บางช่วงเป็นที่ราบลุ่มเชิงเขา ลาดลดหลั่นลงไปกินบริเวณกว้าง กลางพุ่มไม้ไพรพงเขียวขจีมีกลุ่มควันสีขาวลอยคว้างขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นหย่อม ๆ

เยือนเชียงราย-2

โสภณ เปียสนิท 

............................................

 

                   เลยลำปางผ่านเขตเมืองเชียงใหม่โดยไม่ได้ผ่านตัวเมือง รถแล่นบนเขาสูงสองข้างทางเป็นป่าเขา เส้นทางบางช่วงยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง นาน ๆ ทีจะมีรถแล่นสวนมาสักคัน ฝุ่นสีขาวปลิวคละคลุ้งขึ้นปกคลุมอาณาบริเวณกว้าง ดงสักสองข้างทางปกคลุมด้วยฝุ่นสีขาวตลอดทั้งลำต้น ดอก ใบ กลายร่างเป็นสักสายพันธุ์ใหม่ไปโดยปริยาย เข้าเขตอำเภอพานเมืองเชียงราย บางช่วงเป็นที่ราบลุ่มเชิงเขา ลาดลดหลั่นลงไปกินบริเวณกว้าง

 

            กลางพุ่มไม้ไพรพงเขียวขจีมีกลุ่มควันสีขาวลอยคว้างขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นหย่อม ๆ จากแปลงกสิกรรม หรือไม่ก็ลอยผ่านหลังคากระท่อม บางช่วงเป็นป่าเขาสูงแหงนมองคอตั้งบ่า ผ่านสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเชียงรายที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างซอกเขาด้านขวามือ เลยไปอีกนิดเห็นวัดร่องขุ่น วัดบ้านเกิดของคุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อยู่ระหว่างการก่อสร้างพระอุโบสถอย่างวิจิตรอลังการตามจินตนาการของมหาศิลปินแห่งยุคสมัย

 

                    เวลา 18.35 นาฬิกา การเดินทางสิ้นสุดลงที่โรงแรมวังคำ รวมเวลาเดินทาง 14 ชั่วโมง อากาศที่เชียงรายไม่หนาวเหมือนที่วาดฝัน ระหว่างว่างจากการสัมมนาเรามีโอกาสได้ขึ้นไปเยือนดอยตุง บ้านสมเด็จย่า ท่านต้อนรับคณะของเราด้วยสายพระเนตรตรงที่แฝงด้วยพระเมตตาปรานี จากปากคำของมัคคุเทศก์สาวทำให้ทราบว่าท่านทรงโปรดดอกเจอราเมียสีแดงที่ปลูกอยู่รอบพระตำหนัก สวนดอกไม้เมืองหนาวเบ่งบานและการจัดแต่งอย่างสวยงามทำให้ดูเหมือนว่าทั้งดอยเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์

                      พระธาตุดอยตุงมองเห็นอยู่ไกลลิบตาองค์เล็กนิด อาบแสงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนประกายเข้านัยน์ตาวิบวับ  เหมือนหนึ่งดังพระจุฬามณีแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ผมยกมือพนมหลับตาสำรวมจิตไหว้พระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความโสมนัสศรัทธา ตั้งจิตอธิษฐานน้อมบุญถวายบูชาพระคุณแห่งสมเด็จย่าในสัมปรายภพ

 

                     มีโอกาสได้แวะเยี่ยม “แม่สาย” แม่น้ำกั้นเขตแดนระหว่างไทยและเมียนม่า ภาพแห่งความเป็นจริงทำลายจินตนาการอันสวยงามของผมจนหมดสิ้น แม่สายในสายตาตามที่เป็นจริงพลุกพล่านด้วยฝูงชน ร้านค้าน้อยใหญ่เรียงรายแน่นขนัด ขอทานตัวเล็กตัวน้อยหน้าตาเนื้อตัวขะมุกขะมอมเดินเข้ามายื่นมือสลอน ผมเดินเยี่ยมชมและซื้อของฝากติดไม้ติดมือเล็กน้อยก่อนเดินทางกลับอย่างผิดหวัง

 

                       เสร็จจาการสัมมนาในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม เราเดินทางกลับโดยไม่เร่งรีบ เพียงแค่มีเป้าหมายในใจคร่าว ๆ ว่าต้องให้พ้นเส้นทางเปลี่ยวบนสันเขาระหว่างเชียงราย-ลำปางก่อนค่ำ และอาจแวะพักค้างแรมที่โรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก สองทุ่มเศษแวะพักค้างแรมที่โรงแรมเวียงตากสอง รับประทานอาหารค่ำและเดินชมสะพานแขวนเพื่อย่อยอาหาร เมื่อวนกลับถึงที่พักต่างหลับใหลด้วยความระโหยโรยแรง

 

                       รุ่งเช้าหลังรับประทานอาหาร แปดนาฬิกาตรงการเดินทางเริ่มต้นอีกครั้ง เราต่างเป็นกัลยาณมิตรชักชวนกันแวะกราบนมัสการอริยสงฆ์ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม ที่วัดอัมพวัน ถึงวัดขณะที่ท่านฉันภัตตาหารเพลพอดี ผมเดินขึ้นบนศาลาหอฉัน พบท่านนั่งสนทนาอยู่กับทายก ทายิกาผู้นำจตุปัจจัยไทยทานมาถวายจำนวนมาก ผมก้มกราบและร่วมกันถวายปัจจัยตามศรัทธา หลวงพ่อกล่าวอนุโมทนาและสอนเน้นการบริจาคทานด้วยคำว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้” ท้ายที่สุดท่านอนุโมทนาเป็นภาษาบาลี และขอตัวไปต้อนรับคณะพระสงฆ์ที่เดินทางมาถึงวัด ก่อนจากท่านไม่ลืมขอให้เราทุกคนร่วมรับประทานอาหารก่อนกลับบ้าน

 

                       เราจากวัดอัมพวันด้วยความรู้สึกอิ่มบุญ และมีโอกาสได้แวะกราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ต้นตำรับพระคาถาชินบัญชรอันลือลั่น ที่วัดเกษไชโยอีกหนึ่งแห่ง ก่อนตรงกลับถึงวิทยาเขตราว ๆ 18.30 นาฬิกา รวมระยะการเดินทางครั้งนี้ราวหนึ่งพันกิโลเมตร