แลไปข้างหน้า..บางทีเมื่อคนเรารู้ว่าชีวิตที่ดีเป็นอย่างไรแล้ว เขาก็ยังไม่มีโอกาสจะใช้มัน

 

 

"แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่เคยแปลกใจในการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่สักเพียงใด ด้วยอายุอานามอันนับไม่ถ้วนด้วยรอบศตวรรษของมัน"
 
สรรพสิ่งมีเคยหยุดความเคลื่อนไหวมิว่าจะไหวไปอย่างช้าช้า หรือว่าผันแปรไปอย่างรวดเร็วสิ่งที่ทำให้ขับเคลื่อนผ่านของสรรพสิ่งนั้นมิมีสิ่งใดเกินน้ำมือมนุษย์

 

มนุษย์อุปโลกทุกสิ่งอย่างขึ้นมาสร้างรูปแบบการอยู่ร่วมภายใต้เงื้อมมืออำนาจของตน
 
แลไปข้างหน้า..ศรีบูรพาได้นำความแปลกใหม่ของระบอบการการปกครอง ขยายความคำว่าประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเสมอชั้น ผ่านตัวละครอันหลากหลาย เพื่อให้เข้าใจถึงระบอบการปกครองใหม่หลังการปรับเปลี่ยนการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่เสรีภาพภายใต้ชื่อ "ประชาธิปไตย" อันหมาดใหม่
 
ผู้คนตื่นตะลึงแลงงงวยกับเสรีภาพ..และมิใคร่จะเข้าใจสิ่งที่ตนเพิ่งได้รับมัน บ้านเมืองของเราในยุคนั้นระส่ำไปด้วยการเปลี่ยนแปลง บ้างก็ยิ้มร่ากับมัน บ้างก็ยึดมั่นถือมั่นต่อสิ่งเก่า
ศรีบูรพา ฉายภาพของความคิดเห็นของผู้คนอันพร่องความเข้าใจ และใส่ความเข้าใจให้ค่อยๆ เต็มตื้นขึ้นด้วยมุมมองความคิดเห็นจากผู้คนที่สามารถแสดงออกอย่างเสรีไม่ว่าคนผู้นั้นจะต่ำต้อยหรือสูงศักดิ์ และทำให้เห็นถึงความลุ่มหลงอำนาจจนนำมาซึ่งความเข้าใจถึงเสรีภาพจอมปลอมในระบอบประชาธิปไตย
 
แม่น้ำเจ้าพระยายังไหลเอื่อยเช่นที่ศรีบูรพาได้พรรณนาไว้ และเราดำเนินชีวิตภายใต้ระบอบการปกครองอันใหม่นั้น บัดนี้มันเก่าซีด เราเฉยชินต่อคำว่าเสรีภาพจนใจหายระส่ำ..แต่เราก็ยังมีความเข้าใจต่อระบอบการปกครองคงเดิม
 
เสมือนการฉายหนังซ้ำ เพียงแต่เปลี่ยนผลัดผู้ถือครองอำนาจ เมื่อผู้คนรุ่นนั้นล้มหายตายจากไปจะมีผู้คนอืกรุ่นขึ้นมาแสดงต่อ ตัวละครมีเพียงสองฝ่าย คือ ผู้มีอำนาจกับผู้ไร้อำนาจ
 
สายตาแลไปข้างหน้า..แต่เท้าย่ำอยู่ที่เดิม
 
บางทีก็น่าใจหายว่า "เรา" ช่างเรียนรู้ได้อย่างเชื่องช้าเสียจริง
 
คลำหัวใจดูอีกครั้งว่ามันยังสั่นระรัวอยู่ไหมภายใต้ร่างกายเดิมที่เติบโต
 
ขอบคุณค่ะ