ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาผมกลับไปบ้าน เมื่อผมกลับถึงบ้านแล้วผมก็ไปเดินเล่นชมบรรยากาศบริเวณรอบๆบ้าน เนื่องจากบ้านอยู่ในสวนยางแน่นอนว่าบรรยากาศไม่ดีเท่าไรนัก จึงหันหน้าเดินลงไปในลำห้วยเล็กๆ เพื่อที่จะไปสร้างบรรยากาศแห่งการผ่อนคลาย (ลองนึกภาพดูสิครับว่าตอนเย็นๆแดดร่มลมตกแล้วไปนั่งฟังเสียงนกเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ดุฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำ มันจะมีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดใหน) แต่เมื่อเดินไปถึงแล้วภาพที่เห็นก็คือ ดงหญ้าที่มาแทนสายน้ำ ดูแล้วมันเสียบรรยากาศมากเลย อันที่จริงฝนก็ตกมาหลายวันแล้ว ก็มันน่าจะมีน้ำแล้ว
เมื่อก่อนตอนที่ผมเป็นเด็กๆ ผมเคยเล่นน้ำในลำห้วยแห่งนี้ ยิงนกตกปลาไปตามประสาเด็ก โดยเพาะวันหยุดที่ไม่ได้ไปโรงเรียนก็จะมีเพื่อนๆในระแวกบ้าน จับกลุ่มกันเพื่อลงไปเล่นน้ำ เล่นซ่อนหา ปีนต้นไม้ กินลูกระกำหวานที่ใส่กระสอบฝังดินไว้ ทั้งมะขาม มะปริง แล้วไปตัดไม้ไผ่มาทำ "ฉับโผ๊ะ"เล่นไล่ยิงกันสนุกสนานเฮฮา สนุกปนน้ำตากันเลยทีเดียว แถมกลับบ้านไปโดนแม่ตีอีกต่างหาก ตอนเย็นๆก็ลงมาอาบน้ำกันในห้วยแห่งนี้ น้ำเย็นอาบแล้วชื่นใจ (ได้แรง ตามภาษาบ้านๆ)
ตอนนี้ที่นี่กลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย ตามความคิดของผมดูแล้วไม่ค่อยมีคนสนใจ เนื่องจากมีระบบประปาที่ทำให้ทุกคนไม่ต้องใช้น้ำจากลำห้วยนี้ ป่าที่เคยเป็นที่เคยเป็นที่กักเก็บน้ำเวลาฝนตกก็กลายสภาพเป็นสวนยางไปเกือบหมด ทุกวันนี้เวลามีน้ำไหลอย่าคิดแม้แต่จะอาบเลยครับ ยาฆ่าหญ้าที่อยู่ในน้ำจะทำให้คุณเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงกันเลยทีเดียว
คุณวัชรินทร์ ความปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มักจะทำให้สิ่งเก่าๆ เลือยหายหรือลดความสำคัญลง คนและชุมชนจะเห็นคุณค่า ต่อเมื่อสิ่งนั้นหมดสิ้นไปแล้ว จึงไม่แปลกที่เดี๋ยวนี้หลายชุมชนเริ่มฟื้น "ความเก่า"และนำ "ของเก่า"ในอดีตมาโชว์ มาให้เห็น จนตลาดเก่าหลายแห่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายจ๊ะ
สวสดีค่ะ
คุณอาร์ม
มีการบันทึกที่ต่อเนื่องดีนะค่ะขอชมค่ะ