เส้นทางนี้...อีกยาวไกล
ความเห็น: 11
วันนี้คุณรู้จักความจริง.....กันหรือยัง... (ครั้งที่ 1)
ความจริง คืออะไร
" ความจริงคืออะไร น่าค้นหา
ความจริงคือปัญหาน่าขุดคุ้ย
ถ้าเช่นนั้นจงเตรียมตัวแล้วสั่งลุย
ไปขุดคุ้ยหาความจริงกันเถิดเรา "
ความจริงคืออะไรเป็นคำถามเชิงอภิปรัชญา (Metaphysics) การตอบคำถามว่าอะไรคือความจริง หรือ ความจริงคืออะไร...ต้องให้นักปรัชญาเป็นผู้ตอบ ซึ่งคำตอบของนักปรัชญาจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1. เอกนิยม (Monism) แสดงไว้ว่า ความจริงคือสิ่งเดียว แต่สิ่งเดียวนั้นกลุ่มนี้ยังแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
- พวกจิตนิยม (Idealism) เชื่อว่าความจริงหนึ่งเดียวคือจิต (Mind) หรือแบบ (Form)
- พวกสสารนิยม (Materialism) เชื่อว่าความจริงหนึ่งเดียวคือ กาย (Body) หรือสสาร (Material)
2. ทวินิยม (Dualism) เชื่อว่า ความจริงประกอบด้วยสองสิ่ง คือทั้งกาย (Mind) และจิต (Body) ทั้งสองสิ่งนี้ต้องอยู่คู่กันเสมือนว่าในโลกนี้มีคนดีก็ต้องมีคนชั่ว
3. พหุนิยม (Pluralism) เชื่อว่าความจริงของสรรพสิ่งมีมากกว่าสอง พวก Pluralism มองว่าความจริงมีได้หลากหลายไม่จำกัดอยู่เพียงสิ่งเดียวหรือสองสิ่งเท่านั้น เช่น อาจจะบอกว่าความจริงของมนุษย์ประกอบด้วยขันธ์ห้า กล่าวคือ ไม่ว่าเราจะมองอะไรก็แล้วแต่เราจะมองในหลายมิติ
ในความจริงแล้วความจริงคืออะไรนั้นสามารถตอบได้หลายมุมขึ้นอยู่กับความเชื่อของคนแต่ละกลุ่มของนักปรัชญา ฉะนั้น “ความจริงคือสิ่งที่เชื่อว่าจริง”

จะค้นพบความจริงได้อย่างไร
เราจัดว่าคำถามเช่นนี้เป็นคำถามในเชิงปรัชญาที่เรียกว่า ญาณวิทยา (Epistemology) และเราสามารถแบ่งการตอบได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มเหตุผลนิยม (Rationalism) กล่าวว่า การค้นพบความจริงนั้นสามารถทำได้โดยการคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งการคิดอย่างมีเหตุผลนั้นต้องอาศัยหลักการนิรนัย (Deductive) เป็นเครื่องมือ การค้นพบความจริงในกลุ่มนี้เชื่อว่าความจริงที่ได้ต้องมาจากภายในไม่ใช่มาจากภายนอกหรือมาจากประสบการณ์ กลุ่มนี้มองความจริงเป็นสิ่งนิรันดร์ ไม่เปลี่ยนแปลง การค้นพบความจริงในกลุ่มนี้เป็นหน้าที่ของจิตหากว่าจิตนั้นเป็นจิตที่สมบูรณ์แล้วย่อมค้นพบความจริงได้ในที่สุด
2. กลุ่มประจักษนิยม (Empiricism) กล่าวว่า การค้นพบความจริงนั้นสามารถทำได้โดยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า (ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย) กับประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาโดยอาศัยหลักการอุปนัย (Inductive) เป็นเครื่องมือในการสรุปข้อค้นพบ กลุ่มนี้จะมองความจริงว่าเป็นสิ่งที่ได้หลังมนุษย์เกิด ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ก่อนเป็นนิจนิรันดร์ การค้นพบความจริงในกลุ่มนี้ไม่ใช่หน้าที่ของจิตแต่อย่างใด แม้ว่าบางครั้งจะต้องครุ่นคิดซึ่งเป็นหน้าที่ของจิตก็ตาม แต่การครุ่นคิดนั้นเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าเข้ามาใหม่กับประสบการณ์เดิมที่สะสมไว้ว่ามีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เอกสารอ้างอิง
รัตนะ บัวสนธ์. (2551) ปรัชญาวิจัย (Philosophy of Research). กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ในห้องเรียนระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูง โดย รศ.ดร.อรุณี อ่อนสวัสดิ์
ความคิดเห็นของเพื่อนในห้องเรียนที่ช่วยกันอภิปราย
