..... การที่ผมไปอบรมที่ จ. กาญจนบุรี ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ความคิดเดิม ตั้งแต่เด็ก ที่เคยสงสัย ผุดขึ้นมาอีกครั้งในหัว สมอง น้อย ๆ ของผม ....
สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ .... คงเป็นสำนวนไทย ที่น่าสนใจ มีความหมายถึงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว มิอาจหวนคืน หรือ สิ่งที่กระทำ คำพูด ที่ทำไปแล้วไม่อาจทวงกลับมาได้ ...
มองในมุมของเด็กชายคนหนึ่ง ที่เคยมีบ้านริมน้ำกะเค้า ครั้งหนึ่งในชีวิต ... สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ ........... เหรอ ก็เห็นมันขึ้น ๆ ลง ๆ ทั้งวัน แถมครูยังสอนด้วยว่า พระจันทร์ทำให้น้ำในแม่น้ำเกิดการไหลขึ้นไหลลง .. แล้ว ไม่ไหลกลับตรงไหน นะ คงเช่นเดียวกันกับคำพูดของใครบางคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาหล่ะมั๊ง
... จนกระทั่งผม ได้พบกับต้นน้ำ ของแม่น้ำแม่กลอง ในจ.กาญฯ .. สังเกตุดู เอ่อ .... จริงแฮะ ไหลลงอย่างเดียว ไม่เห็นไหลขึ้นเลย ทั้ง ๆ ที่ เป็นแม่น้ำสายเดียวกันแท้ ๆ แถม ไหลลงทั้งวัน ไม่มีแห้งด้วย ....
ข้อสงสัยมากกว่านั้น ........ ตรงไหนหล่ะ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของ ประโยคที่ว่า สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ กับประโยคที่ว่า พระจันทร์ ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง .... หรือจะเป็น แถว ๆ บ้านโป่ง เหรอ แล้ว สายน้ำจะเป็นอย่างไร ... จะนิ่ง เลยหรือปล่าว นะ ....... แล้วคนที่อยู่ตรงจุดนั้น เค้าจะคิดยังไง หล่ะ กับคำว่า สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ ถ้าแม่น้ำตรงนั้นกลับนิ่งสนิท .......
......... ความคิดเหล่านี้ยังคงฝั่งตัวอยู่ให้ผมได้คิดเล่น ๆ ในเวลาว่าง อยู่ทุกช่วงเวลาของสายน้ำที่ไหลผ่าน .....
เช่นเดียวกับ บริบทที่ต่างกันของพื้นที่ ในประเทศ .... ในโลกใบนี้ ขนาดสายน้ำสายเดียวกัน ยังไหลไม่เหมือนกันเลย ... นับประสาอะไรกับ พื้นดินที่ ห่างไกลกัน หลาย ๆ กิโล บ้างถูกกันขวาง โดย สายน้ำตามธรรมชาติ บ้างก็ถูกแบ่งโดยสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ .......... คนก็เช่นเดียวกัน ความหลากหลายของสายพันธ์ จึงเกิดคำว่า ร้อยพ่อพันแม่ ..... แล้ว จุดเชื่อมต่อกัน ของทุกสิ่ง อยู่ตรงไหน ....... และจะสามารถ ไหลรวมกันสู่ ปลายทางได้เช่นเดียวกันกับสายน้ำ หรือไม่ ........ ......
จบเท่านี้ครับ ........ กับเรื่องเรื่อยเปื่อย ที่ ถูกขุดคุ้ย .. แก้ลืมไว้คิดเล่นยามว่างของผม
ขอบคุณครับ

ขอบคุณค่ะที่เข้าไปทักทาย
ดีแล้วค่ะอยู่ติดบ้านเป็นการสร้างสายใยในครอบครัว
สายน้ำที่ไหลไปไหลไปแล้วไม่กลับคืน
นอนหลับตาแล้วต้องผวาตื่น
สายน้ำไม่เคยไหลคืน
คงไม่คืนเสียแล้ว...รักเรา
ขอบคุณครับ น้องเสาวลักษณ์ .... บ้าน คำ คำนี้มีความหมายมากมายนัก ครับ ....
.. แหมม พี่จรรย์ มาเป็นเพลง เลยครับ ...
เพลงนี้ที่จำได้ ก็ สมัย กาญจณา มาศิริ เอามาร้องอะครับ และก็ อรวี ด้วย มั๊ง
แต่ .... เจ้าของเดิมเลย ไม่รู้ว่าเป็นใครอะครับ
สายน้ำ..... ถูกเปรียบเทียบ กับ สิ่งของ ความรู้สึกที่หลากหลาย
เช่นในเพลงก็ เป็นเรื่องความรัก
สายน้ำที่ไหลไปไหลไปแล้วไม่กลับคืน
สายน้ำไม่เคยไหลคืน
คงไม่คืนเสียแล้ว...รักเรา .........
แต่คลองหน้าบ้าน มีน้ำขึ้น...น้ำลงนะ
แอ๊ะ...หรือว่าอารมณ์ของคนหว่า...
เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย งงๆ อิอิ
เหมือนกันแหละครับคุณน้อง ....
ต่างกันก็แค่ ... สายน้ำไหลขึ้นไหลลง ตามเวลา
และเปลี่ยนแปลงได้โดยมีดวงจันทรเป็นตัวแปรหลัก .....
แต่อารมณ์ของคนเนี่ย ... ขึ้นลงเหมือนกัน ... ตัวแปรไม่แน่นอน
ART.......... มากกกกกกกกกกกกกกกก อิอิ
ได้ยินข่าวนี้มาบ้างปะ หลายวันแล้วล่ะ ว่าจะเล่าให้ฟัง...ลืม!!! ว่าจะเรียนอะนะ อดเลยเรา..อิอิ
คุรุสภา ประกาศยกเลิกการรับรองหลักสูตร ป.บัณฑิต และหลักสูตรฝึกอบรมความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ มีผลบังคับตั้งแต่ 19 ส.ค.53 ระบุการผลิตครูมีมากเกินต้องการ ซ้ำยังปรับเปลี่ยนการออก "ใบวิชาชีพครู" โดยแยกตามช่วงชั้น ประถม-มัธยม และกลุ่มวิชาที่สอน เริ่มปี 55 ก่อนใช้เต็มรูปแบบปี 57 ส่งผลครู 1 คน ต้องมีใบวิชาชีพครูมากกว่า 2 ใบขึ้นไป เมื่อวันที่ 19 ส.ค.53 นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมมีมติให้มีการแก้ไขมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา และให้เพิ่มมาตรฐานความรู้ในวิชาที่สอนเข้าไปซึ่งในปัจจุบันครู จะมีอยู่ 9 มาตรฐาน ส่วนผู้บริหารและศึกษานิเทศก์มี 10 มาตรฐาน โดยจะเพิ่มอีก 1 มาตรฐาน คือมาตรฐานความรู้ในวิชาที่ครูจะสอน โดยในระดับปฐมวัย จะเน้นในเรื่องจิตวิทยาสำหรับเด็ก การดูแลช่วยเหลือเด็ก การช่วยให้เด็กมีพัฒนาการได้อย่างสมวัย ระดับประถมศึกษา จะเพิ่มความรู้ในกลุ่มสาระที่ครูจะต้องสอน รวมถึงเทคนิคและวิธีสอน ระดับมัธยมศึกษา เพิ่มความรู้ในเนื้อหาวิชาที่ครูจะไปสอน อาทิ ครูที่สอนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยจะแยกเป็นใบประกอบวิชาชีพครูระดับปฐมวัย ประถมศึกษา ขณะที่ มัธยมศึกษาตอนต้น จะแยกเป็นกลุ่มสาระวิชา ส่วนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จะแยกเป็นครูสอนฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เป็นต้น และระดับอาชีวศึกษา ก็จะแยกตามสาขาวิชา อาทิ ครูช่าง บริหาร เกษตร โดยในส่วนผู้ที่จะขอใบอนุญาตใหม่ นั้นจะต้องผ่านกระบวนการทดสอบ จากคุรุสภาก่อน นายดิเรก กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้นักศึกษาคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หลักสูตร 5 ปี สามารถสอบขอใบอนุญาตฯ ได้ตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 เมื่อสอบผ่านและเรียนจบแล้วก็สามารถนำผลการทดสอบพร้อมกับวุฒิการศึกษาปริญญาตรี มายื่นขอใบอนุญาตฯ จากคุรุสภาได้ทันที หากสอบไม่ผ่านก็สามารถสอบใหม่ได้โดยทางคุรุสภาจะเปิดให้สอบ 2-3 ครั้งต่อปี อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเสนอว่าควรมีการนำร่องได้ในปี 2555 และจะดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2557 ส่วนแนวทางในเบื้องต้นสำหรับครูที่มีใบอนุญาตฯ อยู่แล้ว ซึ่งจะหมดอายุในปี 2557 นั้นจะต้องมีหลักฐานในการฝึกอบรมในวิชาที่จะสอบอย่างน้อย 15 ชั่วโมง ย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งรายละเอียดต้องประชุมกันอีกครั้ง นายดิเรก ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้ยกเลิกการรับรองประกาศนียบัตรบัณฑิตการศึกษา (ป.บัณฑิต) และ ยกเลิกการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.53 เป็นต้นไป สำหรับสถาบันอาชีวศึกษา ที่จำเป็นจะต้องใช้ครูที่ไม่ได้จบวิชาชีพครู หากจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกอบรม ทางคุรุสภาจะประสานการจัดอบรมในกลุ่มสาขาวิชาเดียวกัน และจะพิจารณาเป็นกรณีไป อย่างไรก็ตามสถาบันผลิตครูต่างๆ ต้องยกเลิกการรับนักศึกษาหลักสูตรดังกล่าวทันที ส่วนนักศึกษาที่ยังศึกษาอยู่ทางคุรุสภาก็จะรับรองให้ สำหรับเหตุผลที่ต้องยกเลิกการรับรองดังกล่าวนั้นเนื่องจากทางคุรุสภาเห็นว่าการผลิตครูมีจำนวนเพียงพอแล้ว อีกทั้งยังต้องการควบคุมคุณภาพและยกมาตรฐานวิชาชีพครูให้สูงขึ้น
ที่มา สยามรัฐ
สายน้ำจะไหลย้อนกลับมาไหมนะ....
*0*
??งงมากคัฟเล่งยังไง
เล่งมะเปงนะคัฟ