การประเมินตนเองก่อนกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
สรุปบทเรียนที่ได้จากการศึกษาเอกสารเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานตามหน่วยการเรียนรู้
ธนสาร บัลลังก์ปัทมา
(กรุณาอ้างอิง เมื่อนำไปใช้)
คุณลักษณะของรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ดี
1. มีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการสถานศึกษา
2. มีความสามารถในการปกครองบังคับบัญชา
3. ความสุจริตโปร่งใส และเที่ยงธรรม
4. มีความสามารถในการตัดสินใจกล้าตัดสินใจ
5. มีความสามารถในการวางแผน
6. การวางคนได้เหมาะสมกับงาน put the man in the right job
7. มีการสร้างทีมงาน (team work) ที่เข้มแข็ง
8. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
9. มีความรอบรู้ มีความแม่นยำในกฎระเบียบของทางราชการ
10. มีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
1. การพัฒนาเจตคติและค่านิยมที่ดีในการบริหารงาน
เจตคติเป็นแนวโน้มที่เราตอบสนองต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ส่วนค่านิยมเป็นสิ่งที่เราคิดว่า เป็นความเชื่อถือ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ก็ตาม เป็นสิ่งที่บุคคลในกลุ่มมีความเห็นเหมือน ๆ กัน เช่น สังคมที่มีความเจริญทางวัตถุ คนมองเห็นว่าเงินและอำนาจเป็นค่านิยม อาจจะแตกต่างกับค่านิยมของบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นเรื่องของน้ำใจ คุณธรรมเป็นค่านิยมที่สำคัญกว่า โดยทั่วไปแล้ว เจตคติและค่านิยมมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาก จนบางครั้งก็ยากที่จะแสดงออกให้เห็นความแตกต่างที่เด่นชัด การเปลี่ยนแปลงเจตคติทำได้โดยง่ายกับเจตคติที่ไม่ซับซ้อนและมีทิศทางเดียวกันการสร้างเจตคติเน้นสิ่งจำเป็นในด้านการบริหารงานบุคคล ถ้าบุคคลมีเจตคติที่ดีต่องาน ถ้าผู้นำมีเจตคติที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อหน่วยงานที่ปฏิบัติ ก็จะเกิดความผูกพันกับองค์การและสามารถอยู่ในองค์การได้อย่างมีความสุข
2. การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
คุณธรรมและจริยธรรมเป็นเสมือนบทบัญญัติของความดีและความงามของจิตใจ ที่ส่งผลให้บุคคลประพฤติดีประพฤติชอบ คุณธรรมและจริยธรรมจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการประกอบวิชาชีพ ดังจะเห็นได้จากการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนได้กำหนดให้ จริยธรรมเป็นคุณลักษณะร่วมประการหนึ่งที่ข้าราชการพลเรือนไทยทั้งระบบจะต้องมี ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารทางการศึกษาจึงต้องแสดงพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งไม่ใช่เพียงความถูกต้องตามหลักกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องภายในกรอบของคุณธรรมและจริยธรรมที่คนในสังคมโดยทั่วไปยอมรับได้ นักบริหารที่มีคุณธรรม จริยธรรม เหมาะสมกับวิชาชีพ จะก่อให้เกิดความศรัทธา ความเชื่อถือ และความเชื่อมั่นในตัวผู้นำ ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการสร้างความสามัคคี ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงาน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
3. ปรัชญาทางการศึกษา
ปรัชญาการศึกษาคือ แนวความคิด หลักการ และกฏเกณฑ์ ในการกำหนดแนวทางในการจัดการศึกษา ซึ่งนักการศึกษาได้ยึดเป็นหลักในการดำเนินการทางการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย นอกจากนี้ปรัชญาการศึกษายังพยายามทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษา ทำให้สามารถมองเห็นปัญหาของการศึกษาได้อย่างชัดเจน ปรัชญาการศึกษาจึงเปรียบเหมือนเข็มทิศ นำทางให้นักการศึกษาดำเนินการทางศึกษาอย่างเป็นระบบ ชัดเจน และสมเหตุสมผล
แนวคิดในการจัดการศึกษาไทย 4 ปรัชญา คือ จิตนิยม วัตถุนิยม ประสบการณ์นิยม อัตนิยม
4. หลักการในการจัดการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.. 2545 ได้กำหนดหลักการศึกษาไว้ และใช้หลักการดังกล่าวเป็นตัวกำหนดสาระเนื้อหาของกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษา
หลักสำคัญในการจัดการศึกษา ( ตามมาตรา8 ) กำหนดไว้ 3 ประการ คือ การศึกษา ตลอดชีวิต การมีส่วนร่วม และการพัฒนาต่อเนื่อง ดังนี้
1. การศึกษาตลอดชีวิต ถือว่าการจัดการศึกษานั้นเป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชนหลักการคือคนทุกคนต้องได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
2. การมีส่วนร่วม สังคมต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. การพัฒนาต่อเนื่อง การศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลาให้ทันกับความรู้ ที่ก้าวหน้าไปไม่หยุดยั้ง
5. ห้องเรียนคุณภาพ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้นำแนวคิดเรื่อง “ห้องเรียนคุณภาพ” (The Complete Classroom/Quality Classroom) ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นให้สถานศึกษา บริหารจัดการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพในระดับปฏิบัติ คือ “ระดับห้องเรียน” หมายถึง การจัดการเรียนการสอนระดับรายวิชา โดยครูผู้สอน รวมทั้งการปฏิบัติการพัฒนาหรือส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนโดยครูประจำชั้น โดยเชื่อว่า หากการจัดการเรียนการสอนระดับรายวิชามีคุณภาพตามเกณฑ์ห้องเรียนคุณภาพ แล้ว สถานศึกษาแห่งนั้นก็น่าจะกลายเป็นสถานศึกษา ที่มีคุณภาพหรือมีความเป็นเลิศ (Excellence School) ในที่สุด
จุดเน้นสำคัญของแนวคิด “ห้องเรียนคุณภาพ” โดยสรุป เป็นดังนี้
1) มุ่งนำการเปลี่ยนแปลงสู่ห้องเรียน
2) ให้ความสำคัญกับออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
3) วิจัยในชั้นเรียน (CAR) ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน
4) ใช้ ICT เพื่อการสอนและสนับสนุนการสอน
5) สร้างวินัยเชิงบวก (Positive Discipline)
6. การส่งเสริมให้มีการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
การส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา เป็นบทบัญญัติที่ปรากฏในมาตรา 24 และ 30 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้ให้ความสำคัญในการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีความรอบรู้และรวมทั้งสามารถใช้การวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545 :14 -16)
7. องค์กรแห่งการเรียนรู้
องค์การเรียนรู้ (Learning Organization) เป็นแนวคิดในการพัฒนาองค์การโดยเน้นการพัฒนาการเรียนรู้สภาวะของการเป็นผู้นำในองค์การ (Leadership) และการเรียนรู้ร่วมกัน ของคนในองค์การ (Team Learning) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะร่วมกัน และพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน การมีองค์การแห่งการเรียนรู้นี้จะทำให้องค์การและบุคลากร มีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิผล โดยมีการเชื่อมโยงรูปแบบของการทำงานเป็นทีม (Team working) สร้างกระบวนการในการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเตรียมรับกับความเปลี่ยนแปลง เปิดโอกาสให้ทีมทำงานและมีการให้อำนาจในการตัดสินใจ (Empowerment) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการคิดริเริ่ม (Initiative) และการสร้างนวัตกรรม (Innovation) ซึ่งจะทำให้เกิดองค์การที่เข้มแข็ง พร้อมเผชิญกับสภาวะการแข่งขัน
องค์กรแห่งการเรียนรู้ หมายถึง การสร้างองค์กรเพื่อให้พร้อมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยที่องค์กรจะเปรียบเสมือนบุคคลที่มีความจำและสามารถที่จะเรียนรู้ได้
การพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นการผสมผสานแนวคิดกับแนวปฏิบัติเข้าด้วยกัน โดยมีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
1. การสร้างบรรยากาศเปิด ให้สมาชิกทุกคนในสถานศึกษาได้รับทราบความจำเป็นและประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลง มุ่งพัฒนาสถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้ร่วมงานทุกคนให้ก้าวหน้ามั่นคงเป็นมืออาชีพ
2. พัฒนาวินัยพื้นฐาน 5 ประการ ให้แก่สมาชิกทุกคนในสถานศึกษา เพื่อปรับพื้นฐานวิธีการคิดการปฏิบัติของตนเองและสถานศึกษา คือ (ออกสอบเป็นภาษาอังกฤษ) บุคคลที่รอบรู้ (Personal mastery) รูปแบบของความคิด (Mental models) วิสัยทัศน์ร่วม (Shared vision) การเรียนรู้เป็นทีม (Team learning) การทำงานร่วมกันเป็นทีม (Teamwork) การคิดเชิงระบบ (System thinking)
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. ชุดวิชาการจัดการการเรียนรู้. โครงการพัฒนาวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาประจำการ, สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, 2549.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. ชุดวิชาภาวะผู้นำทางการศึกษา. โครงการพัฒนาวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาประจำการ, สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการ คุรุสภา, 2549.
เอกสารประกอบการบรรยายวิชาบริบททางการศึกษา มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ออนไลน์เข้าถึงได้จาก //www.whk.ac.th/whk2008/bsru_salaya/text/boribot_1.pdf>
http://suthep.cru.in.th
http://www.neo-2.net/attachments/744_08.doc
http://gotoknow.org/blog/bpk53
รายงาน 60 หน้า มีแนวให้นะครับ สำหรับผู้จะเข้าอบรม
[email protected]