ปีนี้สำนักงานปศุสัตว์เวียงเชียงรุ้งได้รับโครงการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ยั่งยืน
มาดำเนินการโดยของภาคเหนือเชียงรายกรมปศุสัตว์
กำหนดให้ทำเรื่องหมูหลุม
พอดีเลยเครือข่ายที่อบรมจากศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
นายสมัย ษาวงสา กำลังจะเริ่มเลี้ยงก็สวมเข้ากับโครงการนี้ได้เลย
ได้ไปเยี่ยมความก้าวหน้าทุกอาทิตย์ตอนนี้คอกไกล้เสร็จก็เตรียมเชื้อราขาว
เชื้อราท้องถิ่น น้ำหมักจุลินทรีย์ ๗
ชนิดที่จะต้องใช้ในการเตรียมทุกขั้นตอนครับ
เน้นการทำบัญชีฟาร์มมากที่สุดครับ จะนำมาเล่าต่อเนื่องเรื่อยๆครับ
กำลังทำคอกไปได้ระดับหนึ่งคาดว่าประมาณอีก ๑๐
วันจะนำลูกหมูเข้าเลี้ยงครับ
พอเดินผ่านคอกเป็ดเห็นกรงอนุบาลก็เลยถ่ารูปมาขยายความครับเป็นความรู้เล็กๆ
เช่นว่า แยกลูกเป็ดลูกไก่ออกจากแม่มาเลี้ยงเอง
ให้หัดกินอาหารตั้งแต่วันแรก ลูกเป็ดจะแข็งแรง
เอาลูกเป็ดใส่ปิ๊บตอนกลางคืนกันลมหนาว
วันนี้ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ นางสาวรัชนีกร
บั้งเงินเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเวียงเชียงรุ้งเข้าร่วมกิจกรรมทำนำ้หมัก
๗ ชนิดและหาเชื้อราท้องถิ่นเพื่อเตรียมไว้ใช้ในการทำพื้นคอกหมูหลุม
ที่จะเลี้ยงแบบธรรมชาติให้มากที่สุด
การเตรียมคอกหลุมเรียบร้อยคงเหลือแต่การนำวัสดุใส่ลงในหลุมเพื่อให้หมูหมักเป็นปุ๋ยหมูหมักต่อไป
อุปกรณ์วันนี้มี
- ยอดกล้วย ๓ ก.ก.มาหมักน้ำตาล ๑ ก.ก. เป็นน้ำหมักชีวภาพจากพืช
- ผลไม้สุกมีฟักทอง,กล้วย,มะละกอ รวมกัน ๓ ก.ก. กับนำ้ตาล ๑ ก.ก. เป็นนำ้หมักชีวภาพจากผลไม้หวานสุก
- เปลือกไข่ตำละเอียด ครึ่งกิโลกรัม กับน้ำซาวข้าว ๓ ลิตรเป็นน้ำหมักแคลเซียม
- ถ่านกระดูกทุบพอแหลก ครึ่งกิโลกรัม กับนำ้ซาวข้าว ๓ ลิตร เป็นน้ำหมักฟอสฟอรัส
วันนี้ได้ แค่ ๔ อย่างหมักทิ้งไว้อีก ๑๔
วันถึงเปิดเอาน้ำแต่ละชนิดออกมาใช้ได้
จากมติที่ประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด
มอบให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเวียงเชียงรุ้งดำเนินโครงการการจัดการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ยั่งยืน(หมูหลุม)
อำเภอเวียงเชียงรุ้งได้คัดเลือกนายสมัย สาวงษา ซึ่งเป็นอาสาปศุสัตว์
บ้านป่าเลา ตำบลดงมหาวัน อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย
ที่มีความตั้งใจในการเลี้ยงสัตว์ หลายอย่างทำเกษตรผสมผสานมานานพอสมควร
ผ่านการอบรมจากศุนย์เครือข่ายการเลี้ยงสัตว์ของอำเภอเวียงเชียงรุ้งมาสองรอบแล้ว
จึงได้ส่งเสริมให้ดำเนินการเลี้ยงหมูหลุมตามแบบเกษตรธรรมชาติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
เริ่มวางแผนทำคอกสถานที่ต่างๆเดือนมกราคม ๒๕๕๓
พร้อมกันนั้นฝึกทำน้ำหมัก ๗ ชนิด การหาเชื้อราท้องถิ่น
เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเลี้ยงหมูหลุมอย่างครบสูตร เมื่อทุกอย่างพร้อม
ได้นำ หมูเข้าเลี้ยงเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
และจากนี้ไปก็จะเริ่มบันทึกประจำวันการปฏิบัติงานไปเรื่อยๆจนครบหนึ่งปี
เตรียมอุปกรณ์พร้อม สถานที่เหมาะสมน้ำไม่ท่วม
ลงมือทำหลังคาจั่ว ตามแนวเหนือ
ขุดหลุมลึก ๐.๙๐ เมตร
ใส่วัสดุต่างๆที่เป็นอินทรีย์วัตถุ เช่น แกลบ ใบไม้
ฟาง มูลสัตว์ ถ่านละเอียด เกลือ ดินแดง สองชั้นๆละ ๐.๔๕ เมตร
ร่วมกับนำ้หมัก ๗ ชนิด เชื้อราท้องถิ่น โรยทับทั้งสองชั้น
กลบหน้าไว้หนาประมาณสองฝ่ามือ
การฝึกเตรียมนำ้หมัก ๗ ชนิด จากพืช ผลไม้ สมุนไพร
เปล์อกไข่ ถ่านกระดูก นมสดแลกติก และเชื้อราขาว
การทำอาหารสูตรเริ่มต้น ๑๐๐/๔/๑ คือหยวกกล้วย
๑๐๐กิโลกรัม น้ำตาล ๔ กิโลกรัม เกลือ ๑ กิโลกรัม

มีคอกมีอาหารพร้อมเอาหมูลงเลี้ยงรุ่นละ ๕ ตัว
ต่อเดือนตั้งใจจะทำไว้ ๔ หลุม หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ
บ่ายวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ไปเยี่ยมฟาร์มยั่งยืนหมูหลุมของนายสมัย สาวงษา
เพื่อฝึกหัดทำอาหารแบบธรรมชาติให้ครบวงจร หลังจากที่เมื่อ ๔
วันก่อนไปทำอาหารหมักเตรียมไว้ก่อนแล้ว
วันนี้หาวัสดุมาเพิ่มเป็นต้นว่า แกลบกลาง ๓๐ กก. ดินแดง ๘ กก.
มูลสัตว์ ๘ กก. ปลาบ่น ๑.๕ กก. เปลือกไข่ป่น ๑.๕ กก. กากถั่วเหลืองป่น
๕ กก. ข้าวโพดป่น ๑๓ กก. อาหารหมัก ๕๐ กก. ผสมกันราดด้วยน้ำหมัก ๗
ชนิดอย่างละ ๒ ซ้อน น้ำ้ตาลทรายแดง ๑๔ ซ้อนที่ละลายในน้ำ ๑๐ ลิตร
เมื่อผสมเรียบร้อยได้อาหารสำหรับให้หมูหลุมประมาณ ๑๒๐
กิโลกรัม ใส่กระสอบไว้ เก็บไว้ได้ ๑๔ วัน
เตรียมน้ำหมัก ๗ ชนิดและเชื้อราขาวท้องถิ่น
ปัญหาที่พบคือสับหยวกอาหารหมักหยาบชิ้นใหญ่เกินไปรวมทั้งเปลือกไข่
ดินแดง มูลสัตว์ ที่ทุบไม่ละเอียด
ตอนนี้อยากเลี้ยงหมูหลุมมากค่ะ ไม่ทราบว่าตนทุนในการเลี้ยงมากน้อยเท่าไหร่ค่ะ
ขอบคุณคุณดาว ที่ติดตามเวบครับ
ผมยังไม่แน่ใจนะครับว่าตอนนี้ราคาหมูแพงขึ้นมากแค่ไหน ส่วนอาหารหากทำตามสูตรก็จะลดลงกว่าครึ่งครับ
สมมุตินะครับว่า..
อาหารสำเร็จปกติหมู ๑ ตัวจะเลี้ยงอยู้ ๗ กระสอบ ๆละประมาณ๕๐๐บาทก็ปาเข้าไป ๓๕๐๐ บาทแล้ว..
ค่าหมูพันธ์ เอาตัวโตเลี้ยงได้เลย๑๕-๒๐กิโลกรัม ก็น่าจะ ๒๐๐๐ บาท..
จะเห็นว่าต้นทุนสูงมาก ซึ่งแบบนี้หมูจะต้องน้ำหนัก ๑๐๐ กก ครับ
ราคาขายก็ตามตลาดครับ ลำบากกำหนดไม่ได้ เลี้ยง ไปถ้าราคาตกก็ขาดทุนแน่นอน
หนึ่งตัว ๑๐๐กกคูณราคา๗๐บาท/กก.เท่ากับ ๗๐๐๐บาท ณ ปัจจุบัน
.ถ้าเลี้ยงหมูหลุมจะทำน้ำหนักยากมากถ้าเลี้ยงอาหารธรรมชาติ ตามที่ทดลองดู..
ปัจจัยมีหลายอย่างตลาดสำคัญมาก
สุดท้ายขอแนะนำว่า
๑.เลี้ยงหมูหลุมจริงๆขายเมื่อไหร่ก็ได้ สนใจแต่ปุ๋ยเท่านั้นเป็นกำไร วัสดุรองหลุมใช้วัสดุแห้งที่ย่อยสลายง่ายจะได้นำมาใช้ได้เร็วๆ ถ้าป็นแกลบล้วนๆจะย่อยยากครับ
๒.เลี้ยงกึ่งหมูหลุมเพื่อหวังกำไร ทุนมากพอเลี้ยงหลุมแต่อาหารสำเร็จครับ ได้ปุ๋ยด้วยได้ทุนคืนมีกำไรเหมือนทั่วๆไปแต่ถ้าหมูราคาลงตัวใครตัวมันครับ โอกาสขาดทุนมีมาก
ผมแนะนำได้ตามประสบการณ์นะไม่เป็นวิชาการแน่นอนแล้วปัจจัยแวดล้อมด้วย