บันทึกนี้ต่อจากตอนที่ ๑๐๔๖ ระหว่างฟัง ศ. นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ เล่าเรื่องการทำงาน “พัฒนาสาธารณสุขภาคใต้โดยเน้นการวิจัยและการพัฒนาการวิจัย” ที่ท่านบอกว่า ท่านไม่ได้ทำ R2R แต่ก็ยินดีมาเล่าเรื่องงานที่ทำมาตลอดเวลาเกือบ ๓๐ ปี
ผมตีความว่า งานที่ ศ. วีระศักดิ์ ทำ เป็นเรื่อง “routine” ของชาวบ้าน หรือเป็นเรื่องชีวิตจริงของชาวบ้าน ผมปิ๊งแว้บทันที ว่านี่แหละคือวิธีคิดของนักวิชาการ/วิจัย ที่ผมกำลังหาทางส่งเสริมให้เกิด ... นักวิชาการที่เห็น routine ของชาวบ้านเป็นโอกาสในการทำงานวิจัย ... R2R ของนักวิจัย R แรก คือ Routine ของชาวบ้าน ในขณะที่ R2R ที่ศิริราช และในเครือข่าย R2R ประเทศไทย R แรกคืองานประจำของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานประจำของตนเอง
ผมได้แนวคิดสำหรับเอามาปะติดปะต่อเรื่องการพัฒนาวิชาการสายรับใช้สังคมไทย ซึ่งก็ใช้อุดมการณ์เดียวกันกับ R2R ในองค์กร คืออุดมการณ์ทำประโยชน์แก่ผู้อื่น
ทั้ง R2R ของคนหน้างาน และ R2R ของนักวิชาการ ต่างก็เริ่มต้นที่ความปรารถนาที่จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ความปรารถนาที่จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นเป็นพลัง เป็นแรงบันดาลใจ ให้คนเราเดินทางสัมมาทิฐิ ไปสู่ชีวิตที่ดี เราต้องช่วยกันสร้างระบบที่ให้คุณค่า ให้การตอบแทนที่ดี แก่คนที่เดินทางชีวิตสายนี้
เวลานี้สังคมโลกและสังคมไทย มีการสร้าง เส้นทางแห่งความเห็นแก่ตัว เอาประโยชน์ตนเป็นตัวตั้ง เน้นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยเรียกสิ่งนั้นว่าการเมือง ทำให้การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวเหนือประโยชน์ส่วนรวม ความคิดเช่นนี้จะนำความเสื่อมโทรมมาสู่สังคมมนุษย์
ทั้ง R2R ของคนหน้างาน และ R2R ของนักวิชาการ จึงเป็นขบวนการสร้างจิตสำนึกใหม่ สำนึกที่มุ่งทำประโยชน์แก่ผู้อื่น แก่ส่วนรวม มากกว่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นี่คือเส้นทางของชีวิตที่พอเพียง รู้จักพอในส่วนของตนเอง มุ่งใช้พลังเพื่อทำประโยชน์ส่วนรวม
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.ค. ๕๓