สวัสดีคะ
........กลับมาอีกครั้ง กับบันทึกของมะยม บันทึกนี้ มะยมขอให้ชื่อว่า "เราจะก้าวผ่านมุมมืดของชีวิต" นะค่ะ มะยมได้อ่านบทความหนึ่ง ของท่านโกศล อนุสิม ภายใต้ชื่อว่า "เราต่างก็พบมุมมืดของชีวิต" มะยมชอบมาก ก็เลยเลืกบางตอนมาเขียนในบันทึกของมะยมเอง
........ชีวิตของเราเปรียบเหมือนโลก มีมืดย่อมมีสว่าง มีสว่างย่อมมีมืด ผิดกันเพียงแค่ว่า ความมืดและความสว่างของโลกมีเวลาเป็นเครื่องกำหนดที่แน่นอน แต่ความมืดในชีวิตนั้นเราไม่อาจจะรู้ล่วงหน้าได้เลย เมื่อความมืดนั้นแผ่เข้ามาปกคลุมเราแล้ว กว่าที่เราจะรู้ตัวบางครั้งก็ทำให้เรามองอะไรไม่เห็น กลัวที่จะเผชิญความมืดนั้น กลัวจนไม่กล้าที่จะมีชีวิตอยู่
........ชีวิตของเรามีทั้งมืดและสว่าง เมื่อเจอความมืดก็ต้องอดทน บอกตัวเองเอาไว้ว่าต้องถึงความสว่างอย่างแน่นอนในช่วงใดช่วงหนึ่งในวันข้างหน้า และมุมสว่างของชีวิตอาจจะมีมากกว่ามุมมืดของชีวิต ขณะเดียวกันหากอยู่ในมุมสว่างของชีวิต ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ตั้งอยู่บนความประมาท เพราะอาจทำให้เราเดินพลัดหลงเข้าไปสู่มุมมืดของชีวิตเมื่อใดก็ได้ หากเราเตรียมพร้อม เราก็จะสามารถพาตัวเองออกมาจากมุมมืดของชีวิตได้เร็วขึ้น เพื่อเป็นการไม่ประมาทเราต้องพยายามหาเกราะป้องกันที่จะไม่ให้ตัวเองพบกับมุมมืดของชีวิต
........แก่นแท้ของชีวิต คือการที่เรายืนหยัดอยู่ด้วยลำแข้งและความคิดของตนเอง แต่บางครั้งด้วยลำพังตัวเองเราอาจไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ เราอาจต้องการใครสักคนที่ยืนเคียงข้างเรา และก้าวไปพร้อมๆ กับเรา เพื่อผ่านพ้นมุมมืดของชีวิต ก้าวออกมาสู่มุมสว่างของชีวิต
........เขา...คนนั้น...อยู่ที่ใด...เขา...คือใคร...ใจเราร้องเรียก...
........การที่จะหลุดพ้นออกมาจากมุมมืดของชีวิตได้ย่อมมีปัจจัยหลายอย่างเกื้อหนุน แต่ปัจจัยที่สำคัญก็คือพื้นฐานทางด้านจิตใจของคนๆนั้น ที่มีความเข้มแข็งอยู่มากน้อยเพียงใด ยิ่งมีความเข้มแข็งมากโอกาสที่จะใช้สติปัญญาหาทางออกจากมุมมืดนั้นก็ย่อมมีมากขึ้น ผิดกับคนที่มีจิตใจอ่อนแอเป็นพื้นฐาน การที่จะถูกฉุดให้จมอยู่ในความมืดของชีวิตเป็นเวลานานก็ย่อมมีมากขึ้นเช่นกัน
........ทุกคนต่างก็พบกับมุมมืดของชีวิตมาด้วยกันทั้งนั้น ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังอยู่ในมุมมืดของชีวิตจงมองไปข้างหน้าเอาไว้ แสงสว่างอาจอยู่เพียงแค่ปลายเท้าของเท้าของท่าน...เพียงเราก้าวต่อไปด้วยใจที่มั่นคงเท่านั้นก็พอ
.......แน่นอนค่ะ เมื่ออยู่ในมุมมืดของชีวิต มะยมก็บอกตัวเองเช่นนี้เหมือนกัน...
........ท่านใดที่มีมุมมองการก้าวผ่านมุมมืดของชีวิต มาแชร์ความคิดกันนะค่ะ........
........มะยมต้องขอขอบคุณท่าน โกศล มากนะค่ะ ที่ทำให้มะยมได้อ่านบทความดีๆ
มะยมค่ะ
ครูเอสัมผัสมุมมืดของชีวิตมาหลายครั้ง มีช่วงหนึ่งที่ทำชีวิตเปลี่ยนซึ่งถือว่าหนักหนาสาหัสเอาการทีเดียว ไม่รู้อะไรดลใจให้เราพลาดไปขนาดนั้น ครูเอกับพ่อน้องบูมเป็นครูด้วยกัน บรรจุอยู่ไกลปืนเที่ยง ประจวบครูเอโชคดีได้ตามโครงการครูคืนถิ่น ( บ้านเกิดของพ่อน้องบูม )เลยได้ย้ายก่อน เริ่มตั้งท้องน้องบูม แต่ด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดทำให้เราต้องทำอาชีพเสริม พ่อน้องบูมสนใจการเลี้ยงหมูป่าค่ะ แต่ด้วยครูเอไม่ชอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เท่าไร เคยขอไว้ก่อนจะเลี้ยงว่า เราจะไม่ฆ่าเขานะ ที่บ้านไม่ชอบ ไม่ทำปาบได้ไหม เขาตกลงด้วยความอยากเลี้ยง ครูก็ไม่ว่า เพราะเลี้ยงไว้เพื่อดู นานวันเข้าจำนวนหมูป่าก็เพิ่งขึ้น มันมีลูกเล็กๆน่ารักมากเลย ลายแตงไทย ครูเอตั้งชื่อให้มันด้วยค่ะ วันหนึ่งจำนวนหมุป่าก็เพิ่มขึ้น มีคนขอซื้อเขาก็เลยขายไปในราคาที่สูง มันได้เงินมาก เจ้าของเดิมก็ไม่อยากเลี้ยงเลยปล่อยให้เราเอามาเลี้ยงแล้วมีเงินค่อยหามาคืน ทำให้พ่อน้องบูมไปเอาพ่อพันธุ์หมูป่าแท้ๆมาเลี้ยง เขาบอกครูเอว่า ขอตัดสิ้นใจเป็นครั้งสุดท้าย ครูเอไม่มีคำพูดต่อ ....จำใจต้องยอม แล้ววันนี้ครูเอก็เหลือแต่ชีวิตของตัวเอง และลูกเท่านั้นค่ะ
สวัสดีค่ะ...ครูเอ
........ครูเอค่ะ ต้องขอบคุณมากๆ เลยนะค่ะ ที่แวะมาทักทาย และเล่ามุมมืดในชีวิต ให้มะยมฟัง มะยมเองก็เคยเจอมุมมืดของชีวิต แต่มะยมก็ยัง กล้าที่จะเผชิญกับมัน เพราะมะยมยังมีคนที่มะยมคอยเป็นห่วงอยู่ ทั้งพ่อแม่พี่น้อง ลูกๆ ที่คอยการกลับมายืนอย่างภาคภูมิใจของตัวมะยมเอง
........บางครั้ง ก็มีบ้างนะค่ะ ที่มะยมแอบร้องให้บ้าง แต่มะยมก็พยายามที่จะไม่ให้ใครเห็นน้ำตาของมะยม มะยมเองก็อยากมีเพื่อนที่สนิทไว้คอยระบายความในใจบ้าง แต่ก็ไม่สามารถระบายได้หมดทุกเรื่อง
........ครูเอค่ะ มะยมขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ สักวันหนึ่ง แสงสว่างนั้นอาจจะมาเยือนเรา ถ้าเรายังก้าวไปข้างหน้า ด้วยใจที่เข้มแข็ง และกล้าแกร่ง มุมสว่างในชีวิต อาจจะมาเยือนเราเข้าสักวัน ฝ่าฟันให้ถึงจุดหมายนะค่ะ
.......................................มะยมค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณมะยม
เป็นกำลังให้ผ่านมุมมืดในใจด้วยค่ะ
" กล้าที่จะเผชิญกับมัน เพราะมะยมยังมีคนที่มะยมคอยเป็นห่วงอยู่ ทั้งพ่อแม่พี่น้อง ลูกๆ ที่คอยการกลับมายืนอย่างภาคภูมิใจของตัวมะยมเอง "
ใช่แล้วค่ะ บางครั้งความรักทำให้เราตาบอด จริงๆด้วย
บางเวลาที่เราก็ต้องการคำปลอบโยน...... เราหาจากคนใกล้ตัวและไว้ใจได้ และเมื่อไหร่ที่คำปลอบโยนไม่ได้ผล เราต้องใช้น้ำตาของเรา........เพื่อเช็ดน้ำตาของเราอีกครั้ง แล้วมันจะแห้งสนิทไม่เหลือคราบน้ำตาอีกเลยค่ะ
มะยมค่ะ
ขอบคุณทุกท่านนะคะที่แวะเข้ามาให้กำลังใจ จะเข้มแข็งและสู้ต่อเพื่อคนที่เรารัก ขอบคุณจากใจ
มะยม