สำนึกผิด
|
สำนึกผิด โดย...จิตใส ร่างกายอ่อนแอจิตใจย่อมอ่อนแอ ผู้ป่วยชายอายุ หกสิบปีเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายผู้ป่วยและครอบครัวทราบการดำเนินของโรคดี และรู้ว่าผู้ป่วยจะมีเวลาอีกไม่นาน เมื่อพบผู้ป่วยครั้งแรกผู้ป่วยมีสีหน้ายิ้มแย้มแววตาเศร้าเล็กน้อย ซึ่งก็ธรรมดาสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ภรรยาและลูกของผู้ป่วยคอยเฝ้าดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี
ผู้ป่วยได้รับการตอบสนองทางด้านจิตวิญญาณครบทุกอย่าง ทำบุญ ถวายสังฆทาน ฟังธรรม ทำสมาธิ แต่ทุกๆ วันที่ผ่านไปผู้ป่วยกลับมีอาการซึมเศร้ามากขึ้นโดยเฉพาะแววตา มีอะไรที่เรายังค้นไม่เจอแน่นอน
ฉันพยายามหาเวลาเป็นส่วนตัวพูดคุยกับภรรยาผู้ป่วยและลูกให้ช่วยกันค้นว่ามีเรื่องอะไรค้างคาใจผู้ป่วยหรือไม่
กลับพบว่าผู้ป่วยเป็นคนดีมากรักลูกและภรรยาตั้งแต่แต่งงานไม่เคยทำให้ช้ำใจ เป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดี
ฉันเข้าไปเยี่ยมจะไปให้กำลังใจและชวนทำสมาธิเช่นเดิม วันนี้ผู้ป่วยนอนอยู่คนเดียวลูกและภรรยาไปทำธุระ…
“คุณลุงป้าชมลุงตลอดเลยว่าลุงเป็นคนดีไม่เคยทำให้ป้าเสียใจ น่ารักจังนะลุง”
“ไม่หรอกหมอ ลุงมันเลวเลวมากที่สุด หมอจะรังเกียจลุงไหมถ้า….”
ฉันอึ้ง…..เงียบ
“ไม่คะไม่เกลียดบอกหนูได้ค่ะ”
“ก่อนแต่งงานกับป้า ลุงเคยข่มขืนผู้หญิงทำไปเพราะความคึกคะนอง ครั้งแรกไม่มีใครจับได้ก็เลยทำไม่กลัวลุงข่มขืนไปหลายคนเลย”
ฉันอึ้ง ตกใจ หัวใจเต้นรัว ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องร้ายแรงแบบนี้ คุณลุงที่แสนดี คุณลุงที่สามีที่ดีของคุณป้า เป็นพ่อที่ดี คุณลุงที่ฉันดูเฝ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวและดูแลอย่างดีน่าขยะแขยงที่สุด…..
ฉันหายใจไม่ทั่วท้องน้ำตาคลอ…..ก้าวเท้าถอยห่างออกจากเตียงมาสองสามก้าว ฉันมองคุณลุงนอนหลับตาไม่มองหน้าฉัน สภาพตอนนี้คุณลุงไม่ต่างอะไรกับซากศพที่ตั้งท้องแขนขาลีบ ท้องโตมากกว่าผู้หญิงท้องใกล้คลอด หน้าดำคล้ำ ผิวลอกแห้ง ริบฝีปากแห้งแตก……
คุณลุงกำลังใช้หนีกรรมที่ทำอยู่แล้วสาหัสมากด้วย เมื่อได้สติรู้ตัวฉันเลยเอื้อมมือไปจับแขนคุณลุงบีบเบาๆ
ผู้ป่วย “ผมมันบ้า เลวแท้ๆ ตั้งแต่แต่งงานผมก็ไม่เคยทำร้ายใครอีกแต่หมอรู้ไหมผมบ้าขนาดเอารูปจ้าวมาช่วยตัวเอง นึกว่าท่านเป็นเมียเลยนะไม่รู้ทำไปได้ไง ผมมันเลว”
พูดไปน้ำตาไหล สีหน้าเจ็บปวดยิ่งนัก ขยับตัวออกห่างจากฉันจนชิดขอบเตียงอีกด้าน
ฉันนึกใช่ เลว...เลวจริงๆ นรกแน่แท้ๆ เพราะความไม่รู้ ไร้สติ ทำให้คนคนหนึ่งทำเรื่องร้ายๆ ได้ถึงเพียงนี้ โอ้พระพุทธเจ้าลูกแย่แล้วท่านโปรดช่วยลูกด้วยให้ลูกหนักแน่นมีสติ ทำสิ่งที่ถูกที่ควร……
“แค้รู้ ๆ ไม่ปรุง ไม่ลงไปคลุก” คำสอนพระอาจารย์เข้ามาในหัว ....ใช่ๆๆๆ แค่รู้
“หมออย่าบอกป้านะให้เขาภูมิใจในตัวผมแบบนี้นะ ให้ผมมีความดีติดตัวบ้างเรื่องนั้นไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร คนเคารพท่านทั้งประเทศ ผมมันชั่ว ทำชั่วคิดชั่วคงไม่ตายดี”
“ค่ะคุณลุงหนูจะไม่บอกป้า” ฉันรับปากพูดได้เท่านั้นจริงๆ
“หมอไปเถอะ ไปทำงานเถอะ”
“อย่างนี้ต้องขออโหสิกรรมคะคุณลุงเราทำได้นะ” สิ่งเดียวที่คิดได้ขณะนั้น
“จะขอกับใครที่ไหนละหมอ...หายไปไหนกันหมดแล้วผมข่มขืนแล้วผมก็ไม่ได้สนใจอีก ยิ่งท่านด้วยแล้วไม่มีทางทำได้ ช่างมันเถอะ...หมอผมยอมรับกรรม ทุกข์ให้มันตายไปเลย”
“ใจเป็นใหญ่คะคุณลุง ใช้นึกเอา ส่วนท่านหนูจะหารูปให้ ดีไหมคะ”
“ครับจริงๆด้วย แต่กลัวป้าเห็น”
“รอคะลุงรอเวลาช่วงนี้สวดมนต์ก็ขออโหสิกรรมและแผ่เมตตาให้พวกเขานะคะ”
ผู้ป่วยรับปาก สีหน้าและแววตาดีขึ้น ถึงจะย้อนเวลาแก้ไขไม่ได้และผู้ป่วยก็ได้รับวิบากกรรมจากการกระทำของเขาอยู่แล้ว กายทุกข์หนัก แต่ใจทุกข์กว่า
และเวลาที่รอก็มาถึง ป้าไปธุระพยาบาลและผู้ป่วยช่วยกันทำพิธีขออโหสิกรรมมีดอกไม้ธูปเทียนและรูปภาพซึ่งหาได้จากปฏิทิน บรรยากาศของพิธีการดูศักดิ์สิทธิยิ่งนัก ผู้ป่วยพยายามลุกนั่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ลำบากมากเพราะท้องของเขาอืดโตจากโรคมะเร็งตับ ส่วนแขนขาเล็กลีบไม่มีแรง ประกอบกับรับประทานอาหารไม่ได้หลายวัน เขารวบรวมพลังทั้งหมด ยกรูป ดอกไม้ ธูปเทียนขึ้นเหนือหัว มือสั่นน้ำตาไหลคล้ายกับว่าใจจะขาด แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา ฉันรับรู้ได้ว่าเขาสำนึกผิดจริงๆ
ลุงก็เริ่มรับประทานอาหารได้และขอหมอเจ้าของไข้กลับบ้านแล้วเราก็ไม่เคยเจอกันอีกเลยส่วนฉันเล่า ฉันนึกขอบคุณตัวเองที่รู้สึกตัว ขอบคุณพระอาจารย์ที่สั่งสอนให้ฉันสามารถมีสติช่วยผู้ป่วยรายนี้ได้ เพราะถ้าไม่เคยฝึกสติคงโกรธเขามากหรือเขาก็ไม่ไว้ใจและเขาคงไม่ได้รับการคลี่คลายเรื่องค้างคาใจคงทุกข์ไปจนวันสุดท้ายของชีวิต
|
|
|
ผู้แสดงความคิดเห็น จิตใส วันที่ตอบ 2010-07-04 06:35:00
|
