พ่อเลี้ยงลำไย

หลังจากที่มีหลายท่านเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องของการราดสารลำไย ทำให้ตัวของผู้เขียนรู้ว่วาความรู้ที่ตัวเองมีนี้มันแสนจะน้อยนิดนัก ขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจและข้อเสนอแนะที่ผู้มีอุปการะคุณทุกท่านมอบให้ ทางผู้เขียนใคร่ขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

หลังจากที่ร่ายยาวกันมาพอสมควร ทางผู้เขียนอยากจะเสนอวิธีและการใช้อีทีฟอนร่วมกับสารคลอเรต เพราะว่าผู้ใช้บางท่านอาจจะมีความคิดเป็นของตนเอง(คือมนุษย์จะเข้าข้างตัวเองเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ตัวผู้เขียนเอง) ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นดีที่สุดสำหรับตัวเองละ หากผลที่ออกมาไม่ดีหรือไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ก็จะโทษอะไรไปต่างๆนาๆ เหมือนกันกับการราดสารลำไยนอกฤดู หากราดเสร็จแล้วได้ผลดี ออกดอกเต็มที่100เปอร์เซนต์ก็ดีไป แต่หากมันไม่ออกตามที่หวังไว้ก็จะโทษดวงบ้าง และอะไรต่างๆนาๆ ทำไมท่านไม่ลองถามตัวเองก่อนว่า ท่านเคยให้อะไรกับลำไยก่อนหรือยัง ก่อนที่ลำไยจะให้ท่าน ดังนั้นก่อนการราดสารท่านต้องบำรุงต้นลำไยให้สมบูรณ์ ใบเขียวมัน ถ้าเริ่มต้นดี ต่อไปก็จะดีตามมาเป็นลำดับ(ภาวนาอย่าให้ฝนตกดีเกินไประหว่างที่ลำไยกำลังจะแทงช่อดอก) มาที่เรื่องของวิธีการใชสารอีทีฟอนหรือเอททีฟอน ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยในการปลิดใบอ่อนในลำไย(จากที่ได้ทดลองในปัญหาพิเศษตอนจบ ป.ตรี) ความเข้มข้นของสารแล้วแต่บริษัทที่จัดจำหน่าย มีทั้ง 48 และ 52 เปอร์เซนต์ แล้วแต่การเลือกใช้ของท่าน แต่อัตราการใช้ไม่ควรจะเกิน 100 มิลลิลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร (ส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้เกินประมาณ120-150 มิลลิลิตร) ผสมกับสารคลอเรตอีก 3 ขีด หากท่านทำการฉีดพ่นเกินอัตราที่แนะนำอาจทำให้ใบลำไยร่วงได้ และจะเป็นสาเหตุของการแตกใบอ่อนของลำไยทำให้ลำไยออกดอกช้าหรือไม่ออกดอกเลย

ณ ที่นี้คือวิธีที่ผมทดลองแล้วกับสวนของผมเอง  และเป็นวิธีที่ผมแนะนำแล้วแต่ทางท่านจะนำไปประยุกต์เปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับวิธีของท่าน เพื่อที่เมืองไทยจะมีเศรษฐีหรือทางภาคเหนือเรียกพ่อเลี้ยงลำไยเพิ่มขึ้นอีกคน และถ้าหากท่านใดมีวิธีการใหม่ๆ รูปแบบการราดสารตลอดถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตของลำไย มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทางผู้เขียนจะขอบคุณเป็นอย่างสูง