เล่าเรื่องการใช้วินัยเชิงบวก
บันทึกนี้ขอเล่าเรื่องการใช้วืนัยเชิงบวกของวิทยากรกระบวนการ วันที่ 2 - 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

มีเด็กอยู่ชุดหนึ่ง 5 คน มาจากโรงเรียนเดียวกัน ประมาณว่า "สุดยอด" ละครับ ในการร่วมกิจกรรม ไม่สนใจใยดี ไม่ร่วมกิจกรรมที่วิทยากรให้ทำ คุณครูท่านหนึ่งทนไม่ได้ ยกมือให้วิทยากรจัดการ แต่วิทยากรก็ไม่ได้จัดการอะไร ผมเองก็๋นั่งมองดูเด็กกลุ่มนี้อยู่ และ ก็พอมองออกว่าวิทยากรจะจัดการอย่างไรกับเด็กกลุ่มนี้ เพราะได้พูดคุยกันมาแล้ว
วิืทยากรใช้วินัยเชิงบวก จัดการกับเด็กกลุ่มนี้ครับ ซึ่งวินัยเชิงบวกหลายคนบอกว่าใช้ไม่ได้ผลกับเด็กเกเร หรือ ได้ผลก็ต้องใช้เวลานาน แต่ืั้ที่ค่ายนี้ แค่ห้านาทีก็เ็ห็นผลครับ สักพักเด็กชุดนี้ก็เริ่มมีส่วนร่วมในกิจกรรม เริ่มพูด เริ่มแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง ตามที่วิทยากรต้องการ และ แทบไม่น่าเชื่อว่าต่อไปเด็กชุดนีั้ ทั้ง 5 คน ได้รับเลือกเป็นหัวหน้ากลุ่มถึง 4 คน ครับ และ ในการเลือกประธานรุ่น ก็มาจากเด็กชุดนี้ครับ

ยืนเสื้อสีเทา 3 คนที่เห็นนั่นแหละ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้ากลุ่ม
เรื่องที่ตื่นเต้นเล็กน้อย พอพักกลางวัน เด็กชุดนี้ทั้ง 5 คน หายไปเลยครับ ยังไม่ขึ้นมา ขณะที่คนอื่นขึ้นมากันหมดแล้ว วืทยากรก็เป็นกังวลว่าหายไปใหน ผมเองก็ใจไม่ดีไปด้วย วิทยากรให้นักเรียนไปตาม สักพัก ทั้ง 5 คนนี้ก็ขึ้นมา ยกหม้อ ยกถ้วยชาม ยกถังน้ำแข็ง เพื่อให้มาเบรกตอนบ่าย วิทยากรให้ปรบมือชมเชนเด็กชุดนี้ ผมเองก็เกิดปิติเล็กๆครับ กับเด็กชุดนี้ จากที่คิดว่าน่าจะมีปัญหา แต่กลับกลายเป็นว่าได้รับการพัฒนา
ผมถาม tacit knowledge จากวิทยากรว่าทำอย่างไรกับเด็กชุดนี้ วิทยากรเล่าให้ฟังว่า เด็กชุดนี้อยู่ในสายตาเขาตลอด เขาไม่ลงโทษหรือตำหนิ แต่ใช้ "มาตรการทางสังคม" ยกย่องคนทำดี คนที่ร่วมกิจกรรม คนที่กล้าพูด กล้าแสดงออก เด็กชุดนี้ทนไม่ได้ที่ตัวเองไม่ได้รับการยอมรับ จะต้องแสดงออกให้ได้รับการยอมรับ ผมเองก็สังเกตเห็นว่า ไม่เกินห้านาที เด็กชุดนี้อยู่ไ่ม่เป็นสุขครับ ร้อนรนรีบออกมาแสดงออกให้เพื่อนยอมรับ

เสื้อสีเทานั่นแหละครับ จากไม่ร่วมกิจกรรม เป็นผู้นำกิจกรรม
มีเด็กอีกคนหนึ่ง ไม่แสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่แสดงความคิดเห็นอะไร ได้แต่ตะโกนแซวคนอื่นตลอดเวลาที่คนอื่นพูด วิทยากรก็ไม่ว่าอะไร ทำเป็นไม่ได้ยิน พอแซวหนักเข้า เพื่อนก็แซวกลับมาว่า ตัวเองมีดีอะไร ดีแต่คอยว่าเขา เท่านั้นละครับ วิทยากรก็หันมาทางเด็กคนนี้ เข้าไปจับมือแล้วถามว่าเธอมีดีอะไร บอกกับเพื่อนหน่อย ถ้าคิดออกแล้วให้บีบมือแรงๆแล้วยืนขึ้นบอกเพื่อน สักพักก็ลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า "ผมจะตั้งใจเรียนครับ" หลังจากนั้น เด็กคนนี้ก็เลิกแซว และ ตั้งใจทำกิจกรรม
หลังจากจบกิจกรรมในวันที่สอง หลายคน บอกว่า จะไม่หนีเรียน ไม่โดดเรียน จะเลิกบุหรี่ จะเลิกเหล้า จะเลิกโกหกพ่อแม่ จะทำงานส่งครู
ผมประเมินกิจกรรมทั้งสองวัน ผมว่าสำเร็จเกินเป้าครับ เพราะวินัยเชิงบวก
ขณะที่คุณครูบางท่าน มองว่า
1. กิจกรรมนานไป น่าเบื่อ ขณะที่ผมไปถามเด็ก เด็กบอกว่าเขาไม่เบื่อครับ ชอบ สนุกดี ได้คิด ได้พูด ได้แสดงออก
2. ครูบางท่านทนไม่ได้ที่เด็กไม่เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งยังทำตัวมีปัญหา ทำไมวิทยากรไม่จัดการ วิทยากรเขามีวิธีการจัดการกับเด็กกลุ่มนี้ครับ เขาใช้วินัยเชิงบวกจัดการ คุณครูต้องใจเย็นนิดนึง อย่าด่วนสรุป
3. ผมถามคุณครูถึงการเป็นวิทยากรในการเข้าค่ายแบบนี้ คุณครูบอกว่าพวกเรามีวิทยากรที่เก่งลูกเสือหลายคน พวกนี้มาเป็นวิทยากรได้ เรื่องนี้ จริงๆแล้ว ไม่ใช่ครับ คนเก่งวิทยากรลูกเสือ อาจไม่เก่งเรื่องวินัยเชิงบวก ถ้าจะให้ดี ต้องเก่งวินัยเชิงบวกด้วยครับ
4. คุณครูท่านหนึ่งบอกว่าจะจัดค่ายแบบนี้ก็ได้ แต่จะเอานักเรียนที่เก่งกิจกรรมมาเป็นผู้นำเกม ผมก็บอกไปว่า เอาเด็กด้วยกันมาเป็นวิทยากร ผมเห็นมาหลายที่แล้ว แทบไม่เกิดการพัฒนาอะไรเลย ได้แต่สนุกสนานอย่างเดียว
5. ผมถามคุณครูว่าจะนำกิจกกรรมไปต่อยอดในโรงเรียนใหม หลายท่่านก็บอกว่าเป็นกิจกรรมที่ดี อยากเอาไปทำต่อที่โรงเรียน แต่ทำไม่ได้ เพราะผู้บริหารไม่ให้ทำ และ ผู้ร่วมงานไม่ให้ความร่วมมือ เรื่องนี้ ผมนึกในใจว่า จะทำก็ทำเลยครับ อย่าไปโทษผู้บริหาร อย่าไปโทษเพื่อนร่วมงาน
สำหรับผม ผมคงไม่หยุดแค่นี้ครับ มีอยู่สองเรื่องที่ผมคิดจะทำต่อ คือ
1. จัดทำค่ายลักษณะนี้ เพื่อสร้างทีมวิทยากรกระบวนการในจังหวัด
2. เด็ก 75 คน คงต้องหากิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้เขาทำครับ

อ.พิชชาครับ
รูปแบบกิจกรรม มีผลมากๆเลยครับ อีกทั้งน้ำเสียง และ กิริยาท่าทางของวิทยากร ก็มีผลมาก วิทยากรเรียกว่า "แรงจูงใจ" ครับ
ขอบคุณมากครับ
ชื่นชมกับแนวคิดดีครับ..
ขอบคุณมากครับ
ชอบเลยครับ ทให้คิดได้หลายเรื่องเลยครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชม
วินัยเชิงบวก เป็นกิจกรรมที่ดีมากค่ะ
เหมาะสมกับเด็กระดับมัธยมเท่านั้นหรือคะ
เด็กประถมจะเหมาะสมไหมคะ
วินัยเชิงบวก ใช้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งระดับ อนุบาล ประถม และ มัธยม ครับ
ที่ผมทำอยู่ ก็ทำทั้ง 3 ระดับครับ
ขอบคุณมากครับ