สเปนแชมป์โลก

ทีมชาติแฮลแลนด์

ทีมชาติสเปน

 

ฟุตบอลโลก 2010 รอบชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2553

ผลการแข่งขัน : ฮอลแลนด์ 0 - 1 สเปน
ผู้ประตู : 0-1 อังเดรส อิเนสต้า น.116

แชมป์ประจำทัวร์นาเม้นท์ : ทีมชาติสเปน
นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์
: ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ทีมชาติอรุกวัย
นักเตะยอดเยี่ยม และนักเตะรองเท้าทองคำ : โทมัส มูลเลอร์ ทีมชาติเยอรมัน
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ถุงมือทองคำ : อีเคร์ คาซิญาส ทีมชาติสเปน
แฟร์เพล : ทีมชาติสเปน ตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ รับแค่ 8 ใบเหลือง

ขอบคุงเจ้าพอลจริง ๆๆๆๆๆๆๆ

วิเคราะห์หลังเกม สเปน ชนะฮอลแลนด์สุดระทึก 1 - 0 คว้าแชมป์
ในนัดชิงชนะเลิศนี้ ทางฟีฟ่าได้ใช้ฟุตบอลลูกใหม่ คือ "โจบูลานี่"
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ 'จาบูลานี่' จะต่างกันที่สีที่ เจ้า "โจบูลานี่"

ครึ่งแรก เกมรุนแรงและหนักตามคาดตั้งแต่เริ่มเกมนักเตะฮอลแลนด์เข้าเพลสซิ่ง จนเกมของสเปนแทบไม่เป็นเกมโดยเฉพาะในครึ่งแรกนั้น ซาบี้ กับ อิเนสต้า แทบหายไปจากเกมเลยฮอลแลนด์นอกจากจะเข้าเพลสซิ่งกดดันนักเตะสเปนแล้ว ยังพยายามโต้กลับสเปนเป็นระยะๆและยิ่งเล่น เราก็ยิ่งเห็นว่าฮอลแลนด์ เล่นบอลหนักขึ้นเรื่อยๆ
และนักเตะฮอลแลนด์ก็ค่อยๆ คว้าใบเหลืองทีละใบๆ แซงหน้าใบเหลืองนักเตะสเปนเบสิคและทีมเวิร์คของนักเตะสเปนนั้นสร้างปัญหาให้กองหลังและมิดฟิลด์ตัวรับของฮอลแลนด์ไม่น้อยครับโดยเฉพาะอิเนสต้า นั้นเรียกทั้งเหลืองและแดงจากนักเตะฮอลแลนด์และนำความได้เปรียบมาสู่ทีมสเปน จนนำไปสู่ชัยชนะนั่นละค่ะ
เกมครึ่งแรกนี้ค่อนข้างสูสีกันละครับ มีโอกาสยิงลุ้นประตูพอๆ กัน

ครึ่งหลัง ความอดทน
เกมการแข่งขันในนัดชิงนี้ กลายเป็นวัดกันที่ "ความอดทน" ที่ว่านักเตะของใครจะมีความอดทนมากกว่ากันใช่ครึ่งแรกจนถึงกลางๆ ครึ่งหลังผมว่านักเตะทั้งสองทีมมีความอดทนในการเล่นตามแผนของโค้ชพอๆ กันนะค่ะนักเตะฮอลแลนด์เองแม้จะโดนใบเหลืองหลายต่อหลายใบแต่นักเตะฮอลแลนด์ก็พยายามควบคุมอารมณ์เล่นบอลด้วยความสงบพยามยามควบคุมความรุนแรงไม่ให้โดนใบเหลืองที่สอง และจะกลายเป็นใบแดงเพราะจะทำให้ทีมเสียเปรียบคู่แข่งทันทีเกมครึ่งแรกจนถึงช่วงกลางๆ ของครึ่งหลัง

บี้ กันถึงพริกถึงขิงจริงๆ ครับ ให้ความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและอึดอัดไปในตัวพร้อมๆ กัน แต่หลังนาทีที่ 70  กลับเป็น "เบิร์ต ฟาน มาร์ไวก์" โค้ชฮอลแลนด์นั่นเองที่ "หมดความอดทน"เบิร์ต ฟาน มาร์ไวก์ เริ่มเชื่อมั่นว่าลูกทีมของตนสามารถรับมือกับนักเตะฮอลแลนด์ได้โดยตัดสินใจ เปลี่ยนเอา เดิร์ค เคาท์ออก แล้วส่งเอลเยโร่ เอเลียลงเล่น เพื่อเปิดเกมรุกสู้สเปนแต่ยิ่งเล่นยิ่งเห็นว่า ทีมเวิร์คและทักษะโดยรวมของทีมนั้นฮอลแลนด์ยังเป็นรองสเปนครับยิ่งเวลาผ่าน ไปเกมยิ่งตกเป็นของสเปนมากขึ้นเรื่อยๆ เกมที่เคยสูสีในครึ่งแรกหายไปเลย เกมรุกของสเปนทำให้ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ ต้องไปช่วยเกมรับ ทำให้เกมรุกและเกมโต้กลับของฮอลแลนด์ลดความอันตรายไปไม่น้อยครับ ยิ่งนักเตะสเปนได้บอล และเริ่มเล่นเกมของตัวเองได้ นักเตะฮอลแลนด์ก็เริ่มไปฝ่ายไล่ และความอดทนในการพยายามความคุมอารมณ์ก็ค่อยๆ ลดลงไปตามลำดับจนเราเห็นใบเหลืองปลิวว่อนนั่นละครับ จนจบเกมนักเตะฮอลแลนด์ได้ใบเหลือง 8 คน 9 ใบเหลืองกับ 1 ใบแดงส่วนนักเตะสเปนคว้าไป 4 คน 4 เหลืองโอกาสได้ประตูของอาร์เยน ร็อบเบนในครึ่งหลังนี้ร็อบเบน ได้โอกาสทองทำประตูถึง 2 ครั้งประมาณนาที 62  เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์จ่ายลูกทะลุช่องให้และร็อบเบนก็ได้โอกาสทองแบบสุด ๆหลุดเดี่ยว เข้าไปดวลกับทางคาซิญาสแบบหนึ่งต่อหนึ่งแฟนบอลทั้งสองคงใจหายว๊าบ ไม่น่าเชื่อค่ะลูกยิงของร็อบเบนไปติดเซฟของคาซิญาส ที่แม้เจ้าตัวจะล้มตัวผิดทางแต่ก็ยังเก๋าใช้เท้าเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด น่าหวาดเสียวสุด ๆ ค่ะในท้ายครึ่งหลังนี้เกมส่วนใหญ่เริ่มตกเป็นของสเปนแต่ประมาณนาทีที่ 83  ฮอลแลนด์ก็ได้โอกาสทองจากจังหวะโต้กลับอาร์เยน ร็อบเบน โชว์ความไวควบแซงหน้าคาร์เลส ปูโยลให้เห็นจะจะแม้ร็อบเบนจะโดนเหนี่ยว แต่ก็ฝืนไปต่อได้ และกรรมการก็ไม่ได้เป่าหยุดเกม คิดว่าปล่อยให้เป็นจังหวะได้เปรียบของรอบเบ็นไปแล้วแต่ ท้ายสุดร็อบเบนก็ไปไม่รอด เพราะคาซิยาสก็เก๋าและยอดเยี่ยมสมเป็นกัปตันทีมสามารถล้มตัวฉกบอล พาทีมพ้นการเสียประตูไปได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง และคาซิยาส ก็ได้รับ "ถุงมือทองคำ" ผู้รักษาประตูประจำทัวนาเม้นท์ไปด้วยในจังหวะนี้อาร์เยน ร็อบเบน ระเบิดอารมณ์ใส่กรรมการวิ่งตาม ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ไม่ยอมรับการตัดสิน โวยวายว่าทำไมถึงไม่ให้เขาได้ฟาวล์ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ก็เลยควักมอบใบเหลืองให้ร็อบเบน กลายเป็นนักเตะคนที่ 7 ของฮอลแลนด์ที่ได้รับใบเหลืองในเกมไปอีกคน

ต่อเวลาพิเศษ
จบครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0 -0 มีต่อเวลาอีก 30 นาทีเกมส่วนใหญ่ยังตกเป็นของสเปนต่อเนื่องครับใน ช่วงต่อเวลานี้ตอเรส ก็มีโอกาสได้ลงสนาม สมใจกองเชียร์ตอเรสทั้งหลายค่ะโดยถูกเปลี่ยนตัวแทนดาวิด บีญ่า ทำให้บีญ่า หมดโอกาสทำประตูลุ้นดาวซัลโวสูงสุด และในช่วงต่อเวลาก็เป็นเรื่อง ถ้าฮอลแลนด์เปิดเกมแลกกับสเปนฮอลแลนด์ก็จะเสียเปรียบเองเพราะนักเตะเกมรุกแต่ละตัวของสเปนนั้น คลาสบอลและทีมเวิร์คนั้นแจ่มสุดในยุคนี้แล้ว ประมาณนาที 109 ความหายนะเริ่มมาเยือนฮอลแลนด์ความคล่องตัวของอิเนสต้า สามารถเรียกใบเหลืองแดงจากฮอลแลนด์ได้ใน จังหวะที่จอห์นนี่ ไฮติงก้าไปดึงอิเนสต้า ในขณะที่กำลังจะหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อยิงประตู เหลือแค่10 นาทีก็จะหมดเวลาการแข่งขัน แต่นักเตะฮอลแลนด์เหลือ 10 คน กลายเป็นค่าเสียหายอย่างมหาศาลครับเพราะเกมทั้งหมดตกเป็นของสเปนโดยสิ้นเชิง ฮอลแลนด์ที่มีผู้เล่น 10 ตั้งรับสเปนได้ประมาณแค่ 5 นาทีก็พังพาบเสียประตูให้สเปนจนได้ จากจังหวะที่ ตอเรสจ่ายบอลข้ามไปให้อิเนสต้า แต่บอลไปโดนกอลหลังฮอลแลนด์สกัดกระเด้งมาเข้าทางฟาเบรกัส และฟาเบรกัส แทงบอลทะลุช่องอย่างสวยงามไปให้อิเนสต้า"ตูม" ไม่เหลือ อิเนสต้ามีโอกาสได้ยิงเต็มข้อ โล่งๆ โหน่งๆบอลพุ่งผ่านมือของสเตเคเลนเบิร์ก ผู้รักษาประตูฮอลแลนด์เสียบเสาสองไปนอนกลิ้ง "ตุ๊บตุ๊บ" กลิ้งไปนอนก้นข่ายอย่างสวยงาม เสียดแทงหัวใจกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายอย่างสุดขั้ว ต่างทิศต่างอารมณ์ 180 องศากันเลยสเปนขึ้นนำ 1 -0 และชนะด้วยสกอร์นี้ คว้าแชมป์โลก เป็นสมัยแรกของพวกเขาอย่างยิ่งใหญ่กองเชียร์สเปนอย่างหนู นั่งยิ้มแก้มปริมาหลายชั่วโมงติดต่อกัน และคงยิ้มปิติไปอีกหลายวันมันปลื้ม ปลื้มจริงๆ

นายนพรัตน์ ศรีสะอาด 50010510022