มีหลักวิชาอยู่ว่า “นินทา กับ สรรเสริญ” เป็นของคู่กัน และเป็นของคู่โลก ยามที่เราถูกนินทาคนส่วนมากไม่พึงพอใจ ลืมคิดว่านินทาเป็นของคู่โลก พระสอนว่า “คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก”
หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม 26
โสภณ เปียสนิท
........................................
“ใต้เท้าชมเชยเช่นนี้มิทราบต้องซุกร่างไว้ที่ใดแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด วาจาใต้เท้าเป็นกำลังอย่างยิ่งต่อข้าน้อย” (แดจังกึม/เล่ม4/หน้า199)
มีหลักวิชาอยู่ว่า “นินทา กับ สรรเสริญ” เป็นของคู่กัน และเป็นของคู่โลก ยามที่เราถูกนินทาคนส่วนมากไม่พึงพอใจ ลืมคิดว่านินทาเป็นของคู่โลก พระสอนว่า “คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก” ดังนั้นทางที่ถูกเราควรคิดว่า ทำอย่างไรเราจึงจะวางเฉยกับคำนินทาให้ได้ เมื่อได้รับคำสรรเสริญ ทางหนึ่งถือว่าเป็นกำลังใจ แต่พึงระวังไว้เสมอว่า เมื่อมีสรรเสริญ นินทาย่อมมีได้ด้วยเช่นกัน จังกึมยังอยู่ในวังวนนี้เช่นกัน
“เราเพียงทำหน้าที่ของตน กระทำเรื่องที่สมควร ใครจักพูดเช่นไร ย่อมมิต้องใส่ใจแต่อย่างใด” (แดจังกึม/เล่ม4/หน้า207)
แง่คิดมุมมองของจังกึมมีส่วนที่เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อ่านได้มาก “เราเพียงทำหน้าที่” คำนี้ก็เช่นกัน ให้แง่คิดแก่ผู้อ่านว่าอุปสรรคต่าง ๆ แม้มีมากเพียงใด คนเราต้องทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุด ปราชญ์บางคนให้แง่คิดง่ายว่า ลองคิดดู หากหัวใจของคนไม่ทำหน้าที่เต้น หากตาไม่ยอมดู หากหูไม่ยอมฟัง ลิ้นไม่รับรส กายไม่รับสัมผัส ใจไม่ยอมคิด อะไรจะเกิดขึ้น...เห็นภาพชัดเจน
“งานของสตรีนางนี้คือชิกอึย (ตรวจสอบอาหาร) เล่ากันว่าที่องค์จักพรรดิแผ่นดินใหญ่ทรงตั้งหน่วยซิกอึยก็เป็นเพราะสตรีนางนี้ แม้นางกำเนิดมาเป็นทาสโนบี แต่ก็เป็นอาจารย์ของปวงประชาชน ยามมีชีวิตนางสามารถแปลงผืนดินให้เป็นขุนเขา กระทั่งยามจากไป ตำนานยังเล่าว่า ขุนเขานั้นสามารถเปลี่ยนเป็นทะเล ขอมามาทายว่าสตรีนางนี้คือผู้ใดเพค่ะ” (แดจังกึม/เล่ม4/หน้า218)
คนเก่าผูกปัญหาให้แง่คิดได้ลึกซึ้ง คำตอบสำหรับคำถามนี้คือ “แม่” แม่เป็นผู้ทำอาหารเลี้ยงลูก แม่ทำงานทุกอย่างในบ้านเหมือนทาสโนบี แต่เป็นอาจารย์ให้ความรู้นานาประการแก่ลูก การงานยากลำบากเหมือนขุนเขาแม่ทำได้ ยามแม่ตายจากลูกร้องไห้น้ำตาเหมือนทะเล อ่านแล้วได้แง่คิดถึงความกตัญญูกตเวที
“ไทเฮากำลังร่ำให้ น้ำตาของมารดาผู้ชรานั้น กระทั่งเล่าเทพยังอดไม่ได้ให้หดหู่ใจ เช่นนั้น คงมิต้องเอ่ยถึงมนุษย์สามัญแล้ว” (แดจังกึม/เล่ม4/หน้า219)
ไทเฮามีภูมิปัญญาล้ำลึก คิดได้ว่าคำตอบของปัญหาที่ทายนั้นคือ แม่ แม่ทำสิ่งใดๆ ให้ลูกได้ทั้งหมด ยิ่งคิดยิ่งเกิดความเมตตาต่อลูกอันเป็นคุณธรรมประจำจิตของแม่อยู่แล้วจนอดร้องไห้ไม่ได้ เมื่อความคิดแง่ดีเกิดขึ้น ความคิดที่จะเอาชนะลูกด้วยมานะทิฐิก็หมดไป
“องค์ฮ่องเต้นั้นได้ทรงใส่ใจในการบันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์อย่างมาก นอกจากบัญชาให้จัดพิมพ์แล้ว ยังมีการจัดเก็บไว้ในซาโก (หอประวัติศาสตร์) ในสภาพที่สมบูรณ์ดังนั้น เรื่องราวของแพทย์หญิงจังกึมยังปรากฏให้ผู้คนสามารถศึกษาได้จนยุคปัจจุบัน” (แดจังกึม/เล่ม4/หน้า221)
ตามมาทักทาย ดีใจที่อาจารย์มาเมืองกาญจน์เสียดายไม่ได้พบอาจารย์ว้าแย่จัง
อยู่กับแม่2-3วันครับ ทำบุญวันเข้าพรรษา
สร้างพระพุทธรูปด้วย ดีใจที่ได้บุญเรื่อยๆ
ท่านอาจารย์มาหัวหินเมื่อไรครับ
มาทานข้าวกันหน่อยครับ
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
ย่อหน้าสุดท้าย ชอบเรื่องการบันทึกครับ เพราะพระราชาบันทึกไว้เราจึงได้อ่านประวัติของแดจังกึม เพราะผมบันทึกไว้ คุณอุ้มบุญและคนอื่นจึงได้อ่านต่อ เพราะ G2K เราจึงมีเวทีให้แสดงบันทึก ไว้แบ่งปันกัน เย้ๆๆๆๆ