บางครั้งตัณหาค้างคาอยู่ในใจมีมากจนนอนไม่หลับก็มี

       วันนี้ปั่นจักรยานออกไปตลาดประตูน้ำพระอินทร์ เพื่อซื้ออาหารมาทานตอนเย็น เห็นสตรีนางหนึ่งรูปร่างหน้าตาดี เดินจูงหมาขนปุกปุยสีขาวริมคลอง พอหมาจะวิ่งไปทางอื่นบ้างเชือกที่ผูกคออยู่ก็ตึง และเจ้าของก็ดึงให้กลับมาเดินตามตนเอง  ปั่นจักรยานผ่านแล้วยังต้องเหลียวหลังหันกลับไปมองซ้ำอีก ความคิดหนึ่งเกิดขึ้นมาว่า คนจูงหมาหรือตัณหามันจูงคน

      ตัณหา เป็นเครื่องผูกคอ... ลากจูงไปในทิศทางของมัน ตัณหาที่มีอยู่ในคน ทำให้ต้องดิ้นรน ต่อสู้ เพื่อตอบสนองตัณหา ๆ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความทุกข์ ความวุ่นวาย ความเหนื่อย บางครั้งตัณหาค้างคาอยู่ในใจมีมากจนนอนไม่หลับก็มี ตัณหามีอยู่ ๓ ประการ คือ

       ๑. กามตัณหา ความอยากในกามารมณ์ทั้งห้า คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส อยากได้ อยากมี อยากครอบครอง (เกิดขึ้น)

       ๒. ภวตัณหา ความอยากที่จะครอบครองอยู่เช่นนั้นตราบนานเท่านานมิให้ปรวนแปรเปลี่ยนแปลงไป (ตั้งอยู่)

       ๓. วิภวตัณหา  ความอยากที่จะพ้นๆ ไปจากสิ่งที่ตนเองเบื่อ ไม่ชอบ ไม่ปรารถนา (ดับไป)

        ตัณหานี้ก็เป็นพี่ใหญ่อีกตัวหนึ่งของกลุ่มสมุทัย บางท่านให้ความเห็นว่าเป็นตัวแม่ของฝ่ายสมุทัย หากว่าเปรียบเทียบตัณหาเป็นตัวแม่ อวิชชาก็ต้องเป็นตัวพ่อ คือ ผู้ทำหน้าที่ให้เกิด ตัณหา เป็นผู้ให้กำเนิด เมื่อเกิดแล้วก็ต้องติดตามมาด้วยอุปาทาน การยึดถือ ซึ่งจะกล่าวต่อไปในวันหน้า