“ดวงประทีปแห่งรักแท้”

 

 

ธรรมะอารมณ์ดี  :  ขอบูชาหัวใจของแม่ทุกคนในแผ่นดิน

 

ถอดเทปจากการบรรยาย เรื่อง “ดวงประทีปแห่งรักแท้”

แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนโกศลภัทรวิทย์  กรุงเทพมหานคร

ถอดเทปโดย  สามเณรณัฐวัฒน์  เย็นสันเทียะ

ตรวจและเรียบเรียง  พระปลัดบัณฑิต  อินฺทเมธี

 

      หากการนั่งฟังพระอาจารย์บรรยายวันนี้ พวกเรารู้สึกเหนื่อย ขอให้ทุกคนรู้เอาไว้ว่าเรายังไม่เหนื่อยเท่ากับฝุ่นที่ติดฝ่าพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรายังไม่เหนื่อยเท่ากับแม่ที่อุ้มท้องเรามาตลอดเก้าเดือน ถ้าถามว่าแล้วใครหละที่กตัญญูมากที่สุดในสยามประเทศ และเป็นต้นแบบแห่งความกตัญญูที่สุดในแผ่นดิน ต้องตอบว่า ในหลวง

      ขอให้ทุกคนนั่งตัวตรงนะครับ ตั้งใจดูรูปภาพเหล่านี้ให้ดี (เปิดรูปสมเด็จย่ากับในหลวง) พระอาจารย์อยากจะบอกว่า  เมื่อไรก็ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ใกล้สมเด็จย่า สังเกตจากรูปทุกรูปจะมีพระราชจริยวัตรเช่นนี้ หนึ่งประคองสมเด็จย่า  สองกอดสมเด็จย่า สามหอมแก้มสมเด็จย่า  สี่กราบสมเด็จย่า  ห้าไม่เคยยืนห่างสมเด็จย่าเกินหนึ่งเมตร พระองค์ไม่เคยรู้สึกรังเกียจว่าแม่ของเราแก่แล้ว แต่พระองค์ยังทรงกระทำหน้าที่ของลูกชายที่ดีตลอดเวลา จะมีใครในโลกนี้ที่จะปฏิบัติได้เฉกเช่นนี้บ้าง  ไม่ว่าพระองค์จะมีพระชนมายุมากน้อยเท่าใด พระองค์ก็ยังคงที่จะหอมแก้มสมเด็จย่าทุกครั้งที่มีโอกาส

       พระอาจารย์เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เรื่อง “หยุดความเลวที่ไล่ล่าคุณ” เขียนโดยพันเอกพิเศษทองคำ ศรีโยธิน ท่านเล่าว่า วันที่สมเด็จย่าสวรรคตนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ทั้งสองพระองค์นั้นได้จับพระหัตของสมเด็จย่าไว้แน่นพร้อมกับหลานที่สมเด็จย่ารักมากที่สุด คือสมเด็จพระเทพฯ เพราะท่านเลี้ยงมา หลังจากที่สมเด็จย่าสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปล่อยพระหัตถ์ของสมเด็จย่า แล้วพระองค์ทรงราชดำเนินไปที่เตียงของสมเด็จย่า จากนั้นพระองค์ได้พนมมือขึ้นแล้วกราบไปที่หน้าอกด้านซ้ายของสมเด็จย่า พระองค์ทรงก้มกราบ อยู่นานนับสิบนาทีโดยที่ไม่เงยพระพักตร์ขึ้นเลย หลังจากพระองค์เงยพระพักตร์ขึ้น ทุกคนต้องหลั่งน้ำตาออกมากับภาพที่เห็น   

หมอ,พยาบาล,ราชองครักษ์ มองเห็นเสื้อของสมเด็จย่าฝั่งด้านซ้ายเปียกชุ่มด้วยน้ำเป็นรอยวงกลมขนาดใหญ่ ทุกคนมีความรู้สึกตรงกันว่า ในหลวงเอาน้ำพระเนตร หรือ น้ำตาที่บริสุทธิ์ที่สุดในตัวมนุษย์มารดหัวใจของแม่เป็นครั้งสุดท้าย นี่คือสิ่งที่พระมหากษัตริย์ที่กตัญญูที่สุดในโลก คือ ในหลวงของเราทรงกระทำในวันที่น่าจดจำวันนั้น

             วันนี้สิ่งที่พระอาจารย์อยากจะบอกทุกคนก็คือ ขอให้เราเฝ้าทบทวนตัวเอง เราต้องนึกในใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเป็นยังไง พระอาจารย์เคยเห็นในฟอเวิดเมล์เห็นว่าเป็นเรื่องที่ให้ข้อคิด (สื่อสุนัขกับคนเก็บขยะ) และ (สื่อแปลกไหมคนที่คุณรัก) ทั้งหมดนี้เป็นข้อคิดที่พระอาจารย์อยากจะบอกทุกคนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเรา คือ แม่

             นี่คือคำถามที่จะถามพวกเราในค่ำคืนนี้ ต่อไปนี้ขอให้เราอยู่กับตัวเองให้มากที่สุด ตอบคำถามพระอาจารย์ ที่จะถามเธอทุกคน ทุกคนนั่งตัวตรง มือขวาทับมือซ้าย นั่งให้สบายที่สุด อดทนที่สุด ไม่ต้องสนใจคนอื่น ไม่ต้องสนใจหัวใจของใคร นอกจากหัวใจของเราเอง ทุกคนหลับตาเบาๆ เริ่มนะครับ สิบห้านาทีต่อจากนี้ให้ทุกคนได้ทบทวนชีวิตของตัวเอง ขอให้ทุกคนนึกถึงคุณพ่อคุณแม่ของเรา ตอบคำถามของพระอาจารย์ให้ได้ เราจะไม่หันไปดูเพื่อนหรือสนใจเพื่อนเด็ดขาด ขอให้ทุกคนถามหัวใจของตัวเอง  นั่งอยู่กับตัวเองให้ได้

           คำถามที่หนึ่งให้ทุกคนตอบในใจไม่เว้นแม้แต่คนเดียว พระอาจารย์อยากจะถามทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่  ใครที่ชอบคุยโทรศัพท์  เมื่อคืนลูกสาวคนนี้ ลูกชายคนนี้ ที่นั่งอยู่ที่นี่ เธอคุยโทรศัพท์แล้วบอกรักกับแฟนเธอกี่ครั้ง บอกคำว่าคิดถึงกี่ครั้ง เมื่อวันก่อน สัปดาที่แล้ว เดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว เธอบอกรักแฟนวันละกี่ครั้ง พูดคำว่าคิดถึงกับเขากี่ครั้ง พูดคำว่าเป็นห่วงกับเขากี่ครั้ง ถ้าเมื่อคืนเธอพูดคำว่ารักหลายสิบครั้ง เธอพูดคำว่าคิดถึงหลายสิบหน เธอตอบคำถามนี้ในใจ ตอบให้มันดังกังวานในหัวใจของทุกคน  ว่า เมื่อคืนแม่ได้ยินคำว่ารักจากลูกชายลูกสาวคนนี้กี่ครั้ง เมื่อคืนแม่ได้ยินคำว่าคิดถึงจากลูกคนนี้กี่ครั้ง เมื่อคืนแม่ได้ยินคำว่าเป็นห่วงจากลูกคนนี้กี่ครั้ง พ่อแม่สำคัญที่สุด แต่ลูกให้ความสำคัญน้อยที่สุด วันนี้เธอนั่งอยู่ที่นี่ยอมทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้ผู้ชายคนหนึ่งยอมรับในตัวเรา ยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ผู้หญิงคนหนึ่งยอมรับในตัวเรา ที่เราเรียกเขาว่าแฟน แต่ไม่เคยทำสิ่งที่พ่อแม่แอบดีใจเลย นี่คือคำถามที่หนึ่ง  เมื่อทุกคนคิดได้อย่างนี้ ถามหัวใจตัวเองว่าต่อจากนี้ไปเราควรทำอย่างไร

           คำถามข้อที่สองคือ ทุกครั้งที่ไม่พอใจพ่อกับแม่เราทำอะไร เราแสดงอาการยังไง กับคนสองคนนี้ กี่ครั้งในชีวิตที่เธอโยนกระเป๋าเข้าไปในบ้าน กี่ครั้งในชีวิตที่เธอปิดประตูดังๆปิดหน้าต่างดังๆใส่พ่อแม่ เมื่อไม่พอใจกับบางสิ่งบางอย่าง กี่ครั้งที่เราใช้คำพูดเสียดแทงหัวใจของแม่ ผมโตแล้วนะแม่ หนูโตแล้วนะแม่ ไม่อยากจะอยู่แล้วบ้านหลังนี้ เบื่อที่สุด จู้จี้จุกจิก ทุกครั้งที่เธอบ่นว่า เบื่อบ้านหลังนี้ เบื่อผู้ชายคนนี้ เบื่อผู้หญิงคนนี้ คำถามคือถ้าเธอกลับไปบ้าน ไม่มีใครอยู่ที่บ้านแม้แต่คนเดียว เธอจะรู้สึกยังไง พระอาจารย์เห็นที่วัด หลายคนพ่อแม่เสียชีวิตเคาะโลงศพ แม่ฟังสวดนะ พ่อฟังสวดนะ แม่ผมเอาก๋วยเตี๋ยวที่แม่ชอบมาให้ พ่อผมเอาน้ำผลไม้ที่พ่อชอบที่สุดมาให้ แต่พ่อแม่ไม่มีโอกาสได้กิน พระอาจารย์นั่งเฝ้าถามหัวใจตัวเองว่า ลูกคนที่เขาเคาะโลงศพแล้วพูดว่าแม่ก๋วยเตี๋ยวที่แม่ชอบ พ่อน้ำผลไม้ที่พ่อชอบ คำถามเกิดขึ้นในใจของพระอาจารย์ว่า ตอนที่พ่อแม่ของเขามีชีวิตอยู่ ลูกคนนี้เคยถามแบบนี้ไหมว่า แม่ก๋วยเตี๋ยวที่แม่ชอบ พ่อน้ำผลไม้ที่พ่อชอบ ซึ่งถ้าวันนี้เงินเหลืออยู่ในกระเป๋าห้าสิบบาทเนี่ย  ลูกที่นั่งอยู่ในนี้สองร้อยกว่าคน จะมีลูกคนไหนซื้อกับข้าวที่แม่ชอบที่สุด เข้าไปให้แม่ที่บ้าน เธอจำคำนี้ไว้ทั้งชีวิตนะครับ “คนที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เรามักจะลืมง่ายที่สุด” 

            ทุกคนฟังให้ดี ถ้าเธอถามว่าพ่อแม่รักเธอขนาดใหน พระอาจารย์ไม่รู้หรอกครับ ถามว่าพ่อแม่รักลูกชายรักลูกสาวที่นั่งอยู่ตรงนี้มากขนาดไหนพระอาจารย์ไม่รู้หรอกครับ  แต่พระอาจารย์อยากจะให้เพลงนี้ถามและตอบแทนความรู้สึกของพวกเธอทุกคน ทุกคนหลับตาแล้วตั้งใจฟัง ฟังนะว่าคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อและขึ้นชื่อว่าแม่ เขารักเรามากขนาดไหนครับ (เพลงนึกเสียว่าสงสาร)

         ทุกคนพนมมือขึ้นครับ ใครที่คิดว่าตัวเองเคยทำสิ่งที่ท่านเสียใจมากที่สุด ตั้งใจให้ดี นึกถึงใบหน้าของท่านให้ดีๆ ฟังนะนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นให้ได้  วันที่การกระทำของเรามันกระชากเอาน้ำตาของท่านให้ไหลลงมา นึกถึงวันนั้นที่คำพูดของเรามันเสียดแทงหัวใจของท่าน  

         ว่าตามพระอาจารย์นะครับ ลูกคนนี้  ขอขมาพ่อแม่  ลูกเคยทำสิ่งใดก็ตาม ให้พ่อแม่เสียใจ ให้พ่อแม่ร้องให้ การกระทำวันนั้นของลูก ลูกรู้สึกแย่ คำพูดวันนั้นของลูก เสียดแทงหัวใจของพ่อแม่ วันนี้ลูกคนนี้ กราบขอโทษ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกเคยทำมา ลูกหวังว่า พ่อและแม่ จะอภัยให้ลูก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลูกคนนี้จะทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ จะทำให้พ่อแม่ดีใจ จะทำให้พ่อแม่ชื่นใจ จะไม่ทำให้พ่อแม่มีความสุข ด้วยบุญบารมีนี้ จงส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่ จงมีสุขภาพแข็งแรง อยู่กับลูกคนนี้ ไปนานแสนนาน ตลอดกาลนานเทอญ ทั้งหมดสาธุหนึ่งครั้ง แล้วให้กล่าวคำขอโทษในใจทั้งหมดกับสิ่งที่เราเคยทำมา 

           และบัดนี้ขอเชิญคณะพ่อครูแม่ครูทุกท่าน ที่ด้านหน้าเพื่อเป็นสักขีพยานในการทำความดีในวันนี้ ของลูกทุกคน เชิญครับ

          ทุกคนพนมมือขึ้นครับทุกคนฟังนะครับ คนที่ไม่เคยตากแดดจะไม่รู้เลยว่าความร้อนที่สุดเป็นยังไง คนไม่เคยตากฝนจนหนาวเหน็บ จะไม่รู้ว่าความเยือกเย็นของที่สุดของชีวิตเป็นยังไง คนที่ไม่เคยอดอาหาร ก็จะไม่รู้ว่าความหิวโหยที่สุดเป็นยังไง เฉกเช่นเดียวกัน คนที่ไม่เคยขาดพ่อขาดแม่ ก็จะไม่รู้ว่าความรู้สึกโหยหาความรักมันเจ็บปวดใจขนาดไหน  เศร้าใจเพียงใด ทุกคนฟังนะครับ ลูกคนไหนที่นั่งอยู่ที่นี่ คุณพ่อจากเราไปแล้ว ขอให้ยืนขึ้นแล้วพนมมือไว้ ลูกคนไหนที่นั่งอยู่ที่นี่ คุณแม่จากเราไปแล้ว ขอให้ยืนขึ้นแล้วพนมมือไว้ ลูกคนไหนที่นั่งอยู่ที่นี่ คุณพ่อคุณแม่จากเราไปแล้ว ขอให้ยืนขึ้นแล้วพนมมือไว้ คนที่ยืนอยู่ที่นี่มีความรู้สึกเช่นไรทุกคนฟัง เพื่อนที่ยืนขึ้นทุกคนนั้น  เขาโหยหาความรัก คนที่นั่งอยู่ข้างล่างเธอมีพ่อแม่ รักษาหัวใจของท่านให้ดีที่สุดครับ  ทุกคนที่ยืนขึ้นพระอาจารย์เชื่อว่าในหัวใจของเขา ต้องการความรัก วันนี้ความรักเขาอาจจะไม่สมบูรณ์ แต่เราจะมาเพิ่มกำลังใจให้เพื่อนของเราครับ

      วันนี้เราจะมอบความรักให้เธอ(เพลงลูกกำพร้า) ลูกสาวที่ยืนขึ้นเดินออกมาข้างหน้า แล้วนั่งคุกเข่าต่อหน้าแม่ครูคนไหนก็ได้ เชิญครับ นั่งคุกเข่าต่อหน้าแล้วพนมมือไว้ ยังไม่ต้องทำอะไร ลูกชายที่ยืนขึ้นครับเดินออกมา แล้วนั่งคุกเข่าต่อหน้าพ่อครูคนไหนก็ได้ เชิญครับ ถ้าทั้งชีวิตเธอโหยหาความรักมาทั้งชีวิต ขอให้วันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุด ขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วกราบที่ตักของพ่อครูแม่ครู ระลึกถึงพ่อแม่ของเราที่จากเราไปแล้ว กราบเอาไว้ให้นานที่สุด นี่คือพ่อครูแม่ครูที่จะให้กำลังใจเรา ลูกที่กราบพ่อครูแม่ครูเงยหน้าขึ้นครับ  แล้วลุกตัวขึ้นกอดพ่อครูแม่ครูคนนี้ เอาอุ่นไอความรักไปให้มากที่สุด กอดไว้อย่าเพิ่งปล่อยนะครับ กอดเอาอุ่นไอความรักหลังจากที่เราไม่ได้กอดอ้อมกอดนี้มานาน เสร็จแล้วพูดคุยกับท่าน ท่านจะให้กำลังใจเรา จดจำเหตุการณ์วันนี้ให้ดีที่สุด แล้วเก็บเอาอุ่นไอรักไว้กับหัวใจของเราตลอดไป           

           (เพลงกาสะลอง) ต่อไปลูกทุกคนที่นั่งอยู่ข้างใน ต่อไปขอให้ออกมากราบขอขมาพ่อครูแม่ครู แทนที่เราเคยทำให้พ่อแม่ของเราต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา เชิญครับ ขอเชิญลูกทุกคนลุกขึ้นมากราบพ่อครูแม่ครูเสมือนว่าเราออกมากราบคุณพ่อคุณแม่เราครับ พ่อครูแม่ครูอยู่ไหนเดินไปหาท่านเลยนะครับ เดินไปหาท่านเลย กราบที่ตักท่านโอบกอดท่านไว้ให้ความรักนี้โอบกอดเราตลอดไป