รายงานการวิจัย เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนกับความพึงพอใจในการปฎิบัติงานของครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น
โดย ศุภกิจ สานุสัตย์
สืบค้นจาก http://www.thailis.or.th
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น จำนวน 373 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม โดยมีผลสรุปได้ดังนี้
ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ตามความคิดเห็นของผู้สอนอยู่ในระดับดีมาก โดยด้านการสร้างแรงบันดาลใจมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านการกระตุ้นเชาวน์ปัญญา ด้านการคำนึงถึงเอกบุคคล และด้านการสร้างบารมี ตามลำดับ อาจเป็นเพราะผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้ที่มีบทบาทในการบริหารงานทุกๆ ด้าน จะต้องใช้ภาวะผู้นำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในกระบวนการบริหารงาน
ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนตามความคิดเห็นของครูผู้สอน จำแนกตามประสบการณ์ในการสอน พบว่า ครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ในการสอน 14 – 26 ปี มีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนมากกว่าครูผู้สอนในวัยอื่น อันอาจเนื่องมาจาก เป็นวัยที่มีพลังในการทำงาน มีความตั้งอกตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จึงเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารงานในโรงเรียนมากกว่า
ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนตามความคิดเห็นของครูผู้สอน จำแนกตามขนาดของโรงเรียน พบว่า ไม่มีความแตกต่าง อาจเป็นเพราะว่า ในปัจจุบันเป็นยุคปฏิรูปการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนทุกขนาดต่างให้ความสำคัญกับการศึกษา รวมทั้งการเตรียมการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงต้นสังกัด การเตรียมการประเมินภายนอก จึงอาจทำให้ความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน
ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน มีความพึงพอใจมากในทุกด้าน โดยด้านความสำเร็จมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ด้านโอกาสก้าวหน้าในงาน และด้านลักษณะงาน ด้านการได้รับการยอมรับนับถือในความสำเร็จ ด้านเงินเดือน สถานภาพ ความมั่นคงในงาน ด้านนโยบายของหน่วยงานและการบริหาร ด้านการนิเทศงาน ด้านเงื่อนไขในงานและสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ตามลำดับ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ในปัจจุบันอาชีพครูต้องใช้ความสามารถในการเป็นครู เช่น การพิจารณาเลื่อนระดับ จะต้องใช้ความสามารถของตนเองในการทำงานให้เป็นที่ประจักษ์
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนตามความคิดเห็นของครูผู้สอน มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ส่งผลให้ครูผู้สอนเกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็นต่องานวิจัย
เป็นการวิจัยเปรียบเทียบความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ทำให้เห็นว่า หากครูผู้สอนเกิดความพึงพอใจในต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร ทำให้สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน
จากงานวิจัยชิ้นนี้ แนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้คือ ส่งเสริมผู้บริหารให้ใช้ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งสนับสนุนครูผู้สอนให้มีพลังในการทำงาน มีความตั้งอกตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน โดยการดึงให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารงานในโรงเรียน