อยู่เหนือความยึดติดในรูปแบบที่ไม่สร้างสรรค์ในกระบวนการเรียนรู้ทั้งปวง ใช้ฝีมือการสอนและหัวใจแห่งความเมตตาควบคู่กันอย่างแท้จริง
ครูฟา ?
ใครคือครูฟา

เปิดตำนานครูฟาฉบับย่อ
ท่านชื่อ ครูแมว หลังจากที่ท่านและทีมไปเข้ากระบวนการเรียนรู้ ดูเครื่องมือการพัฒนาเครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน หรือ โรงเรียนลูก= โรงเรียนเรา จากมูลนิธิเครือข่ายครอบครัวมาเมื่อสามปีที่แล้ว ด้วยคำชักชวนของพี่ติ่งแห่งสถาบันรักลูก ที่ทำเรื่องครอบครัวเข้มแข็งนำร่องใน 9 จังหวัด มาก่อน ณ ขณะนั้น องค์ที่มีอยู่ในตัวอย่างเอกอุและหาตัวจับได้ยาก ก็เริ่มก็เริ่มเฉิดฉาย ปิ๊งประกายความคิดมากมาย และกลับมานั่งใคร่ครวญตามลำพังเป็นเบื้องต้นก่อนว่า จะนำมาปรับใช้ในโรงเรียนและบริบทองค์ความรู้ของตัวเองอย่างไร มันยากอยู่เหมือนกัน จะคลุก จะผสมผสาน จะเดินกลยุทธ์อย่างไร เพื่อให้โรงเรียนเปิดพื้นที่การเรียนรู้สร้างสุขให้กับเด็กและครอบครัว โดยไม่มีการล้ำเส้นหรือทำให้ใครรู้สึกด้อยคุณค่า
ครูแมว ชื่อนี้ จำเป็นที่จะต้องให้ทุกท่านได้รู้จักกันในระดับหนึ่งก่อน เพราะจะทำให้เห็นรากฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรม เครื่องมือ และกระบวนการของครูฟาที่จะกล่าวถึงต่อไปด้วย ท่านเป็นครูเป็นคุณแม่ที่มี ลูกสาวสองคน คือขวัญกับเพชร เรื่องราวของการมีลูกของท่านได้เผยแพร่และโด่งดังไปทั่วประเทศ เพราะการต่อสู้ที่น่าชื่นชมของลูกต่อโรคธาลัสซีเมีย* ที่คุณหมอบอกไว้ว่าจะมีอายุสั้น คือ ประมาณ 9 ขวบเท่านั้น แต่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ จนปัจจุบันทั้งสองมีอายุใกล้จะสามสิบกันแล้ว บทเรียนที่ได้คือหัวใจของความเป็นแม่และความเข้มแข็งในชีวิตของลูกทั้งสองคน เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหนุ่มสาวเยาวชนคุณพ่อ คุณแม่นักต่อสู้ชีวิตอีกจำนวนมาก ทว่าเรื่องที่มักไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง และน่าจะหยิบมาทำเป็นหนังดราม่ากึ่งสารคดีปลุกจิตวิญญาณครูยิ่งนัก คือ ความเป็นครูฟา นั่นเอง ด้วยการปฏิวัติวงการครูไทยอยู่อย่างเงียบๆ กบฏที่ฝังตัวเนียนอยู่ในระบบ จนฟากกระบวนกรระดับครูบาอาจารย์ฝั่งเอ็นจีโอหลายคน บอกให้ครูแมวไปถอดองค์ความรู้มาว่า อยู่เป็นครูแบบนั้นในระบบมาได้อย่างไร กว่า30ปี เรื่องของการเป็นครูของครูแมวนี้ ต้องยอมรับว่า ถ้าจะต้องเล่าให้ยาวละเอียดก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่ เพราะมีเกร็ดชีวิตที่น่าสนใจและพิลึกพิลั่นมาก แต่คงจะข้ามไปก่อน เอาเฉพาะบริบทชีวิตที่จำเป็นและเห็นภาพชัดๆกันก็พอ ว่าท่านได้ให้กำเนิดตำนานครูฟามาได้อย่างไร
เฉพาะในปัจจุบันชาติ องค์ของท่านนั้นมากมายนัก ที่เป็นทั้งพรสวรรค์และพรแสวงสำคัญๆก็คือ เป็นนักเล่านิทานตัวยงมาตั้งแต่เด็ก ด้วยแรงบันดาลใจอยากที่จะเป็นครูมืออาชีพ และสามารถที่จะข้ามบ่วงกระแสมหาวิทยาลัยนิยมในช่วงหนึ่งไปได้ด้วยแรงใจและคำแนะนำจากคุณพ่อ แต่ก็อย่างไม่สู้เต็มใจนักในช่วงแรก เพราะรู้ว่าตอนนั้นตัวเองชอบภาษาและก็มีความสามารถพอที่จะไปอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของเมืองไทยได้โดยไม่ยากเย็น อักษรศาสตร์จุฬา จึงคือความฝันแรกของเธอ
“อักษรา ถ้าเธออยากเป็นครู เธอต้องเรียนโรงเรียนฝึกหัดครู”
นั่นคือประโยคของคุณพ่อที่ทำให้ นางสาวอักษรา ต้องเลือกเรียนวิทยาลัยฝึกหัดครูตั้งแต่จบ ม.4ด้วยความเด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่น ว่าสักวันหนึ่ง อักษราจะเป็นครูที่ดี
....กาลเวลาผ่านไป.......การเรียนที่วิทยาลัยครู การมีอุปนิสัยแห่งความเป็นผู้นำ รักการเรียนรู้ การทำกิจกรรมจิตอาสามาโดยตลอดระหว่างเรียน การมีประสบการชีวิตที่หลากหลายในช่วงเป็นครู ครูพุทธศาสนา ครูภาษาไทย ครูจิตวิทยา แนะแนว จบโทแนะแนว เอกเด็กพิเศษจาก มช.เป็นสุดยอดนักขายประกันระดับท๊อปของประเทศ ก่อตั้งสโมสรฝึกการพูดและบุคลิกภาพเขลางค์นคร ศูนย์เรียนรู้บ้านครูแมวสอนทักษะชีวิตและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ให้เด็กๆ วิทยากรในโครงการครอบครัวเข้มแข็งของสถาบันรักลูก หรือการพบกับอุปสรรคชีวิตที่ต้องจัดการด้วยพละกำลังทางจิตที่เข้มแข็ง กระทั่งการได้มีครูบาอาจารย์ทางธรรมที่ดีและปฏิบัติธรรมพัฒนาจิตเจริญปัญญาลดอัตตาอยู่ตลอด คุณครูอักษราจึงกลายมาเป็นครูแมว ที่เหล่าบรรดาครูฟาทั้งหลายต่างยกย่องให้ท่านเป็นกระบวนกรระดับเทพอย่างเช่นทุกวันนี้ เพราะเส้นทางชีวิตที่ว่ามาโดยย่อนั้น ได้หล่อหลอมให้ท่านเป็นครูด้วยจิตวิญญาณ รักและเอาใจใส่ลูกศิษย์ อยู่เหนือการข่มผู้เรียนข่มชาวบ้าน อยู่เหนือการสักแต่บรรยายอยู่หน้าห้อง และอยู่เหนือความยึดติดในรูปแบบที่ไม่สร้างสรรค์ในกระบวนการเรียนรู้ทั้งปวง ใช้ฝีมือการสอนและหัวใจแห่งความเมตตาควบคู่กันอย่างแท้จริง
เรื่องที่ว่ามาทั้งหมดจึงละเลยไม่ได้ที่จะต้องถอดบทเรียนความเป็นครูฟาครอบครัวสุขภาวะของท่านออกมา โดยเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ฝังลึกอื่นๆที่มีอยู่พอสมควรในวงการครอบครัวสุขภาวะและอื่นๆในโลกนี้ การได้เลือกท่านเป็นต้นแบบหลักปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งของครูฟานั้น ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งความภาคภูมิใจของคนที่ทำงานกับครอบครัว ที่เป็นเสมือน คนเขียนเพลง แต่ยังหานักร้อง ศิลปินที่สามารถออกแบบ และสร้างสรรค์รูปแบบการร้องที่แตะใจคนฟังและเพิ่มคุณค่าให้กับเพลงได้ ครูแมวคือบุคคลผู้นั้น และคงไม่ได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใด ถ้าจะบอกว่า ท่านคือผู้ใช้ทุกๆเครื่องมือ อย่างมีประสิทธิภาพ อ่อนโยน และเนียนที่สุด (เท่าที่เคยเห็น ณ ขณะนี้) เป็น the best of the best practice ที่ท่านเองก็คงอย่างจะเห็นที่ดีที่สุดกว่าตัวท่าน และเชื่อว่าจะมีตามกันมาเรื่อยๆ โลกของการศึกษาจะไม่สิ้นครูฟาขั้นเทพถ้าครูฟาคนนั้นเดินอยู่บนฐานของสัมมาทิฐิสุนทรียกระบวนการ มีวินัยในชีวิต และมีเมตตาจิตนำพา นี่คือความหวังใหม่ของครอบครัวและสังคมไทย