ผลึกสีใสในหยดน้ำตา กระต่ายใต้เงาจันทร์ ในวันที่เจิดจ้าฟ้าภาคเหนือหญิงสาวแห่งเลือดเนื้อบริสุทธิ์ผลิบานท่ามกลางมวลมนุษย์ขณะผึ้งรี่รุดเวี่ยผกาบนวงหน้าวาดยิ้มชายผู้พ่อนัยน์ตาแม่น้ำตาคลอต่ออุตสาห์เป็นประกายฉายฉานในดวงตามอบเส้นทางก้าวที่กล้าดรุณีแหละเป็นวันที่ดอกเอื้องเหลืองบานเบ่งมวลผีเสื้อร้องเพลงรุ้งเปล่งสีกับเงาแสงแห่งวันร่วมยินดีมโหรีลำนำเพลงล้านนา แต่ชีวิตเป็นบทตอนละครฉากวิบากกรรมจำพรากซ้ำซากค่ามือไชชอนถือกุมอุ้มชะตาเป็นซากปรักมายานิทราจมซบใบหน้าข่มใจกับใบหมอนกำชับความทุกข์ร้อนผ่อนขื่นขมหลังหน่วยร่างซาตานผลาญอารมณ์ดาวในใจสลายล่มลงถมกองเป็นคำสาปบาปกรรมกับป์กัลป์ชาติก็มิอาจเข้าใจนัยสนองสามสิบสามเจริญวัยใจหมายปองบนเส้นทางเรืองรองผุดผ่องพราวในคืนที่แจ่มจ้าเพ็ญมาฆะเธอก้มกราบไหว้พระด้วยบัวขาวบทสวดมนต์ซึมแทรกแผลแตกร้าวภายใต้ดวงตาดาววับวาวดวงเธอนั่งลงใกล้ลูบไล้ผมลูกที่หลับใต้ผ้าห่มชมและห่วงพักผ่านห้วงขมขื่นมาชื่นทรวงปล่อยน้ำตาไหลร่วงถ่วงกายนอนเพื่อว่ารุ่งเช้าฟ้าพราวแสงระเหยแห้งน้ำตาไหลบ่าหมอนเป็นผลึกสีใสในตะกอนเธอตั้งจิตขอพรก่อน”อโหสิกรรม”
ชมชอบบทกลอนแบบนี้จัง...
ขอบคุณๆที่แบ่งปัน..ครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีคะคุณเส้าหลง
เคี่ยว โคมคำ ได้บรรยายความรู้สึกในบทกวีนี้ไว้ว่า ความร่าเริงของวัยเด็ก คือปฐมชีวิตที่เบิกบานเคลื่อนไหวอยู่ในโลกสีขาว เมล็ดพันธุ์แห่งจินตนาการโปรยหว่านบนลานหฤหรรษ์ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ชีวิตเปลี่ยนผ่านสู่ดรุณวัยไปได้ไม่ไกลนัก วิบากกรรมชีวิตที่หมุนวนไม่รู้จบก็เดินทางเข้ามาทักทายเป็นระลอก ท่วงทำนองของอารมณ์ความรู้สึกมีทั้งอ่อนโยนและแข็งกร้าว ทำให้ชีวิตตกอยู่ในสงครามชะตากรรม ที่มีทั้งการต่อสู้และการให้อภัย ผลบวกของความสุขสงบจะมีมากหรือน้อย จึงขึ้นอยู่กับสังคมอ่อนแอและเข้มแข็ง ซึ่งเป็นคำบรรยายที่ตรงใจและให้ความรู้สึกเป็นยิ่งนัก
ขอบคุณปฐมบทแห่งการบรรยายในกวีทรรศน์ ของเคี่ยว โคมคำในหนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์คะ
และที่ต้องขอบคุณกัลยาณมิตรอย่าง ต้นกล้า อันดามัน ที่ร่วมกันร้อยเรียงบทกวีชิ้นนี้ขึ้นมา มิตรภาพแห่งหญิงชายมิได้เสมอเหมือนว่าด้วยเรื่องรักใคร่ แต่มิตรภาพต้นกล้า อันดามัน และกระต่ายใต้เงาจันทร์เป็นเพื่อนร่วมสหายและรักบทกวีเหมือนกันและความรักใดในโลกหล้าหนึ่งในนั้นสิ่งที่โชคดีสำหรับชีวิตคือการมีเพื่อนแท้ จริงใจ ปราศจากสิ่งใดแอบแฝง ขอบคุณ มิตรภาพหลายปีที่รู้จักกัน
ขอบคุณ มิตรแท้ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า สิ่งดีๆในสังคม ยังมีให้เราพบเจอ อย่างเช่น ต้นกล้า อันดามัน
นี่คือเหตุผลในงานเขียนคะ
สวัสดีคะคุณ กิ่งไผ่ใบหลิว
เคี่ยว โคมคำ ได้บรรยายความรู้สึกในบทกวีนี้ไว้ว่า ความร่าเริงของวัยเด็ก คือปฐมชีวิตที่เบิกบานเคลื่อนไหวอยู่ในโลกสีขาว เมล็ดพันธุ์แห่งจินตนาการโปรยหว่านบนลานหฤหรรษ์ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ชีวิตเปลี่ยนผ่านสู่ดรุณวัยไปได้ไม่ไกลนัก วิบากกรรมชีวิตที่หมุนวนไม่รู้จบก็เดินทางเข้ามาทักทายเป็นระลอก ท่วงทำนองของอารมณ์ความรู้สึกมีทั้งอ่อนโยนและแข็งกร้าว ทำให้ชีวิตตกอยู่ในสงครามชะตากรรม ที่มีทั้งการต่อสู้และการให้อภัย ผลบวกของความสุขสงบจะมีมากหรือน้อย จึงขึ้นอยู่กับสังคมอ่อนแอและเข้มแข็ง ซึ่งเป็นคำบรรยายที่ตรงใจและให้ความรู้สึกเป็นยิ่งนัก
ขอบคุณปฐมบทแห่งการบรรยายในกวีทรรศน์ ของเคี่ยว โคมคำในหนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์คะ
และที่ต้องขอบคุณกัลยาณมิตรอย่าง ต้นกล้า อันดามัน ที่ร่วมกันร้อยเรียงบทกวีชิ้นนี้ขึ้นมา มิตรภาพแห่งหญิงชายมิได้เสมอเหมือนว่าด้วยเรื่องรักใคร่ แต่มิตรภาพต้นกล้า อันดามัน และกระต่ายใต้เงาจันทร์เป็นเพื่อนร่วมสหายและรักบทกวีเหมือนกันและความรักใดในโลกหล้าหนึ่งในนั้นสิ่งที่โชคดีสำหรับชีวิตคือการมีเพื่อนแท้ จริงใจ ปราศจากสิ่งใดแอบแฝง ขอบคุณ มิตรภาพหลายปีที่รู้จักกัน
ขอบคุณ มิตรแท้ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า สิ่งดีๆในสังคม ยังมีให้เราพบเจอ อย่างเช่น ต้นกล้า อันดามัน
นี่คือเหตุผลในงานเขียนคะ