การรวมพลังที่เข้มแข็งของบุคลากรทางการแพทย์ด้านงานอนามัยแม่และเด็ก ที่เห็นปัญหาจากการทำงานนำมาวิเคราะห์ศึกษาวิจัย ทำงานอย่างเป็นรูปรรมเพื่อเกิดความมั่นใจต่อประชาชน เด็กเกิดรอด แม่ปลอดภัย สร้างสายใยแห่งความรักของครอบครัว

สรุปการประชุมวิชาการ 

การพัฒนาเครือข่ายงานอนามัยแม่และเด็ก เขต 15 – 16

วันที่ 21 – 23 กรกฏาคม 2553 ณ โรงแรมโพธิ์วดล รีสอร์ท แอนด์สปา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย   โดย 

ภิญยา ไปมูลเปี่ยม  พยาบาลวิชาชีพชำนาญกา

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเวียงสา

ณัฐญาภรณ์   เพชรถิรสวัสดิ์  นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

สถานีอนามัยบ้านท่าเลอ

สมพร ประสงค์  นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

สถานีอนามัยตำบลขึ่ง 

  ที่มาของการจัดประชุมวิชาการงานอนามัยแม่และเด็ก เขต 15 และ เขต16 

          ตามยุทธศาสตร์ระดับชาติ ที่มีเป้าหมายให้ประชาชนทุกระดับมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งการได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อลดปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญของประชาชน ซึ่งเป็นผลทำให้ทุกหน่วยงานบริการของสำนักงานสาธารณสุขต้องมุ่งการเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพให้แก่ประชาชน ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพในการบริการคุณภาพของทุกระดับในสถานบริการ โดยนายแพทย์พิษณุ ขันติพงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและงบประมาณ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งเป็นประธานโครงการและคณะกรรมการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก ในความรับผิดชอบของสาธารณสุขเขต 15 – 16 จะจัดการประชุมวิชาการในหัวข้อเรื่อง พัฒนาเครือข่ายคณะกรรมการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก เขต 15 – 16 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฏาคม 2553 ณ โรงแรมโพธิ์วดล รีสอร์ท แอนด์สปา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

วัตถุประสงค์ 

1.เพื่อการสนับสนุนวิชาการ เสริมสร้างศักยภาพความรู้และความเข้มแข็งของบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก  เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ องค์ความรู้ และ นวัตกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ระหว่างเครือข่ายอนามัยแม่และเด็ก

2.เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาอัตราการเสียชีวิตของแม่ที่ยังสูงอยู่ ตลอดจนปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ของแม่และเด็ก เช่น ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย ภาวะขาดออกซิเจนของลูกขณะคลอด

       วันที่ 22 กรกฏาคม 2553 เปิดการประชุมวิชาการ โดยนายแพทย์ทนงสรรค์  สุธาธรรม  รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดครั้งนี้

กลุ่มเป้าหมาย  

แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่รับผิดชอบงาน อนามัยแม่และเด็ก ในโรงพยาบาลและสถานีอนามัยจาก 8 จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำพูน ลำปางเชียงใหม่ จำนวน 600 คน ตามที่คาคหมาย

       การจัดประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุมตลอดระยะเวลา 3 วันๆประมาณ 350 -400 คน (ประกอบด้วยผู้เข้าประชุมที่ลงทะเบียน ล่วงหน้าและผู้เข้าประชุมในส่วนของจังหวัดใกล้เคียงโดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่สลับกันเข้ามาฟังวิชาการ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้)

Day 1 : การจัดประชุมในวันแรกผู้เข้าประชุมให้ความสนใจและเดินทางมาประชุมตรงตามกำหนดเวลาและยังมีผู้เข้าร่วมประชุมเดินทางมาก่อนหนึ่งวันเพื่อมาเตรียมความพร้อมของร่างกายในการฟังวิชาการและได้ไปเที่ยว   อ.แม่สาย  ซื้อสินค้าที่น่าเสี่ยงแต่มีความสุขที่ได้ไปแอ่ว

   ช่วงบ่ายเป็นวิชาการเรื่อง'งานอนามัยแม่และเด็กที่แยกส่วนกันเป็นโซนซึ่งวุ่นวายน่าดู ในห้องใหญ่ก็แยกมุมกันฟังแต่ก็ได้ยินเสียงวิทยากรแต่ละมุมทำให้ไม่มีสมาธิ หัวข้อวิชาการในห้องใหญ่เน้นเรื่องของโรงพยาบาล มีนวัตกรรมการห่อเด็ก อุ้มเด็ก การบันทึกรายละเอียดในสมุดชมพูที่เป็นนวัตกรรมของโรงพยาบาลแม่สรวย ภาพที่เห็นการบรรยายของสูติแพทย์ที่นำเรื่องราวประสบการณ์ที่พบในห้องคลอดจากการคัดกรองของพยาบาลในแบบบันทึกมานำเสนอและแลกเปลี่ยนแบเป็นกันเองจริงๆรู้สึกอบอุ่น ไม่ใช้ภาษาวิชาการมากมายเข้าใจง่ายๆเป็นกันเอง

ห้องย่อยที่แยกออกไปไกลจากห้องใหญ่เป็นเรื่องการรักษาอุณหภูมิในร่างกายเด็ก(รพ.เชียงรายและรพ.เชียงคำ)และการส่งเสริมการพัฒนาการเด็ก การบริหารร่างกายหลังคลอด    (ห้องหลังนี่แน่นจริงๆและนั่งฟังแบบจาวเหนือ)

MCH  Happy Night เป็นเวลาที่เครือข่ายสนุกสนานกับการร้องรำทำเพลงการแสดงของMCH 8 จังหวัด การร้องเพลงของตัวแทนประธานMCHจังหวัด(น่าน:นพ.ปิยะพงษ์ ร้องเพลง กุหลาบปากซัน มีหางเครื่อง เวียงสา ภิญยา สมพร ณัฐญาภรณ์ ผู้สงเสริมการนำเสอ พี่กาญจนา พี่ใหญ่หัวหน้าตึกเด็ก) ตัวแทนพยาบาล8จังหวัดร้องเพลง ภิญยา ร้องเพลง ความดันทุรันสูงของมาช่า เป็นการเปิดเพลงเต้นที่ต่อเนื่องNon stop ถึงเพลงสุดท้ายก่อนจะพากันเอาร่างกายที่ปวดขาขึ้นห้องพัก  ภาพที่เห็นคือความเป็นกันเองตั้งแต่รองปลัดกระทรวง นายแพทย์สาธารณสุข  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการและประธานแพทย์MCHของ8 จังหวัดขึ้นร้องเพลงเต้นรำสนุกมากๆ สุดๆ ไอศครีมอร่อยสุดๆ ขอบอก.......ผอ.แม่สะเรียง กลายเป็นเจ้าพ่อ คาดผ้า 7 สี

เอ๊ะ เอ๊ะ นั่นใครกัน ทำไมวันนี้สนุกจัง ..

ไม่มีอะไรค่ะ พี่เอาไอสครีม 4 ถ้วยออกจากร่างกาย

 เราบุคลากร MCH หมอ พยาบาล สารเอ็นโดฟินหลั่งกันสุดๆ

ผ้าโพก 7สี หมอจาก รพ.แม่สพเรียงครับผม

Day 2โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจากท่านประธานในพิธี คือ นายแพทย์ทะนงสรรค์ สุธาธรรม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก ซึ่งท่านได้ให้แนวคิดที่สำคัญในการพัฒนางาน ที่เน้นการนำสถานการณ์ปัญหามาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนางาน และเน้นกระบวนการพัฒนาในเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัยทั้งสุขภาพมารดาและทารก  โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือ คน(มีความรู้ มีทักษะ ใช้เทคโนโลยี่ นวัตกรรม ไว้วางใจและมั่นใจ)ประชาชน(ความไว้วางใจต่อวิชาชีพ กำหนดมาตรฐาน มีความพร้อมทางวิชา การที่ทันสมัยและองค์กร(สร้างความพอดี เหมาะสม ในองค์กรช่วยกันสร้างวัฒนธรรมRoap mapในองค์กร

การนำเสนสถานการณ์งานอนมัยแม่และเด็กของประธานMCHเชียงราย นายแพทย์พิษณุ ขันติพงษ์เป็นการรายงานรายละเอียดของข้อมูลของรายจังหวัดพร้อมข้อเสนอแนะ 

Happy Work  Place อาจารย์ ณัฐพล คำวิญญา เป็นการนำสู่การนำประสบการณ์ที่มุ่งให้คนทำงานมีความสุข จากการเล่าเรื่อง  Sharing และนำเรื่องDialogue Guidelines แนวทางสนทนาเพื่อปัญญา ผู้นำ 4 ทิศ  ความรู้(ปฎิบัติใช้ ถูก ผิด ชัดเจน ) ความสัมพันธ์(ความสัมพันธ์ไม่ดีในองค์กร ที่ใหญ่พบว่ามีคนเก่งมาก) ความสำเร็จ (ไม่เกิดถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี)ทั้งสามอย่างเหมือนเป็นเฟือง ต้องไปด้วยกัน  ชีวิต สุข-ทุกข์ งาน สำเร็จ

Social Rank Function ลำดับขั้นทางสังคมที่น่าสนใจ

Rank ตำแหน่งงาน คุณวุฒิการศึกษา เงินเดือน วัยวุฒิ เชื้อชาติ ศาสนา  Rank ทำให้การสื่อสารไม่ดี Rank สูง ช่วยRank ต่ำได้(การศึกษา)

 

  ช่วงบ่าย เรื่อง หลักการดูแลทารกแรกเกิดแบบองค์รวม   การใช้ถุงผ้าบรรจุธัญพืชและประสบการณ์การจัดห้องคลอดที่เสี่ยงต่อภาวะอุณหภูมิต่ำของทารกแรกเกิดของ ศาสตราจารย์นายแพทย์เกรียงศักดิ์  จีระแพทย์ โรงพยาบาลศิริราช

  Day3 :  ผู้เข้าประชุมยังคงเนืองแน่นเต็มห้องประชุมเช่นวันแรก ซึ่งบรรยากาศในห้องประชุมก่อนเริ่มประชุม ทั้งช่วงเช้าการนำเสนอนวัตกรรมของแต่ละจังหวัดจากผู้รับผิดชอบงานMCHในโรงพยาบาลและสถานีอนามัย

นวัตกรรมที่น่าสนใจ  

   

 สมุดบันทึกพัฒนาการเด็กที่พ่อแม่และครอบครัวมีส่วนร่วม 

พัฒนาการลูกดีเริ่มที่บ้าน  โดยนายแพทย์สิทธิศักดิ์  คำศรีสุข รพ.เวียงป่าเป้า  ชื่อเสียงและรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาเอาการ อัธยาศัยดี จะรู้จักจากนักศึกษา NP ที่ไปเรียน วพ.พะเยา สอนเข้าใจในทุกเรื่อง อาจารย์เป็นคนที่เรียบง่าย คนเหนือที่มีวิถีชีวิตแบบเดิมๆไปไหน ไปเป็นครอบครัว

  • อาจารย์ใช้ประสบการณ์การตรวจพัฒนาการเด็กแบบเดิมๆที่มีผู้มารับบริการจำนวนมากถึงแม้จะจัดเป็นคลินิกแต่ก็ไม่ทันไม่ได้ผลใช้เวลาในการให้บริการมาก
  • การเร่งตรวจพัฒนาการทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย
  • บางครั้งเด็กอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมรับการตรวจพัฒนาการ
  • ตรวจพบพัฒนาการที่ผิดปกติล่าช้าเพราะต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่
  • ความน่าเชื่อถือของแบบประเมิน
  • การสื่อสารมักเป็นทางเดียว
  • ครอบครัวขาดการมีส่วนร่วมในการเสริมพัฒนาการ

 จึงปรับเปลี่ยนแบบใหม่

  • เน้นแบบประเมินพัฒนาการรูปแบบใหม่เน้นเกิดจากการผสมผสาน
  • แบบประเมินพัฒนาการ 4 ด้านของ DENVER II
  • แบบประเมินพัฒนาการของอนามัย 49

ผลที่ได้

  • ระบบการให้บริการเร็วขึ้น
  • เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการที่ครอบคลุมและได้รับการประเมินจำนวนมากขึ้น
  • พบเด็กที่พัฒนาการสงลัยล่าช้ามากขึ้น
  • ผู้ปกครองและครอบครัวมีส่วนร่วมในการสางเสริมพัฒนาการเด็ก

อาจารย์ฝากสิ่งดีๆให้กับผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้

เคล็ดไม่ลับ 5 อันดับแรกของครอบครัวที่เด็กพัฒนาการดีสมวัย

  • พ่อ-แม่และคนในครอบครัวมีความรักใคร่กันดีไม่ทะเลาะและแสดงความรุนแรงให้ลูกเห็น  (85 %)
  • ร้องเพลง / เล่านิทาน ให้ลูกฟังบ่อยๆ และทุกวัน (72%)
  • ดื่มนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนหรือมากกว่าและดื่มให้นานที่สุด (64%)
  • กอดลูกและบอกรักลูกทุกวัน  (56 %)
  • การส่งเสริมพัฒนาการแต่ละช่วงวัยในเวลาที่เหมาะสมโดยไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน (43 %)

บทบาทของเจ้าหน้าที่ WBC ที่อาจารย์อยากบอกให้เจ้าหน้าที่

  • การให้ผู้ปกครองได้เข้าใจ มอบความรู้และสอน เพื่อนำไป กระตุ้นส่งเสริม และประเมินคัดกรองพัฒนาการ 9ดตามสังเกต
  • การประเมินและคัดกรองพัฒนาการ
  • การติดตามและประเมินผล
  • การวางแผนและกระตุ้นพัฒนาการกรณีเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าและส่งต่อแพทย์ตามความเหมาะสม

ปัญหา/อุปสรรค

  • ระบบครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้
  • ผู้ปกครองอ่านหนังสือไม่ออก
  • ผู้ปกครองไม่เข้าใจข้อความแบบประเมินพัฒนาการ
  • พัฒนาการบางอย่างไม่ตรงตามตำรา

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้นวัตกรรม

  • ผู้ปกครองมีความสนใจในการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการลูกมากขึ้น
  • ผู้ปกครองรับรู้และประเมินพัฒนาการลูกได้ด้วยตนเองและสามารถรู้ก่อนหากลูกมีพัฒนาการที่ผิดปกติ
  • การให้บริการรวดเร็วขึ้น
  • สามารถทราบและให้ความช่วยเหลือเด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าได้เร็วขึ้น
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

บทเรียนที่ได้รับ

  • ลูกเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ
  • พ่อแม่คือครูคนแรกของลูก
  • เจ้าหน้าที่คือพี่เลี้ยงที่แสนดี
  • เด็กแต่ละคนมีพรสวรรค์ต่างกัน
  • เน้นการใช้ข้อมูลจริง และการวิเคราะห์ให้ได้แก่นแท้
  • ทีมงานและเครือข่ายและกำลังใจคือปัจจัยสู่ความสำเร็จ

              ช่วงบ่ายเรื่องDown  syndrome  Screening โดย รศ.นพ.ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ภาควิชาสูติศาสาตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  • สถานการณ์เด็กดาวน์ 1;800 ถึง 1;1,000
  • ปัญหาที่พบ   - ภาวะปัญญาอ่อน 100 %  - หัวใจพิการแต่กำเนิด 40-50%  - ต่อมธัยรอยด์ บกพร่อง 30% - ระบบทางเดินอาหาร 5-12%

สรุป  ความพึงพอใจในการจัดประชุม  อยู่ในระดับดีมาก   ด้านเนื้อหาสาระ ครอบคลุมและตรงกับความต้องการ   ด้านวิทยากร ส่วนใหญ่พึงพอใจในระดับดีมาก    ด้านสถานที่ ส่วนใหญ่พึงพอใจในระดับดี  ด้านอาหาร/อาหารว่าง ส่วนใหญ่    พึงพอใจในระดับดีมาก -ด้านเนื้อหาวิชาการ  มีข้อเสนอว่า “เอกสารประกอบบรรยายไม่ชัดเจน  เนื้อหาในการประชุมเอกสารไม่ครบ อยากให้มีครบทุกเรื่อง อยากให้แจกสื่อ VCD  สื่อการสอน ANC

-ด้านวิทยากร มีข้อเสนอว่า “ปีหน้าอยากให้ประชุมห้องใหญ่ จากการแบ่งห้องในวันแรก มาบรรยายให้ทราบกันทั้งหมด   วิทยากรทุกท่านบรรยายได้ครบถ้วน มีความ สามารถในการบรรยาย ชอบหัวข้อ การ update แนวทางการปฏิบัติต่างๆมากเพราะจะได้รู้วิทยาการใหม่ๆด้วย ”

-ด้านการบริหารจัดการ  เพื่อให้โอกาสคนอื่นประชุมด้วย   ควรเปิดโอกาสให้  รพสต.สอ. ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานกระบวนการทำงาน ภาพรวมดีมาก  ควรจัดทุกปี  ตารางการอบรมน่าสนใจ แต่การประชาสัมพันธ์และทีมงานยังไม่ชัดเจนเรื่องการลงทะเบียน ควรมีป้ายStaff ป้ายชื่อ ผู้ลงทะเบียนเพื่อจะได้รู้จักกัน การรับของที่ระลึกกระเป๋าควรจัดให้ผู้ลงทะเบียนมาก่อน คนที่มาประชุมที่มาลงทะเบียน ณ วันนั้น   คณะจัดการประชุมอัธยาศัยดีมากคะ ยิ้มแย้มแจ่มใส ต่างจากเคยไปประชุมที่อื่นโดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ประทับใจในการต้อนรับ อยากให้จัดบ่อยๆ และสัญจรไปตามจังหวัด” อาจเป็นเพราะเราคือเลือดสา'สุขและอู้กำเมืองเหมือนกันหรือเปล่า สนุกจริงๆ

 ข้อเสนอแนะและโอกาสในการพัฒนา

  1. การวางแผนการดำเนินงานโครงการในครั้งต่อไป จะต้องมีการจัดทำแผนควบคุมความเสี่ยงที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม และสามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงได้จริง
  2. เอกสารประกอบการจัดประชุม จะต้องมีการปรับปรุงเนื้อหาให้ครอบคลุมตามกำหนดการประชุม และปรับปรุง pattern รูปเล่มให้สวยงามได้มากขึ้น
  3. แบบประเมินผลควรเพิ่มหัวข้อ ให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอความต้องการ/ความรู้ที่ต้องการเพิ่มเติม และการประเมินผลเป็นรายวิชา(รายหัวข้อ) เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการจัดประชุมครั้งต่อไป

สิ่งที่ต้องนำมาเผยแพร่และเรียนรู้ จากการประชุมสัมมนาครั้งนี้

  • การเข้าไปมีบทบาทแลพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กในชุมชน ก่อนตั้งครรภ์ ทำให้ แม่และเด็ก     ไม่เกิดปัญหาภายหลัง
  • การเอาใจใส่เช่น การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานีอนามัยเป็นสิ่งสำคัญ :การเข้ารับการประชุม อบรม สัมมนา เพิ่มเติมความรู้ อย่างต่อเนื่อง  การเข้าไปศึกษาฝึกงานในตึกเด็ก หรือตึกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลน่าน
  • การสร้างนวัตกรรมเช่น นาฬิกาชีวิตปฐมวัย นำมาเป็นโมเดลใช้ในพื้นที่
  • การปรับการทำงานแบบเดิม ใช้การบรูณาการตามวิชาการ มาตรฐานในงานอนามัยแม่และเด็กให้ครบ ส่งผลให้เกิดความมั่นใจต่อการบริการ
  •  การนำความรู้มาใช้ในกระบวนการตั้งแต่ตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ คลอด และดูแลทารกแรกเกิด จนถึง เติบใหญ่   เช่นการนัดฉีดวัคซีน ควรบรูณาการ ตรวจพัฒนาการเด็ก ไปด้วย มีการดูแลโดยให้พ่อ แม่เรียนรู้ ดูทารกร่วมกัน เป็นโรงเรียนพ่อ แม่เข้าไปฝึกในโรงพยาบาลที่มีโรงเรียนพ่อแม่
  • มีอุปกรณ์สำหรับพัฒนาการเด็กให้ครบถ้วน
  • มีข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่และส่งต่อให้ อสม เป็นผู้ร่วมดูแล
  • ควรมีการสรุปข้อมูลพื้นฐานงานอนามัยแม่และเด็ก ในแต่ละปี เพื่อนำข้อมูลลิงค์ไประดับอำเภอและจังหวัด

 บทบาทของผู้รับผิดชอบงานในสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเวียงสา ที่จะดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก

“ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย พัฒนาการสมวัย ครอบครัวไทยแข็งแรง”

  1. ร่วมกันดำเนินการตามกิจกรรมโดยจัดตั้งคณะอนุกรรม Node แม่และเด็ก ระดับอำเภอ(รพและสอ)
  2. ร่วมประชุมวางแผนการดำเนินงาน
  3. พัฒนาระบบบริการตามมาตรฐาน ตามโครงการ    สายใยรักแห่งครอบครัว 
  4. เสริมสร้างสมรรถนะบุคลากรด้านแม่และเด็ก
  5. พัฒนาระบบติดตามและประเมินผล
  6. พัฒนาสมรรถนะภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้เข้มแข็ง
  7. เสริมสร้างวัฒนธรรม “เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน”
  8. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านแม่และเด็ก
  9. ส่งเสริมให้ครอบครัวมีความรู้ด้านอนามัยแม่และเด็ก
  10. ประชาสัมพันธ์ในภาพรวม
  11. ร่วมดำเนินการและสรุปผลการดำเนินงาน (ประชุม 2 ครั้ง และดำเนินการตามกิจกรรม)

 

มีโอกาสพบอดีตหัวหน้าพยาบาลและ ผอ.วิทยาลัยพยาบาลอุบลราชธานี

 วัย 87 ปี คุณยายแข็งแรงดี มีลูกหลานพามาเที่ยว คุณยายมีบ้านอยู่ที่ ลาดพร้าว 47 กรุงเทพ พูดจาคล่อง ควมจำดี สมกับเป็นพยาบาลจริงๆ