สวัสดีค่ะ
วันนี้นั่งอยู่ที่น้ำหนาว เหงาจัง คิดถึงบ้านที่เชียงของ อยากกลับบ้าน นั่งอ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เห็นข่าวคุณตากับหลานสาวไปเล่นดนตรีข้างถนนเพื่อหาเงินไปช่วยศูนย์โรคหัวใจ รู้สึกดีมากที่ยังเห็นน้ำใจของคนไทยที่ยังไม่เลือนหายไปจากสังคม ถึงแม้ว่าเราจะเจอเหตุการณ์อะไรมากมาย แต่ถ้าคนไทยรวมใจเป็นหนึ่ง ไม่มีอะไรจะมาทำลายเราได้.....แน่นอน
ได้อ่านบทความเกี่ยวกับทฤษฎี x y z 3ทฤษฎีของการบริหารคน ในwww.vcharkarn.com แล้วนึกขึ้นได้ว่าใกล้จะสอบประมวลความรู้แล้ว เลยหยิบมาฝากเพื่อนๆบริหาร มมส.ชุมแพรุ่น 3 และเพื่อนๆที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมค่ะเผื่อเป็นประโยชน์บ้าง
ในบทความกล่าวไว้ว่า ทฤษฎี x y z นั้นเป็นทฤษฎีการบริหารที่ผู้บริหารรุ่นใหม่น่าจะศึกษาและเรียนรู้เพราะเป็นทฤษฎีการบริหารที่จะทำให้ผู้บริหารรู้จักลูกน้องหรือบุคลากรในหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละกลุ่มซึ่งจะช่วยให้ผุ้บริหารเกิดความเข้าใจและรู้จักบริหารคนที่แตกต่างกันไป รวมทั้งการปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในทีม ผู้บังคับบัญชาจะไม่ควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเข้มงวด แต่จะส่งเสริมให้รู้จักควบคุมตนเองมากขึ้น
ทฤษฎี x (The Traditioal View of Direction and Control)
ทฤษฎีนี้เกิดจากข้อสมมติฐานที่ว่า
1. คนไม่อยากทำงานและหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
2.คนไม่ทะเยอทะยานและไม่มีความคิดริเริ่ม ชอบให้สั่งการ
3.คนเห็นแก่ตนเองมากกว่าองค์กร
4.คนมักต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
5.คนมักโง่และหลอกง่าย
ทฤษฎี Y (The integration of Individual and Organization Goal)
ทฤษฎีนี้เกิดจากข้อสมมติฐานที่ว่า
1.คนจะไม่ให้ความร่วมมือ สนับสนุน รับผิดชอบ ขยัน
2.คนไม่เกียจคร้านและไว้วางใจได้
3.คนมีความคิดริเริ่มทำงานถ้าได้รับการจูงใจอย่างถูกต้อง
4.คนมักจะพัฒนาวิธีการทำงานและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
ทฤษฎี Z (Z Theory) ( William G. Ouchl) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยUXLA
ทฤษฎีนี้รวมเอาหลักการของทฤษฎี x และ ทฤษฎี Y เข้าด้วยกัน แนวคิดคือ องค์กรต้องมีหลักเกณฑ์ที่ควบคุมมนุษย์ แต่มนุษย์ก็รักความเป็นอิสระและมีความต้องการ หน้าที่ของผู้บริหารจึงต้องปรับเป้าหมายขององค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบุคคลในองค์กร
องค์ประกอบสำคัญของทฤษฎี z
1.การทำให้ปรัชญาที่กำหนดไว้บรรลุ
2.การพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
3.การให้ความไว้วางใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
4.การที่ผู้ใต้บังคับบัญชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ทฤษฎีนี้ใช้หลักการ 3 ประการ คือ
1.คนในองค์กรต้องซื่อสัตย์ต่อกัน
2.คนในองค์กรต้องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
3.คนในองค์กรต้องมีความใกล้ชิดเป็นกันเอง
อ่านบทความนี้แล้วก็อยากให้ผู้บริหารโรงเรียนและบุคลากรในโรงเรียนมาอ่านจังเลย เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น (บางอย่าง) แต่ก็ไม่เป็นไร ใครจะเป็นอย่างไรช่างเขา เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดละกัน อย่างน้อยผลประโยชน์ไม่ได้ตกที่ใคร นอกจากเด็กนักเรียนตาดำๆของเรานั่นเอง ฝากเพื่อนๆชุมแพรุ่น 3 ไปอ่านหนังสือด้วยนะคะ ใกล้สอบแล้ว เราสัญญากันไว้ว่า เราจะก้าวไปพร้อมกันนะคะ อย่าลืมล่ะ ไว้จะบันทึกมาใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ