย่างไร ท่านก็ให้กำหนดดูลมหายใจก่อนในเบื้องต้นที่ปลายจมูกและสมาธิเบื้องต้น

พอรู้ลมที่กระทบที่ปลายจมูกจิตสงบเพียงเล็กน้อย ท่านเรียกว่านี่คือ ขณิกสมาธิ

แล้วเลื่อนจิตตามดูลมเข้าลมออกว่าลมไปถึงไหน ให้มีสติรู้ตลอดลมเข้าออกว่า

ต้นลมเริ่มที่จุดไหน

กลางลมอยู่ที่จุดไหน

และปลายลมอยู่ที่จุดไหน

เมื่อเห็นลมละเอียดแล้วท่านเรียกว่า อุปจารสมาธิ

เมื่อจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์ใดๆ ร่างกายก็ตั้งตรงมั่นคงสง่างาม

จิตตื่นตัวรู้อารมณ์เบาสบาย กายหายไปทั้งหมดมีแต่เห็นท่อลมเข้าออกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

กลางคืนเหมือนกลางวัน กลางวันเหมือนกลางคืน

นั่งภาวนาอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอาการเวทนามารบกวน เรียกว่า อัปปนาสมาธิ

นั่งได้เป็นคืน ให้จิตอยู่ที่ตัวเราเสมอ ไม่ส่งจิตออกนอกตัว จิตก็เปล่งรัศมีเอง จนสามารถมองเห็นทุกอย่างที่ต้องการ นี่คือผลพลอยได้จากการฝึกสมาธิ

     แต่อย่างไรก็ตาม พระหนุ่มคิดว่า ท่านได้อำนาจของสมาธิแต่ยังไม่ถึงจุดที่ท่านต้องการและจุดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องการ ทำให้ท่านตั้งใจฝึกทำไปเรื่อยๆ วิธีกำหนดจิตต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา

ห้ามนึกหรือคิดเรื่องใดๆให้มาวุ่นวาย ตัดความอยากทุกอย่างออกไปอย่าให้มารบกวนจิต เพราะจะทำให้จิตไปยึดติดกับอารมณ์ที่เป็น การทำกรรมฐานต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดทุกเมื่อ จึงจะเรียกว่าทำกรรมฐานที่ถูกและได้ผล (ปฏิเวท) คือ ผลจากการปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน


หลวงปู่มั่นสอนกำหนดยืน


     หลังจากนั้นหลวงปู่ก็สอนกำหนดยืนให้น้อมจิตดูการยืนของตัวเราก่อน แล้วให้นึกลงไปในกายสังขารที่เป็นรูปร่างกายภายนอก ร่างกายภายในให้ละเอียดชัดเจน อย่าให้จิตออกไปที่อื่นให้รู้ว่ายืนอยู่ พร้อมกำหนดภาวนาว่ายืนอยู่ๆ กำหนดไปเรื่อยๆ จนจิตเป็นสมาธิ ไม่มีเรายืน เป็นแต่เพียงรูปกายยืน เห็นเป็นเพียงธาตุยืนเท่านั้น นี่คือวิธีการยืนสมาธิที่ถูกต้อง

 

หลวงปู่มั่นสอนเดินจงกรม


     หลวงปู่มั่นสอนเดินจงกรมให้พระหนุ่ม ท่านก็ได้แต่ทำตามที่หลวงปู่สอนในนิมิต หลวงปู่มั่นสอนว่า  การเดินจงกรมจะช้าหรือเร็วก็อยู่ที่อารมณ์สมาธิ

เมื่อเวลาเดินให้ภาวนาว่า พุทโธโดยให้ก้าวเท้าขวาออกไปก่อน พอยกเท้าขึ้นให้ภาวนาว่า "พุท"

พอเหยียบเท้าลงให้ภาวนาว่า "โธ"

 

     ขวา - พุท   ซ้าย - โธ

 

พอหยุดก็กำหนดว่า "หยุดอยู่ หยุดอยู่ กลับอยู่ กลับอยู่" หรือกลับเลยก็ได้ไม่ต้องบริกรรมคำภาวนาว่ากลับ ในขั้นต้นก็ทำอย่างนี้

พอเดินขั้นที่สองและขั้นต่อไป พระหนุ่มก็ทำตามที่หลวงปู่มั่นสอนในนิมิต ซึ่งพระหนุ่มก็ได้รับกรรมฐานจากหลวงปู่มั่นในนิมิตเท่านั้น และก็ทำตามที่หลวงปู่สอนแล้วก็ได้ผล คือ ทำให้จิตสงบง่ายขึ้น

หากจะถามว่าทำไมหลวงปู่จึงมาสอนท่านในนิมิต พระหนุ่มก็นึกย้อนไปในวันนั้นก่อนที่ท่านจะนั่งสมาธิท่านคิดขึ้นมาเองว่า ต้องอาศัยบุญของครูบาอาจารย์ที่เก่งๆ มาช่วยสอนในทางพลังจิต ก็จะทำให้เรามีสมาธิดีและทำได้เร็ว

     พระหนุ่มเคยตั้งจิตอธิษฐานว่า "ถ้ามีบุญจะได้บวชอยู่ในพระพุทธศาสนา ขอให้ครูบาอาจารย์ที่เก่งในการทำสมาธิมาสอนในนิมิตให้ด้วยเถิด"

 

คงจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ที่หลวงปู่เมตตามาสอนหรือเป็นแค่นิมิตธรรมดา และท่านก็บอกว่า ห้ามติดในนิมิต ห้ามติดในสุข ถ้าชอบปฏิบัติธรรมเพื่อไปสู่แดนพุทธภูมิและได้ไปเห็นพระพุทธเจ้าด้วย

 

พระหนุ่มอยากเห็นพระพุทธเจ้า ท่านก็เลยอธิษฐานจิตในนิมิตนั้นว่า "ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าได้ไปถึงแดนพระพุทธภูมิด้วยเถิด"

แล้วก็ออกจากกรรมฐาน ท่านสามารถจดจำวิธีการสอนของหลวงปู่มั่นได้ทุกอย่าง บัดนี้ความลังเลสงสัย ในตัวหลวงปู่มั่นได้มลายหายไปหมดสิ้นแล้ว

คำถามที่ว่าหลวงปู่มั่นเป็นใคร มีตัวตนหรือไม่ ท่านก็ได้คำตอบแล้ว คงมีแต่ความตั้งใจในการปฏิบัติธรรมและความเพียรที่ยังคงอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในใจของพระหนุ่ม เพื่อวันนั้นในภายหน้าที่จะได้บรรลุธรรมและได้ไปพบเห็นพระพุทธเจ้า ในแดนพุทธภูมิต่อไป



โปรดติดตามตอนต่อไป

 

ตอนที่ ๑ ศิษย์เอกหลวงปู่พิมพา

http://gotoknow.org/blog/prapastory/381886

 

ตอนที่ ๒ ความลี้ลับแห่งขุนเขา

http://gotoknow.org/blog/prapastory/381897

 

ตอนที่ ๔ ผจญพญาเสือโคร่ง

http://gotoknow.org/blog/prapastory/381925

 

หมายเลขบันทึก: 381914เขียนเมื่อ 5 สิงหาคม 2010 10:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มิถุนายน 2012 18:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

อีกตอนแล้วกัน..

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง