วันศุกร์ที่ 9 ก.ย.48 ผมต้องเดินทางมาประชุมที่เชียงใหม่เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์นี้ ครั้งแรกคือในวันอังคารที่ 6 ก.ย.48 และก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน คือในช่วงวันที่ 1-4 ผมก็ต้องเดินทางไปเข้าร่วม UKM ที่ขอนแก่น และเดินทางต่อไปหนองคาย และเวียงจันทน์ ทำให้รู้สึกเหนื่อยจากการเดินทาง และหาโอกาสงีบหลับที่ห้องพักรับรองสนามบินเชียงใหม่

         พอจะได้พักสักหน่อยก็ต้องมาสะดุ้งตื่น เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่มาปลุก พูดเป็นภาษาอังกฤษแปลความได้ว่า  “ขอโทษค่ะ คุณกาซูฮิโกะ ใช่ไหมคะ” ผมตอบเป็นภาษาไทยชัดเจน “ไม่ใช่ครับ ผมคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์” และนึกในใจว่าเอาอีกแล้ว ประจำเลย

         และครู่เดียว เขาก็หาคุณกาซูฮิโกะพบ เนื่องจากนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งถัดไป

         ผมมีประสบการณ์ทำนองนี้บ่อยมากกกกกกก ...

         เร็วๆ นี้พาหลาน ๆ จากต่างจังหวัดไปไหว้พระ ที่วัดพระแก้ว ไปกันเป็นกลุ่มตั้งหลายคน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่ประตู เข้า-ออก ก็ยังอุตส่าห์มาดึงผมออกมา แล้วถามว่า ผมเป็นคนไทยหรือเปล่า

         ผมว่าโลกยุคโลกาภิวัตน์นี้ มีการเดินทางไปมาหาสู่กันมาขึ้นมาก จนทำให้แยกแยะเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ กันยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือนกันไปหมด 

         ที่ตลกมากกว่านั้นคือ ก่อนเข้าวัดพระแก้ว ผมแกล้งหลอกหลาน ๆ ว่า เจ้าหน้าที่เขาจะต้องให้แต่ละคนร้องเพลงชาติก่อน เพื่อแสดงว่าเป็นคนไทย จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าผ่านประตูประมาณคนละ 200 บาท หลาน ๆ ผมคงซ้อมร้องเพลงชาติกันในใจกันเป็นการใหญ่ พอเดินผ่านประตูจริง ๆ กลับมีผมคนเดียวที่ถูกดึงออกไปซักถาม หลาน ๆ ก็พาซื่อถามตอนผมกลับมาว่าผมต้องร้องเพลงชาติหรือเปล่า เป็นไงครับ  มีใครเคยมีประสบการณ์ทำนองนี้กันบ้างไหมครับ

         วิบูลย์ วัฒนาธร