เพิ่งจะรู้จักกีฬานี้

คืนวันเสาร์ที่ 10 กค. 53 ผมกำลังพักผ่อนกับครอบครัวที่บ้านพัก เป็นช่วงฟุตบอลโลกช่วงสุดท้ายแล้ว ยามรักษาการณ์มากดกริ่งที่ประตูบ้านว่ามีคนไทยมาขอพบที่ประตูรั้วด้านนอก บอกเพียงว่าเป็นคนไทย ผมพอจะทราบตั้งแต่ช่วงเช้าว่ามีกรณีนี้เกิดขึ้นแต่ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ทราบแต่ว่าเป็นคนไทยที่เป็นนักกีฬาและทำหนังสือเดินทางหาย และจะมาทำเอกสารเดินทางในวันที่เปิดทำการคือวันจันทร์ 

อย่างไรก็ดีเนื่องจากผมพักอยู่ในบริเวณที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต จึงออกไปพบและก็เห็นนักกีฬาไทยหญิง 3 คน มากับคนอินเดีย 3 คน ถามได้ความว่าเป็นนักกีฬาไทยเน็ตบอลทีมเยาวชนมาแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่เดลี อินเดีย (ซึ่งไม่ได้แจ้งการเดินทางให้สถานเอกอัครราชทูตทราบ) นักกีฬาคนหนึ่งทำหนังสือเดินทางหายในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 10 กค. 53 และจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินในคืนวันเสาร์นั้น แต่เนื่องจากเป็นหยุดราชการ  ติดขัดทางเทคนิค สถานทูตปิดทำการเสาร์-อาทิตย์ ทางฝ่ายอินเดียผู้จัดการแข่งขันก็ไม่ได้ช่วยเหลือที่ทันการ เพราะคืนนั้น ยังไม่ทราบว่าจะหาที่พักให้เธอได้หรือไม่ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบค่าที่พัก (เนื่องจากสิ้นสุดการแข่งขันแล้ว) ในขณะที่นักกีฬาไทยคนอื่นๆ เดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่อง นักกีฬาคนที่ทำหนังสือเดินทางหายจำเป็นต้องอยู่คนเดียว แต่เนื่องจากนักกีฬายังเป็นเยาวชนอยู่ ผู้จัดการทีมและโค๊ชจึงตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อนเดินทางกลับด้วยปัญหาก็คือในคืนที่มาพบผมนั้น ยังไม่ทราบว่าจะหาที่พักได้หรือไม่

ผมเดินออกไปยังประตูรั้วเหล็กติดกับป้อมยาม เห็นหน้านักกีฬาทั้ง 3 คนแล้ว ทราบว่ามาแข่งที่เดลีนาน 10 กว่าวันแล้ว ทานแต่อาหารแขกทุกวัน ไม่ได้ออกไปไหนเลยเพราะแข่งทุกวันและที่สำคัญคืนนั้นยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลย แม้อยู่ในความมืดสลัวๆ ผมก็เห็นสายตาทึ่คลอไปด้วยน้ำตาของหนึ่งในสามคน ผมจึงตัดสินใจให้ทั้ง 3 เข้ามาทานอาหารไทยที่บ้านก่อนและในที่สุดด้วยความที่เป็นคนไทยเหมือนกัน ไม่ทิ้งคนไทยด้วยกัน โดยเฉพาะคนที่จากบ้านมาไกล มาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ไม่มีอะไรดีไปกว่าช่วยเหลือกัน ผมจึงตัดสินใจให้พักด้วยกัน ซึ่งผมได้ดัดแปลงห้องอ่านหนังสือของลูกเป็นที่พักของทั้ง 3 คนและบอกว่าวันจันทร์ค่อยดำเนินการเรื่องเอกสารการเดินทางและต้องไปขออนุญาติเดินทางออกนอกประเทศกับหน่วยงานของอินเดียด้วย

วันจันทร์ที่ 12 กค. 53 สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดการออกซีไอและไปขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศโดยมีการประทับตราอนุญาติในซีไอนั้น จัดการจองตั๋วเครื่องบินให้ทั้งสามคนและจัดรถส่งไปสนามบินในคืนวันจันทร์เดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

ที่นำมาเล่านี้ มิได้มีจุดประสงค์ใดนอกจากจะบอกว่าการเดินทางไปต่างประเทศนั้น ควรระวังเรื่องหนังสือเดินทางหายให้มาก(ควรเก็บหนังสือเดินทางไว้กับตัวเสมอและทำสำเนาเก็บไว้ด้วย) เพราะแม้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยจะออกเอกสารการเดินทางแทนหนังสือเดินทางที่สูญหายหรือที่เรียกว่าซีไอ (Certificate of identification)ให้ได้ก็ตาม แต่ในกรณีที่ติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เช่นกรณีนี้ ก็อาจเป็นปัญหาใหญ่ได้ เพราะในหลายสถานทูตหรือสถานกงสุลอาจไม่มีใครพักอาศัยอยู่ในบริเวณที่ทำการในวันหยุด และในบางประเทศ เช่นอินเดียแม้จะมีเอกสารแทนหนังสือเดินทาง ก็ต้องไปขออนุญาตและประทับตราจากหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยอินเดียที่ดูแลคนต่างชาติด้วยจึงจะใช้เอกสารดังกล่าวเดินทางออกนอกประเทศได้

ในกรณีนี้ ดีที่ผมพักอยู่ในบริเวณที่ทำการ เมื่อมีคนไทยมีปัญหาเดือดร้อน แม้จะมาในวันหยุดราชการ แต่หากช่วยเหลือกันได้ ก็ยินดีที่จะทำ (ภรรยาและลูกๆ ทั้ง 4 คนช่วยกันต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเต็มที่) เพราะการเป็นนักการทูตในต่างแดนนั้น สำหรับผมไม่มีวันหยุด เราเป็นผู้แทนประเทศตลอดเวลา และผมรู้ว่าคนไทยเวลาไปต่างประเทศ เวลามีปัญหาเดือดร้อน ไม่มีอะไรอบอุ่นใจเท่ากับการได้พบคนไทยด้วยกัน

การได้ช่วยเหลือนักกีฬาเน็ตบอลครั้งนี้ กลับทำให้ผมได้รู้จักกีฬาเน็ตบอลซึ่งไม่เคยสนใจมาก่อนเลย อาทิ

เน็ตบอลส่วนใหญ่เป็นกีฬาสำหรับผู้หญิง และในเมืองไทยไม่ได้เป็นกีฬาบังคับ ทำให้ไม่ค่อยนิยมเล่นกันในโรงเรียน

ผู้เล่นที่มีความสูงจะได้เปรียบเพราะเน็ตบอลใช้การขว้างส่งบอล จึงมีชื่อเรียกผู้เล่นกีฬานี้ว่านักขว้าง

ประเทศที่เก่งในเรื่องเน็ตบอลได้แก่มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นแชมป์โลกหลายสมัย

ในระดับเอเชียมีประเทศ 6 ประเทศแข่งขันกัน อินเดียเพิ่งจะเล่นเน็ตบอลมาไม่นานนัก

เป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิค ฯลฯ

นอกจากนั้น การได้สนทนากับนักกีฬาทั้ง 3 คนทำให้ได้รับความรู้มากทีเดียวเกี่ยวกับวงการกีฬาไทยและโรงเรียนกีฬาของไทย ว่ายังมีเรื่องต้องพัฒนาอีกมาก ๆ เหลือเกิน หากจะให้วงการกีฬาของบ้านเราเก่งทัดเทียมนานาประเทศ

ขอบคุณนักกีฬาทั้งสามคนด้วย ขอให้เป็นนักกีฬาที่ดีและเป็นกำลังสำคัญของวงการเน็ตบอลของไทยต่อไปครับ