GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง #3

การแต่งคำกลอนประวัติตาสามโม ยายเพชร นางเลือดขาว และตำนานเมืองพัทลุงนี้ท่านแต่งเป็นทำนองหนังตะลุง มีการตั้งเรื่องยกเรื่องสลับกันไป การเดินทางไปไหนก็ได้บรรจุใส่นิทานเก่าที่คนเฒ่าคนแก่เล่าไว้ประกอบเรื่องไปด้วย จึงมีหลายเรื่องหลายรสทำให้น่าอ่านยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าจึงขอสดุดีในสติปัญญาที่คนชาวนาเมืองเรายังมีหัวนักประพันธ์ ไม่แพ้เมืองอื่นเขา ส่วนเหตุการณ์ที่กล่าวอ้างถึงในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาในกาลนั้นๆ ที่ปรากฏในเรื่องนี้ก็ได้อาศัยอาจารย์ปาน รัตนวงศ์ อดีตศึกษานิเทศก์ เอาหนังสือประวัติศาสตร์มาช่วยสอบทานจนถูกต้องเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ จึงขอขอบใจท่านผู้นี้ด้วยผู้หนึ่ง หนังสือนี้ใครอ่านเพื่อความเพลิดเพลินเป็นนิยายสนุกๆ ก็ได้ จะอ่านเพื่อรู้ทางประวัติศาสตร์ก็ได้ จะอ่านเพื่อฟังนิทานเก่าๆ ที่คนเฒ่าคนแก่แต่ก่อนเล่าให้หลานๆ ฟังก็ได้ หวังว่าคงจะมีประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย, พระศาลธรรมรังสี วัดคูหาสวรรค์ 7 กุมภาพันธ์ 2516

ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง #1

ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง #2

ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง #3

 หน้าที่ ๑๓
 เรื่องเดิม ตามตำนาน ศึกปะทะ พระมีชัย
ในการ ศึกสงคราม  บ่เกรงขาม แก่ผู้ใด  ฯ
 พวกขอม เข้าล้อมไว้ พระก็ไม่ ถึงอัปรา
ทุกวันนี้ มีอยู่ชัด  ที่ในวัด ของเจ้าพระยา  ฯ
 พวกขอม ยืนค้อมหน้า บ้างเทียมคอ บ้างล่อหัว
ท่านรู้ ทางไสยศาสตร์ เป็นนักปราชญ์ ยกย่องทั่ว  ฯ
 บัณฑิต คิดรวมหัว จนชื่อตัว เลื่อนต่อมา
เป็นพ่อ ขุนงำเมือง  นามกระเดื่อง เลื่องลือชา  ฯ
 ได้ผ่าน ราชพารา ครั้งผดุง ลานนาไท
เป็นสิทธิ์ เผด็จขาด  บำรุงราษฎร์ ทั้งสมัย  ฯ
 ปกครอง ลานนาไท ได้เย็นใจ ไพร่พลเมือง
ท่านอยู่ ในราชวัง  ประกาศสั่ง ไพร่บ่เหื่อง  ฯ
 ใครทุกข์ ร้อนขัดเคือง ให้นำเรื่อง มาบอกกัน 
ผูกกระดิ่ง ไว้ปากประตู ใครธุระ ให้มาสั่น  ฯ
 เรื่องนี้ เป็นสำคัญ จึงบอกกัน ให้รู้ดี 
สุโขทัย เมื่อได้เผด็จ  ปีสำเร็จ ปกครองที่  ฯ
 พูดไว้ ให้รู้ดี มีพ.ศ. ติดต่อมา
ได้พัน แปดร้อยเอ็ด  ครั้งลุงเพชร ไปอาสา  ฯ
 ในแผ่นดิน ร่วงพระยา ให้นามว่า นายเภรี
ผู้ฟัง อย่าจนจิต  เรื่องนี้คิด ให้จงดี  ฯ
 นานลึก ดึกดำจี้ เวลาที่ ผ่านล่วงมา
พร้อมด้วย ทั้งหมวดหมู่  เข้าไปอยู่ รับอาสา  ฯ
 ทำการ งานโยธา รับอาสา ทำทั่วไป
บ้างเป็น มหาดเล็ก  ตั้งแต่เด็ก กระทั่งใหญ่  ฯ
 เภรี นามเดิมไซร้ ชื่อนายเพชร เผด็จการ
ภริยา ชื่อนางมุ่ย  ควบคุมหมู่ พวกลูกหลาน  ฯ
=============================================================


=============================================================
หน้าที่ ๑๔
 พร้อมกัน ทั้งวงศ์วาน ทำการงาน ตามบัญชา
นายเพชร เภรีมุ่ย  ให้ควบคุม กลองสัญญาณ์  ฯ
 ต่อมา เจ้าพระยา ให้นามว่า นายเภรี
เป็นตายาย ของนายใหญ่ ได้พร้อมใจ น้าน้องพี่  ฯ
 หมื่นจันทร์ หัวปักมี หมื่นพงศักดิ์ ศักดินา
หมื่นจำ เนียรหัวปัก  มีเกียรติ์ศักดิ์ และยศฐาน์  ฯ
 ต่อมา ครั้นชรา ลาออกมา อยู่บ้านเดิม
อยู่บ้าน ไชยบุรี  สวนนามี ไม่เห่อเหิม  ฯ
 มาอยู่ ที่บ้านเดิม มีเมืองร้าง ว่างพระยา
ทราบเรื่อง กิจจาตาม  ว่าพระราม เหวยพารา๑  ฯ
 เราผู้ เคยอาสา เข้าไปหา ขอสร้างเมือง
เรื่องเป็น คติไว้  ที่ทำไว้ ตามนามเรื่อง  ฯ
 ในครั้ง ที่สร้างเมือง มีสำเนา เพลาตำรา
ข้าขอ อุทาหรณ์  เล่าข้อขอน เรื่องพระยา  ฯ
 ขุนศรี อินทราทิตย์ราชา มอบพารา ให้บุตรครอง
นามชื่อ ปาลราช  มีองอาจ ความติดต้อง  ฯ
 เสวยราชย์ ไม่บกพร่อง ให้นามว่า ศรีวิไชย
ปกครอง ราชสมบัติ  เป็นศรีกษัตริย์ สุโขทัย  ฯ
 บ้านเมือง ศรีวิไลซ์ ในรัชกาล ที่สองมา
นับเนื่อง ตามสมัย  ศรีวิไชย ครองพารา  ฯ
 ตามว่า สามปีกว่า กรรมจำลา สิ้นทิวง-
คตแล้ว พระบิดา  คิดขึ้นมา ให้ทนง  ฯ
 ตั้งจิต น้ำใจปลง เอาองค์พระ มาเทศนา
ความเกิด แก่เจ็บตาย  พระว่าไว้ แต่ก่อนมา  ฯ
=============================================================
๑ เสวยพารา

=============================================================
หน้าที่ ๑๕
 เราเกิด ตายกันมา เอาธรรมะ สั่งสอนใจ
แล้วมอบ ทรัพย์สมบัติ  เศวตฉัตร ให้เจ้าไท  ฯ
 โอรส สุดสายใจ ได้เป็นใหญ่ ครองต่อมา
ให้นาม รามคำแหง  รู้จัดแจง งานโยธา  ฯ
 ตั้งนาม ตามศักดินา ขุนรามา จนทุกวัน
พ.ศ. พันแปดร้อย  ยี่สิบเอ็ด สมัยนั้น  ฯ
 ขุนศรี อินทราทิตย์นั้น ก็สวรร คต  ณ  กาล
พ.ศ.นั้น พันแปดร้อย  เศษยี่สิบ๑ ตามตำนาน  ฯ
 ขุนราม ครองศฤงคาร เป็นรัชกาล ที่สามมา
ได้ครอง ราชพารา  เมืองขึ้นมา มากอนันต์  ฯ
 ท่านคิดแต่ง หนังสือไทย ไว้ในสมัย ปัจจุบัน
พ่อสอน ไว้ทุกอัน  นะโมขอม แก้เป็นไทย  ฯ
 แก้เป็น ตัว  น.โม. ชาวเราโร้๒ กันทั่วไป
กะขะ แก้เป็นไทย  เป็นตัว  ก. ข.  ต่อมา  ฯ
 แล้วแจก ลูก  ก.  ข. เอาตัว  ก. เป็น  ก.  กา.
ตีพิมพ์ เสียบหนูประ เอ.  ไอ.  ไอ้ ไม้บรรจง  ฯ
 แสดงไว้ เป็นข้ออ้าง ปีแรกสร้าง อ้างข้อทง
แจ้งความ ตามประสงค์ ตรง  พ.ศ. ก็ยังมี  ฯ
 นับได้ พันแปดร้อย ยี่สิบหก๓ พอครบดี
ยกเรื่อง นายเภรี  เมียชื่อมุ่ย ภริยา  ฯ
 ลุงเพชร เดิมที่นี่ นำน้องพี่ ไปร้องว่า
เมื่องที่อยู่ ไม่มีพระยา  คิดปรึกษา กันเพียงพอ  ฯ
 พร้อมกัน ทั้งเหล่ากอ ตระกูลเก่า บ้านไชยบุรี
จันทร์หัวปัก           และนายใหญ่ พร้อมกันไป ทันท่วงที  ฯ 
=============================================================
๑ พ.ศ.  ๑๘๒๐              ๒ชาวเรารู้                   ๓พ.ศ.  ๑๘๒๖

=============================================================
หน้าที่ ๑๖
 ไปขอ ต่อความดี เจ้าหัวหน้า พระยาราม
ท่านเป็น เจ้าแผ่นดิน  แจ้งให้สิ้น ตามรายนาม  ฯ
 ปรึกษา ต้องตามความ ชวนกันเข้า ไปเล่าแถลง
ทูลเรื่อง ต่อเจ้าพระยา- รามผินหน้า นั่งแสดง  ฯ
 เจ้าเข้ามา ธุระแรง สุขทุกข์แจ้ง อย่าเกรงใจ
ลุงเพชร เภรีท่าน  เล่าอาการ พร้อมพวกไป  ฯ
 พร้อมกัน กราบทูลไท ข้าพุทธิเจ้า ที่เข้ามา
ขอกราบ ประทานโทษ กรุณาโปรด ข้าประชา  ฯ
 เมืองข้า  ฯ ไม่มีพระยา เป็นเวลากว่าร้อยปี
เห็นรอย แต่เมืองร้าง  ชื่อลำปาง ติดยังมี  ฯ
 มีพวก เก็บภาษี อากรนา พระยานคร
ข้า  ฯ  ขอ อภัยโทษ  ขอได้โปรด ราษฎร  ฯ
 เห็นว่า ผิดข้อขอน ได้โปรดเกล้า ฝ่าธุลี
พระยา พจนาไข  เมืองคร๑ ไกล หรือใกล้สิ  ฯ
 ตาเพชร ตอบวาที ทิศเหนือนี้ จดนคร
ทิศใต้ จดสงขลา  ตะวันตกมา จดคีรีดอน  ฯ
 ตะวันออก จดเลชอน ทะเลสาบเค็ม ต่อเต็มไป
ท้าวมี พระบัญชา  ถามกิจจา เมืองแต่ไหร๒  ฯ
 ตาอยู่ ครั้งก่อนไกล รู้บ้างไหม เจ้าเมืองเก่า
ตาเพชร เภรีท่าน  เล่าอาการ ตามสำเนา  ฯ
 เจ้าเมือง เดิมก่อนเก่า เขาเล่าไว้ ข้า  ฯ  ได้จำ
เดิมก่อน มีกฏุมพี  สร้างเมืองนี้ มีข้อคำ  ฯ
 ตระกูลเดิม เกิดอยู่จำ ต่อมานั้น คิดแสวงหา
พร้อมกัน ทั้งพวกหมู่  รวมทั้งปู่ ลุงย่าตา  ฯ
=============================================================
๑ เมืองนคร              ๒เมืองแต่ไร

=============================================================
หน้าที่ ๑๗
 สามคน ออกแสวงหา เมืองบ้านป่า หาปกครอง
ต่างคน ต่างไปหา  ใครพบปะ ได้สมปอง  ฯ
 เที่ยวไป ตามทำนอง สืบหาช่อง สร้างบ้านเมือง
คุณโป เดิมชื่อสิง  ตามความจริง ผู้นำเรื่อง  ฯ
 พบเกาะ หาไม่เมือง มีแต่ไพร่ นายไม่มี
ตั้งตัว เองเป็นนาย  บังคับไพร่ ได้ถ้วนถี่  ฯ
 ต่อมา หลานน้องพี่ ถามหาโป๑ อยู่ที่ใด
เขาว่า ตาสิงโป  เขาไปอยู่ สร้างเมืองใหม่  ฯ
 ลูกหลาน คิดรวมใจ ชวนกันไป เยี่ยมสิงโป
ต่อมา เป็นเมืองบ้าน เล่านิทาน ไว้ให้โร้๒  ฯ
 นานมา ชื่อสิงคโปร์ มีผู้รู้ สืบต่อมา
ตาชื่อนี้ ไปปกครอง  ตามทำนอง เหมือนที่ว่า  ฯ
 บ้านเมือง ชื่อว่าตา- นี่  สร้างมา ปางก่อนอยู่
ย่ามู ชื่อลุงพัฒ  จำได้ชัด แต่เท่านั้น  ฯ
 ข้า  ฯ  อยู่ มานานครัน บ่รู้ว่า ชื่อติดไป
สมัยลุง เพชรคนหลัง เมื่อตั้งเมือง บุรีไชย  ฯ
 พ.ศ. ติดสมัย มีอยู่ใน ทัยสุโข
ลุงพัฒ ตั้งโคกลุง  คลองลำปาง อ้างให้โร้๓  ฯ
 ต่อมา คนในหมู่ เรียกลำปำ ติดตำรา
เดิมตั้ง ที่โคกลุง  นานดึกดำ ปรัมปรา  ฯ
 นานับ ถมกัปปา นานนานมา ชื่อพัทลุง
ตาเภรี ทูลพระราม  ตามเนื้อความ ที่ปรับปรุง  ฯ
=============================================================
๑ ถามหาปู่             ๒ให้รู้               ๓อ้างให้รู้

=============================================================
หน้าที่ ๑๘
 พระเจ้าราม ตอบคุณลุง ตามที่ว่า ข้าเห็นจริง
ยังเรื่อง หนึ่งเล่าตา  เล่าให้ข้า รู้ทุกสิ่ง  ฯ
นิทานแทรก
 เขาเมือง เมืองใครทิ้ง สร้างไว้จึง ไม่ปกครอง
ได้เรียก ว่าเขาเมือง  ตามนามเรื่อง เชิญตาพร้อง  ฯ
 ตาเภรี รู้ทำนอง เรื่องเก่าแก่ แต่โบราณ
จึงได้ กราบทูลท้าว ครั้งข้า  ฯเจ้า เผดียงการ  ฯ
 ข้าเจ้า พอรู้งาน เที่ยวเลี้ยงโค ดูทำนา๑
ได้พบ กับตาเฒ่า  อายุคราว ปู่และย่า  ฯ
 จึงได้ ถามกับตา ว่าใครสร้าง ช่วยบอกที
บอกว่า เมืองทรงยศ  ชื่อพระรส นางเมรี  ฯ
 ตั้งเมือง อยู่ที่นี่ เมียชื่ออี สนทราตาย
ลากศพ พาไปตั้ง  หัวหมันยัง๒ ตามนิยาย  ฯ
 ตั้งอยู่ ทิศเหนือใกล้ เขาคูหา มาแต่เดิม
เรื่องราว ของพระรส  เล่าให้หมด หัวใจเปลิ้ม๓  ฯ
 มีเมือง หนึ่งเมืองเดิม ที่ควนแร่ เมืองแต่ไหร๔
บ้านเมือง พระรสเสน  รู้ชัดเจน ศิษย์ท้าวไทย  ฯ
 ฤาษี ตนหนึ่งไซร้ อยู่ควรกุฏิ ผู้อุตดม
ควนสาร ที่แปลงสาร  ตามนิทาน ครั้งประถม  ฯ
 ขอเล่า ไว้พอสม  (ควร) ถวายบังคม พระยาราม
เจ้าพระยา ฟังวาจา  ตาเพชรว่า ได้ทราบความ  ฯ
 นามเรื่อง เมืองถูกตาม  ฯ นามเมืองเก่า เราแต่ไหร๕
ควรให้ เป็นพระยา  ตามที่มา ขอเมืองใหม่  ฯ
 ตรัสตอบ ขอบพระทัย ประทานไป ตามต้องการ
พวกท่าน ที่เข้ามา  ปรารถนา สร้างเมืองบ้าน  ฯ
=============================================================
๑ ฤดูทำนา             ๒หัวมันยัง            ๓หัวใจปลื้ม            ๔เมืองแต่ไร             ๕แต่ไร

=============================================================

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 3812
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)