ผลึกสีใสในหยดน้ำตา

ผลึกสีใสในหยดน้ำตา
กระต่ายใต้เงาจันทร์
ในวันที่เจิดจ้าฟ้าภาคเหนือ
หญิงสาวแห่งเลือดเนื้อบริสุทธิ์
ผลิบานท่ามกลางมวลมนุษย์
ขณะผึ้งรี่รุดเวี่ยผกา

บนวงหน้าวาดยิ้มชายผู้พ่อ
นัยน์ตาแม่น้ำตาคลอต่ออุตสาห์
เป็นประกายฉายฉานในดวงตา
มอบเส้นทางก้าวที่กล้าดรุณี

แหละเป็นวันที่ดอกเอื้องเหลืองบานเบ่ง
มวลผีเสื้อร้องเพลงรุ้งเปล่งสี
กับเงาแสงแห่งวันร่วมยินดี
มโหรีลำนำเพลงล้านนา
  

แต่ชีวิตเป็นบทตอนละครฉาก
วิบากกรรมจำพรากซ้ำซากค่า
มือไชชอนถือกุมอุ้มชะตา
เป็นซากปรักมายานิทราจม

ซบใบหน้าข่มใจกับใบหมอน
กำชับความทุกข์ร้อนผ่อนขื่นขม
หลังหน่วยร่างซาตานผลาญอารมณ์
ดาวในใจสลายล่มลงถมกอง


เป็นคำสาปบาปกรรมกับป์กัลป์ชาติ
ก็มิอาจเข้าใจนัยสนอง
สามสิบสามเจริญวัยใจหมายปอง
บนเส้นทางเรืองรองผุดผ่องพราว


ในคืนที่แจ่มจ้าเพ็ญมาฆะ
เธอก้มกราบไหว้พระด้วยบัวขาว
บทสวดมนต์ซึมแทรกแผลแตกร้าว
ภายใต้ดวงตาดาววับวาวดวง


เธอนั่งลงใกล้ลูบไล้ผม
ลูกที่หลับใต้ผ้าห่มชมและห่วง
พักผ่านห้วงขมขื่นมาชื่นทรวง
ปล่อยน้ำตาไหลร่วงถ่วงกายนอน



เพื่อว่ารุ่งเช้าฟ้าพราวแสง
ระเหยแห้งน้ำตาไหลบ่าหมอน
เป็นผลึกสีใสในตะกอน
เธอตั้งจิตขอพรก่อน”อโหสิกรรม”