การใช้ยา
บางคนมองว่าการกินยาเป็นเรื่องเล็ก กินออกจะบ่อย แล้วการกินนั้นคุณแน่ใจหรือเปล่าคะว่า กินได้ถูกต้องแล้ว และรู้ไหมว่าหากคุณกินยา ผิดวิธี  ผิดขนาด อาจทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร เช่น หากยาชนิดนั้นกำหนดว่าให้กินหลังอาหาร แต่ถ้าไปกินก่อนอาหารผลที่ได้ก็ต่างกัน หนำซ้ำอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตได้
1.    ก่อนการสั่งยาจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง คุณควรแจ้งประวัติในการแพ้ยา และโรคประจำตัวอย่างละเอียด โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ ไต เนื่องจากเป็นอวัยวะที่เกี่ยวกับการกำจัด และขับของเสียออกจากร่างกาย และควรสอบถามชื่อยาทางการค้า และชื่อยาสามัญจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง 
2.    ยาที่คุณต้องใช้บ่อยๆ ควรศึกษาเกี่ยวกับขนาดที่ใช้ และอาการข้างเคียงด้วย โดยอาจสอบถามจากแพทย์หรือเภสัชกร 
3.    ควรกินยาหรือใช้ยาตามที่กำหนด เพราะยาบางอย่างมีวิธีใช้เฉพาะ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ดี และมีสรรพคุณตามต้องการ เช่น ยาผงแห้ง ยาแก้อักเสบสำหรับเด็ก หากนำไปผสมกับน้ำร้อนจะทำให้เสื่อมสภาพได้ 
4.    เมื่ออาการดีขึ้นหรือกลับเป็นหนักกว่าเก่า คุณไม่ควรเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง เพราะยาบางชนิดหากมีการเพิ่มยาแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดผลเสียที่รุนแรง เช่น ยาโรคหัวใจ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น 
5.    ไม่ควรใช้ยาร่วมกัน เพราะยาที่แพทย์ หรือเภสัชกรจ่ายให้นั้นจะต้องมีการพิจารณาแล้วว่าเหมาะกับโรค หรืออาการของผู้ป่วยแต่ละราย ยกเว้นยาสามัญประจำบ้านที่สามารถใช้ร่วมกันได้ 
6.    ยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อรัง และต้องกินติดต่อกันควรมีติดตัวไว้ตลอด โดยเฉพาะเวลาเดินทาง เพราะยาบางชนิดถ้าหยุดอย่างกะทันหันอาจทำให้อาการกำเริบ เป็นอันตรายได้ 
7.    ควรอ่านฉลากยาทุกครั้งก่อนการใช้ยา และไม่ควรอ่านฉลาดยาในที่มืดเพราะอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน และกินยาผิดพลาดได้ 
8.    ไม่ควรกินยาร่วมกับชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เพราะจะทำให้ยามีผลการรักษาลดลง 
9.    ไม่ควรดื่มนมร่วมกับยาระบาย เพราะอาจจะทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน และท้องเสียได้ 
10.หากกินยาแล้วมีอาการไข้ ผื่นแดงคัน ลมพิษ บวมเนื้อเยื่ออ่อน บวมแดง แสบ อาเจียน หอบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดหัวรุนแรง ควรหยุดยา และไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากการแพ้ยา และนำยาที่มีอาการแพ้ไปแสดงให้แพทย์ทราบ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และรวดเร็ว
การใช้ยาถูกวิธีถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าหากมองข้ามอาจเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตได้ ฉะนั้นศึกษา 12 ข้อที่เราแนะนำนี้แล้วนำไปใช้ จะได้สุขภาพดี และปลอดภัยจากการใช้ยา
ที่มา : นพ.ยอดพิริยะ เอี่ยมคงเอก
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ