ขั้นทดลองใช้แบบ 1:1 จากนักเรียน 3 คน

  นักเรียนที่ผู้จัดทำได้ทดลองใช้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

1. ด.ญ. ทฤฒมน  สุรินทร์   โรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่                  

2. ด.ญ. นิตยา   นะกอ       โรงเรียนเทศบาลวัดเชียงยืน       

3. ด.ช. นิพิพล  ดวงมณี      โรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่        

 ค่าเกณฑ์ประสิทธิภาพของสื่อนวัตกรรมการศึกษา  (E1 / E2)

                การทดลองและพัฒนา  เป็นการตรวจสอบคุณภาพของชุดการสอนที่ใช้กันโดยทั่วไป  และเชื่อถือว่ามีมาตรฐานมี  3  ขั้นตอน  ดังนี้

การทดลองแบบ  1:1  เป็นการชุดการสอนที่สร้างขึ้นไปทดลองกับนักเรียน  3  คน  ที่มีความสามารถต่างกันคือ  เก่ง  ปานกลาง  และอ่อน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการใช้งานและความสอดคล้องเหมาะสมในด้านต่างๆ อย่างละเอียดจากการสังเกตพฤติกรรมการใช้งานของนักเรียน  และนำมาแก้ไขข้อบกพร่องที่พบให้สมบูรณ

การทดลองกลุ่มเล็ก  เป็นการนำบทเรียนที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้กับนักเรียนตั้งแต่  5 – 10 คน  ที่มีความสามารถต่างกันทั้ง  เก่ง  ปานกลาง  และอ่อน  เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของชุดการสอนที่สร้างหรือพัฒนาขึ้น  และนำผลมาแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง

 การทดลองกลุ่มใหญ่  เป็นการนำบทเรียนที่สร้างขึ้นไปทดลองกับนักเรียนตั้งแต่  30  คนขึ้นไป  เพื่อหาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของชุดการสอน  ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาดังนี้

 หาเกณฑ์ประสิทธิภาพของชุดการสอน  ซึ่งเกณฑ์ที่ยอมรับว่า  ชุดการสอนมีประสิทธิภาพนั่นคือ  ด้านความรู้  ความจำ  E1 / E2  จะต้องมีค่า  80 / 80  ขึ้นไป  ส่วนในด้านทักษะปฏิบัติ  E1 / E2  จะต้องมีค่า  70 / 70  ขึ้นไป  โดยที่ค่า  E1 / E2  ต้องไม่แตกต่างกันเกินกว่าร้อยละ  5

                                               

E1  =      ∑X

                  N      ×  100                    หรือ  E1  =   X  ×  100

                 A                                                           

E1                          คือ   ประสิทธิภาพของกระบวนการ

∑X                          คือ    ผลรวมของคะแนนนักเรียนที่ได้จากการวัดระหว่างเรียน

A                            คือ    คะแนนเต็มของแบบวัด

N                            คือ    จำนวนนักเรียน

 

E2  =      ∑Y N      ×  100                    หรือ  E2  =   Y  ×  100

               B                                                        B

E2                          คือ   ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ได้จากคะแนนเฉลี่ย

                                       ของการทำแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนทั้งหมด

∑Y                       คือ    คะแนนของผลลัพธ์หลังเรียน

B                           คือ    คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียน

N                           คือ     จำนวนนักเรียน

ประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้สอนนำไปทดลองใช้กับกลุ่มนักเรียนแบบ 1 : 1  จำนวน  3  คน  ได้คะแนน 

 ดังตาราง

 

นักเรียน

ก่อนเรียน
 
หลังเรียน
 
(10)
(10)
1
6
9
2
5
9
3
6
9
 X
6
9

 

วิธีทำ                 E1  =  6   *100                              E2  =  9   *100

                                    10                                                  10

                         E1  =  60                                   E2  =   90

 

เกณฑ์ประสิทธิภาพที่หาได้ในบทเรียนสำเร็จรูปในครั้งนี้ E1 / E2 = 60/ 90 ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน

 

การหาค่าดัชนีประผลของบทเรียน โดยการวิเคราะห์จากคะแนนเฉลี่ยที่ได้กับคะแนนเต็ม ทั้งก่อนเรียนละหลังเรียน ซึ่งเกณฑ์การยอมรับว่า บทเรียนนี้มีประสิทธิผลช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้จริง จะต้องมีค่า .50 ขึ้นไป

 

ค่าดัชนีประสิทธิผล  =  คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน  -  คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน

                                       คะแนนเต็มหลังเรียน  -  คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน

                                      =  9 – 6

                                         10 – 6

                                      =  0.75

 

การหาค่าดัชนีประผลของบทเรียนสำเร็จรูปนี้ ถือว่ามีประสิทธิผลช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้จริง

สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้จริง