ความเจริญของราชวงศ์ชิงภาคสรุป (แมนจู)                  

          ราชวงศ์ชิง (ต.ศ.1644 – 1912) หรือแมนจูถือเป็นราชวงค์ต่างช่าติที่ ๒ ที่เข้ามาปกครองจีน ชาวแมนจูเลียนแบบจีนทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง การทหาร และศาสนา ผู้นำคนแรกคือ นารูชิ ราชวงศ์ชิงถือว่าเป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดราชวงศ์หนึ่งของจีนซึ่งสามารถปกครองจีนได้อย่างยาวนาน  ความเจริญของราชวงศ์ชิงสรุปได้ดังนี้

 

การปกครอง  

            กษตริย์ทุกประองค์ปกครองในระบอบอัตตาธิปไตย คือบริหารงานทุกอย่างด้วยพระองค์เองทั้งนโยบายภายในและภายนอกประเทศ ข้าราชการในราชสำนักถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันได้แก่ ผู้ที่สืบเชื้อสายจากนารูชิ ข้าราสชการฝ่ายบริหารและฝ่ายพลเรือน ทหารประจำกองธง (Banner System) มีการแบ่งการปกครองดังนี้

           รัฐบาลส่วนกลาง จักรพรรดิมีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ มีราชเลขาธิการให้คำแนะนำ  คณะรัฐมนตรีอีก  6 คนรับสนองพระราชโองการ  

          รัฐบาลส่วนภูมิภาค มีการเพิ่มจำนวนจังหวัด เขต อำเภอ ตำบล และหมู่บ้านให้มากขึ้นกว่าราชวงศ์หมิง กำหนดผู้ดำรงตำแหน่งเป็ฯข้าหลวงจะต้องเป็นชาวแมนจู ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็ฯชาวจีน เป็ฯการถ่วงอำนสจซึ่งกันและกัน มีการนำระบบชนชั้นใช้ โดยชาวแมนจูเป็นชนชั้นที่สูงที่สุด 

 

เศรษฐกิจ  

         การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพคือ มีการนำระบบการเก็บภาษีที่เรียกว่า “ระบบรวบยอด” และ ระบบการเก็บภาษีที่เรียกว่า “ระบบหลี่เจีย”  เพื่อประโยชน์ในการสำรวจจำนวนประชากร ควยเตือนผู้เสียภาษีแทนการส่งหมายเรียก  ภาษีมีทั้งแร่เงิน และผลผลิตทางการเกษตร

 

สังคม 

         ใช้มาตรการกีดกันชาวจีนออกไปจากสังคมแมนจูเพื่อไม่ให้เกิดการกลืนชาติเช่น

          -          บังคับให้ชาวจีนโดนผมด้านหน้าออก และไว้ผมเปีย

          -          ให้ชาวจีนแต่งการแบบชาวแมนจู

          -          ไม่ให้มีการแต่งงานระหว่างชาวจีนและชาวแมนจู

          -          ชาวจีนที่จะเข้ารับราชการต้องผ่านการสอบคัดเลือก แต่ชาวแมนจูไม่ต้องสอบ

         -          บังคับให้ชาวจีนใช้ภาษาแมนจูเป็นภาษาราชการ               

 

วรรณคดี 

          มีวรรณคดีสำคัญเกิดขึ้นมากมายเช่นที่ได้รับการสนับสนุนจากจักรพรรดิเฉียนหลุงและ จักรพรรดิคังสีเช่น พจนานุกรมของมีค่าทั้ง 4 (Four Treasuries) นวนิยายเรื่องความฝันจากห้องสีแดง (The Dream of The Red Chamber)

 

ศิลปะ 

          เครื่องลายครามเช่น เครื่องถ้วยเปลือกไข่ ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดยุโรป โดยเฉพาะที่ทำขึ้นในมณฑลกวางสี เพราะมีคุณภาพ สีสรรสวยงามที่เขียนลงเครื่องถ้วยลาคราม

 

ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก 

          ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจีนตั้งแต่ คริสตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา เช่น โปรตุเกส สเปน อังกฤษ และฝรั่งเศส แบ่งออกเป็ฯ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สอนศาสนา นักเดินทางท่องเที่ยว พ่อค้า ชาวตะวันตกยอมรับ “ประเพณีเกาเตา”  คือต้องยอมรับว่าจีนเป็นศูนย์กลางของการปกครอง จักรพรรดิเป็นผู้ปกครองสูงสุดของสากลโลก ผู้ที่จะติดต่อสัมพันธ์กับจีนจะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการ ต้องแสดงความคารวะแบบ เตาเกา (Tow Tow) ต่อองค์จักรรพรรดิ

         ในสมัยราชวงศ์ชิงการค้ากับต่างชาตินั้น ชาติต่าง ๆ ขาดดุลทางการค้ามากกว่าจีน กล่าวคือ

          -          สมาคมพ่อค้าชาวจีนเป็นผู้กำหนดอัตราภาษีซึ่งไม่ป็นระบบและอัตราตายตัวที่แน่นอน

          -           ให้พ่อค้าชาวตะวันตกค้าขายกับจีนเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

          -          การค้าต้องผ่านสามาคมพ่อค้าเท่านั้น  

          -           เปิดเมืองท่าค้าขายจำนวนจำกัด

          -          ระบบการศาลจีนไม่มีความยุติธรรม การงโทษแบบป่าเถือน

          ทั้งหมดไดเสร้างความไม่พอใจให้กับพ่อค้าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะ อังกฤษ เป็นเหตุให้เกิดสงครามและนำความสูญเสียอันยิ่งใหญ่กับจีนในภายหลัง เช่น สงครามฝื่นถึง 2 ครั้ง ในปี ค.ศ. 1839 และ ค.ศ. 1857 จนนำไปสู่สนธิสัญญาการเปิดประเทศที่จีนเสียเปรียบ คือสนธิสัญญานานกิง และสนธิสัญญาเทียนสิน และสนธิสัญญาเทียนสิน จากนี้ไปราชวงศ์ชิงก็ค่อย ๆ เสื่อมลงจนกระทั่งปี ค.ศ. 1912 จีนก็ได้เปลี่ยนการปกครองไปดป็นระบอบประชาธิปไตย

 

สรุป

           ราชวงศ์ชิงได้สร้างความเตริญให้กับจีนมากมาย และพัฒนาการปกครองชาวจีนได้อย่างมีประสิทภาพ  แต่เนื่องจากความทะนงตนว่าเหนือกว่าทุกชาติในโลก จึงเป็นสาเหตุของความเสื่อมของราชวงศ์ในปี ค.ศ.1912

 

วาทิน ศานติ์ สันติ : เรียบเรียง

 

จันทร์ฉาย ภัคอธิคม. ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกสมัยใหม่ = History of modern East Asia : HI 461. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2544. 

มาตยา อิงคนารถ. ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ = History of modern China : HI 462. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2540.