การจัดการขยะมูลฝอย

รวบรวมจาก คู่มือช่วยชาติ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
โดย กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่สิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง
-------------------
ช่วย ชาติ
ลดขยะพลาสติกและโฟม
จะว่าไปแล้ว.....
ท่าทีของคนไทย ต่อปัญหาขยะพลาสติกและโฟม
ก็คงคล้ายๆกับ
การที่เราคนไทยรู้สึกสองจิต สองใจ
เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ว่าผีมีจริงหรือเปล่า

ทั้งๆที่ เรารู้สึก “ตะหงิดๆ” อยู่ในใจว่า
ขยะพลาสติกและโฟมเป็นปัญหาใหญ่
แต่ เราก็ไม่กล้าปักใจเชื่อว่า
ที่เรารู้สึกนั้น เราคิดไปเอง
หรือเป็น เรื่องจริงกันแน่

ข้อมูลหนังสือเล่มนี้จะยืนยันและฟันธงว่า
ปัญหา ขยะพลาสติกและโฟมล้น เมืองไทย
เป็น “เรื่องจริง” และเป็นปัญหาวิกฤติ
ที่ จะรังควานความเป็นอยู่ของเรา
หนักหน่วงขึ้นทุกที

แต่คนไทยทุกคน ก็สามารถรวมพลังกัน
เพื่อปราบปัญหาขยะพลาสติกและโฟม
ได้อย่างเด็ดขาด
----------------------
คาถา
2ล 2ย
ลด เลี่ยง แยก ยืนยัน
---------------------

สุโขทัย พ.ศ. 1760
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แม้ว่า คนไทยอาจเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่อง แต่ เราทุกคนเห็นตรงกันแน่ๆว่า กว่าแปดร้อยปีมาแล้ว ทั้งเมืองสุโขทัยและแทบทุกหนทุกแห่งทั่วทั้งแดนขวานทอง เคยสะอาดกว่าทุกวันนี้ เหตุเพราะคนไทยสมัยสุโขทัยยังไม่รู้จักพลาสติก ยังไม่เคยใช้กล่องโฟม

รัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2560
ใน น้ำมีแต่ถุงพลาสติก ในนามีแต่กลองโฟม แม้ว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ แต่ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมรู้แน่แล้วว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทั้งในกรุงเทพเมืองฟ้าอมรและแทบทุกหนทุกแห่งทั่วผืนแผ่นดินไทย จะเกลื่อนและเน่าเฟะไปด้วยขยะพลาสติกและโฟม เหตุเพราะ คนไทยสมัยนี้ ยังไม่ช่วยกัน ลดขยะพลาสติกและโฟม

ขยะจะล้นเมืองไทย หลอกกันเล่นรึเปล่า?
เมื่อปี 2545 คนไทยร่วมกันผลิตขยะมากถึง 14.3171 ล้านตัน ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลเท่ากับ 14,317,125,000 กก.(อ่านว่าหนึ่งหมื่นสี่พันสามร้อยสิบเจ็ดล้านหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพัน กิโลกรัม)
ในบรรดาขยะ14.317 ล้านตันนี้ เราจัดการได้แค่ 9.8 ล้านตัน มีขยะที่เป็นพลาสติกและโฟมมากถึง 2.3 ล้านตัน มากขนาดนี้ ถ้าสุมกองรวมกัน จะเป็นภูเขาใหญ่กว่าภูเขาทองหลายเท่า
ลองคิดดูง่ายๆก่อนปี 2545 เราก็ร่วมกันผลิตขยะมาตลอดไม่เคยหยุดยั้ง มีแต่จะเพิ่มขึ้น เพิ่มเร็วขึ้นและเพิ่มเร็วมากมากๆๆๆๆ

ปัญหาขยะ ล้นเมืองไทยจึงไม่ใช่เรื่องหลอกให้ตกใจเล่น มันน่าตกใจจริงๆ
นี่แค่ปี เดียว! ประเทศไทยสามารถจัดการขยะได้ไม่ถึง 70 % ของขยะทั้งหมด2
ในแต่ละ ปี เราผลิตขยะมากถึง 14.0 ล้านตัน
ในแต่ละปี เราจัดการขยะได้แค่ 9.8 ล้านตัน
ในแต่ละปี เราปล่อยขยะเรี่ยราดเมืองไทย 4.2 ล้านตัน
ในแต่ละ ปี เราผลิตขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.3 ล้านตัน3
ในแต่ละปี เราฝังกลบขยะพลาสติกและโฟมได้แค่ 1.8 ล้านตัน
ในแต่ละปี มีขยะพลาสติกและโฟม ที่เราจัดการไม่ได้มากถึง 1.2 ล้านตัน4
แค่ 10 ปี เราจะมีขยะที่จัดการไม่ได้ถึง 12.0 ล้านตัน
ใน 20 ปี เราจะมีขยะที่จัดการไม่ได้ถึง 24.0 ล้านตัน
อีก 30 ปี เราจะมีขยะที่จัดการไม่ได้ถึง 36.0 ล้านตัน
1 ข้อมูลจาก การสำรวจปริมาณขยะมูลฝอยประเภทพลาสติกและโฟมของกรมควบคุมมลพิษ 2545
2 ข้อมูลจาก ศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3 ข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช 2547
4 ข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช 2547


บ้านเรา เมืองเรา
ก็ยัง สะอาดดีอยู่นี่
เราไม่ค่อยรู้สึกรู้สา...............
ว่า ขยะกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ก็เพราะท้องถิ่นของไทย กำจัดขยะด้วยการขนขยะเอาไปรวมกันไว้ “ที่ไหนสักแห่ง”
และ “ที่ไหนสักแห่ง” ก็คือ หลุมขยะขนาดมหึมาที่อยู่ห่างจากกลางใจเมือง พ้นจากท้องถิ่นของตัวเข้าทำนองกวาดขยะ แค่พอพ้นหน้าบ้าน(แต่ต้องมีบ้านใครสักคนหรือหลายคนที่อยู่ใกล้หลุมขยะ ถ้าอยู่กรุงเทพฯลองแวะไป “ดม” แถวราชาเทวะ หรือ กำแพงแสน จะได้ความรู้รสความทรมานจากกลิ่นเหม็นของขยะ)
เราทุกคนต่างต้องใช้ทุก ตารางนิ้วในเมืองไทยไปทำประโยชน์เอาไว้ทำไร่นา สวน สร้างบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม สวนสาธารณะ ฯลฯ และที่สำคัญก็คือ เอาไว้เป็นป่าไม้ที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆ
ถึงแม้เมืองไทย ไม่ใช่เกาะเล็กๆขยับขยายไปไหนก็ไม่ได้ แต่เราก็ไม่สามารถใช้แผ่นดินไทยอย่าง
สุรุ่ย สุร่าย เอาไปทำหลุมขยะเพิ่มขึ้นแบบไม่ยั้งคิดได้อีกต่อไป

ข้อมูล หลุมขยะ
ประเทศไทยมีทั้งหมด 76 จังหวัด
แต่ละจังหวัดต้องใช้ ที่ดินทำหลุมขยะไม่น้อยกว่า 200 ไร่5
ที่ดิน 200 ไร่ ใช้ฝังกลบขยะได้แค่ 10 ปี
คิดรวมทั้งประเทศเป็นพื้นที่หลุมขยะกว่า 15,000 ไร่
5 ข้อมูลจาก ศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโครงการ “คนรุ่นใหม่กับการรีไซเคิล” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2545

อ้าวเผาขยะให้หมดๆไปไม่ ได้หรือ? ก็ได้……..
เราจะเผาขยะปีละกว่าสิบล้านตันก็ได้
แต่โลกนี้ไม่ มีอะไรฟรี
ถ้าเรายังร่วมกันผลิตขยะมากมายอย่างทุกวันนี้เราก็คงจำเป็น ต้องจำกัดขยะด้วยการเผา ซึ่งสร้างพิษร้ายให้สิ่งแวดล้อมมากขึ้น6 ต้องสร้างโรงเผาขยะ ใช้แรงคน และผลาญเชื้อเพลิงที่ขึ้นราคาพรวดๆ รวมๆแล้ว ก็เป็นเงินมหาศาล

คนที่จะต้องจ่าย ก็คือทุกคนที่เสียภาษี
คนที่จะ ต้องรับพิษภัย ก็คือทุกคนที่ต้องหายใจเอาควันพิษเข้าปอด เอาสารพิษเข้าร่างกาย
ลงท้าย...คนรับกรรมก็คือเราทุกคน
ข้อมูล เงินที่เสียไปกับขยะ
แค่ในเขต กทม. ก็มหาศาลขนาดนี้ ถ้าทั้งประเทศจะขนาดไหน
* ใน 1 วัน กทม. ต้องขน/ทำลายขยะ 9,400,000 กิโลกรัม
* ใน 1 ปี กทม. ต้องขน/ทำลายขยะ 3,431,000,000 กิโลกรัม
* กทม.ต้องใช้รถขนขยะกว่า 2,200 คัน
* กทม.ต้องใช้ พนักงานจัดการขยะ มากกว่า 10,000 คน
* กทม. ต้องใช้งบประมาณ สำหรับจัดการขยะปีละกว่า 2,000,000,000 บาท
เงินจำนวนนี้มาจากเงินภาษีที่เราจ่าย
6 สำนักรักษาความสะอาด สถานการณ์การจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลในกรุงเทพฯ 2548

จะ ยากอะไรกันแค่เผาขยะ?
ไม่ใช่ทุกอย่างที่อยู่ในกองขยะ จะเผาทำลายได้
ขยะที่เราทิ้งๆกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแบ่งได้เป็น ขยะเปียกกับขยะแห้ง
ขยะเปียกส่วนใหญ่ ประกอบด้วย เศษอาหาร เศษผัก ใบไม้ใบหญ้าที่ย่อยสลายได้ง่าย

แล้วเราจะเผาทำไม?
เพียง แค่เราแยกเอาขยะพวกนี้เอาไว้ต่างหากไม่ปนกับขยะอื่นเอาไป หมักทำปุ๋ย ทั้งประหยัด ทั้งได้ประโยชน์กว่าตั้งเยอะ ขยะแห้งมีสารพัดชนิด เช่น กระดาษ แก้ว เศษเหล็ก อลูมิเนียม ฯลฯ ส่วนใหญ่เผาไม่ได้ หรือเผาไปก็เปลืองไฟเปล่าๆ บางอย่างเผาแล้วเป็นอันตรายด้วย

ส่วนขยะพลาสติก โฟม โดยเฉพาะถุงพลาสติกและกล่องโฟมเผาได้แต่ต้องเผาที่อุณหภูมิสูงมาก สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก สร้างเขม่า ควัน สารก่อมะเร็งและความที่ขยะพวกนี้มีเยอะมหาศาล เผาอย่างไรก็ไม่ทัน หรือไม่อย่างนั้น ก็ต้องเอาเงินภาษีอากรมาสร้างโรงเผาขยะเพิ่มขึ้น มลพิษก็จะเพิ่มขึ้นอีกมาก

จะไหวหรือ? จะคุ้มหรือ? เมืองไทยยังร้อนไม่พออีกหรือ?

ใช้พลาสติกกับโฟม ก็สะดวกดีนี่ ไม่ดีตรงไหน?
ถึงแม้แผ่นดินไทย ไม่ใช่ฮิปโปหรือเสือโคร่งในสวนสัตว์ ที่แค่กินถุงพลาสติกเข้าไปแค่ใบเดียวก็ถึงตายได้
แต่การที่เราทุกคนกำลัง ใช้พลาสติกและโฟมกันอย่างไม่บันยะบันยัง ก็เหมือนกับเราทุกคน กำลังร่วมกันยัดเยียดขยะถุงพลาสติกและโฟมใส่แผ่นดินไทย จนพุงกางแทบระเบิด
ถ้า คนเรากินอาหารมากเกินไป ปล่อยให้กระเพาะย่อยสักเดี๋ยว ก็หายท้องอืด
แต่ แผ่นดินไทยถูกบังคับให้ “รับประทาน”ขยะถุงพลาสติกกับกล่องโฟมเข้าไปมากขนาดนี้
จะย่อยได้ไหม

ข้อมูล ขยะพลาสติกและโฟม7
ในขยะทั้งหมด 100 กิโลกรัม
มีขยะพลาสติก และโฟมหนัก 14-16 กิโลกรัม
แต่ในปริมาตรขยะทั้งหมด 100 ลูกบาศก์เมตร
มี ขยะพลาสติกและโฟม ปริมาตรใหญ่ถึง 20 ลูกบาศก์เมตร
ขยะพลาสติกและโฟมไม่ ย่อยสลายและฟูฟ่อง กินที่มากกว่าขยะอื่นถึง 3 เท่า
7 ข้อมูลจาก ศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4547

ถุง พลาสติกกับหม้อบ้างเชียง
อะไรอยู่นานกว่ากัน?
กล่องโฟมกับชามสังคโลก
อัน ไหนอยู่นานกว่ากัน?
ถึงนักวิทยาศาสตร์จะยังตกลงกันไม่ค่อยได้ว่าจะนานแค่ ไหน กว่าที่พลาสติกหรือโฟม จะย่อยสลายกลายเป็นธุลีดิน เหมือนต้นไม้ใบหญ้า สิงสาราสัตว์ รวมทั้งคนเราเมื่อตายแล้ว

บางคนว่าหลายสิบปี บางคนว่าเป็นร้อยปี บางคนว่าหลายร้อยปี บางคนถึงกับฟันธงว่ามันจะไม่ย่อยสลายเลย
แต่ที่นักวิทยาศาสตร์ทุกคน รวมทั้งคนธรรมดาอย่างเราๆ รู้อยู่แก่ใจ ก็คือ
เมื่อคนเราผลิตพลาสติกหรือ โฟมขึ้นมาแล้ว มันจะอยู่คู่โลกของเรา ไปอีกนานแสนนาน นานขนาดที่ พลาสติกและโฟมที่เราโยนทิ้งไประหว่างที่เรายังมีชีวิตอยู่จะยังคงอยู่ เป็นชิ้น เป็นอัน เป็นถุง เป็นกล่อง หลังจากเราตายไปแล้วบางทีอาจอยู่นานกว่าลูกหลาน เหลน โหลนของเรา หรือนานกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เสียอีก

สำหรับสองคำถามข้างบน ไม่ต้องตอบก็น่าจะได้คำตอบแล้ว
ทำไมมันถึงทน อย่างนั้น?
พลาสติกแก่ๆ หนังเหนียวกว่าคน
พลาสติก เป็นวัสดุที่คนเราสังเคราะห์ขึ้นโดยกระบวนการทางเคมี โฟมก็จัดเป็นพลาสติกพวกหนึ่งด้วย นักวิทยาศาสตร์เรียกพลาสติกทุกชนิดรวมๆ กันว่า “พอลิเมอร์สังเคราะห์”(synthetic polymer)

ถ้าเอากล้อง จุลทรรศน์แบบพิเศษกำลังขยายสูงๆส่องดูพลาสติก เราจะเห็นสายยาวเฟื้อยของโมเลกุลพลาสติก ที่เชื่อมต่อกันยาวกว่าโมเลกุลของสารอื่น ยาวกว่าเป็นพันเท่านี่เองที่ทำให้ พลาสติก แข็งแรง ไม่สลายตัวง่าย ทนสารเคมีอื่นๆ
พูดแบบเฮฮาอุปมาอุปไมย ได้ว่า เพราะเครื่องในดี พลาสติกแก่ๆ จึงหนังเหนียวกว่าคน

ขยะ ชนิดไหน? ใช้เวลาย่อยสลาย นานแค่ไหน?
ระยะเวลาที่ขยะแต่ละชนิด ย่อยสลายตามธรรมชาติ 9
ชนิดขยะ เวลา หน่วยเวลา
เศษกระดาษ 2-5 เดือน
เปลือก ส้ม 6 เดือน
ถ้วยกระดาษเคลือบไข 5 ปี
รองเท้าหนัง 25-40 ปี
กระป๋อ งอะลูมีเนียม 80-100 ปี
ถุงพลาสติก 450 ปี
โฟม ∞ แปลว่า ชั่วฟ้าดินสลาย กัลป์
9 ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2546

ทน ก็น่าจะดีสิ
ก็ดีหรอก ถ้าเรายังอยากเก็บมันไว้

แต่เรา มักลืมไปว่า ทุกครั้งที่เราซื้อ เราไม่ได้ซื้อแค่ของที่เราต้องการจริง ๆ ทันทีที่เราซื้ออาหารหรือเครื่องดื่ม โทรทัศน์ มือถือ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า ฯลฯ เราก็ซื้อ ถุง, ถ้วย, ห่อ หรือ กล่องพลาสติก หรือโฟมมาด้วยทันที (ต้นทุนถุงหรือกล่องพวกนี้ ร้านเขาบวกไว้แต่ไม่บอกเรา) ทันทีที่เราแกะห่อแกะกล่อง เราก็ผลิตขยะทันที

1. คำถาม เราร่วมก่อการร้าย โยนขยะพลาสติกและโฟมใส่เมืองไทย ปีละกี่ชิ้น?
คำตอบ คนไทยใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม 6-7 ชิ้น/วัน/ครอบครัว(3-4 คน)
ใน 1 ปี คนไทยทิ้งถุงพลาสติกและกล่องโฟมเฉลี่ยคนละ 639 ชิ้น10
2. คำถาม บ้านเราแต่ละคน มีที่เก็บพลาสติกหรือโฟม 639 ชิ้นรึเหล่า?
คำตอบ ถามอะไรน่ะ ไม่เข้าหู
10 สำรวจโดย ศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4547
ขยะ ประเภทอื่นมีมากมายก่ายกอง ทำไมเจาะจงโจมตีแต่
ถุงพลาสติกกับกล่องโฟม
คำ ตอบก็คือ ขยะพวกนี้หลายอย่างมีอันตราย หรือมีพิษ เช่นขยะจากรถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือขยะจากโรงงานอุสาหกรรม และโรงพยาบาล ต้องกำจัดด้วย เทคนิคพิเศษโดยคนที่มีความรู้เรื่องนี้หรือ ขยะพวกขวดพลาสติก เศษไม้ เศษเหล็ก เศษแก้ว ก็มีคนรับซื้อของเก่าที่เรียกกันว่า “ซาเล้ง” อาสาจัดการให้แล้ว

ถุงพาสติกกับกล่องโฟม อาจดูเหมือนเป็นขยะจิ๊บจ๊อยแต่ลองคิดดูว่าคนไทยมีอยู่มากกว่า 60 ล้านคน แค่สมมติว่าเราทุกคนทิ้งถุงพลาสติกวันละ 1 ถุง กับทิ้งกล่องโฟมวันละ 1 กล่อง
ใน 1 วัน เมืองไทยจะมีถุงพลาสติกกับกล่องโฟม เป็นขยะพอกพูนขึ้นถึง 120 ล้านชิ้น
ใน 1 เดือน เมืองไทยจะมีถุงพลาสติกกับกล่องโฟม เป็นขยะพอกพูนขึ้นถึง 3,600 ล้านชิ้น
ใน 1 ปี เมืองไทยจะมีถุงพลาสติกกับกล่องโฟม เป็นขยะพอกพูนขึ้นถึง 1,314,000 ล้านชิ้น
ใน 10 ปี เมืองไทยจะมีถุงพลาสติกกับกล่องโฟม เป็นขยะพอกพูนขึ้นถึง 13,140,000 ล้านชิ้น

ที่สำคัญก็คือในความเป็น จริง เราทิ้งขยะพวกนี้ มากกว่านั้นอีก สองสามเท่า!
“เออ รู้ แล้วน่ะว่าขยะเยอะ แล้วจะให้ทำยังไง?

ลด
เลี่ยง
แยก
ยืนยัน
2 ล 2 ย
ยอดคาถา
ช่วย เมืองไทย
ลดขยะพลาสติกและโฟม
2 ล คือ ลด กับ เลี่ยง
เราลดขยะ พลาสติกและโฟมได้เพราะเราใช้น้อยๆหรือไม้ใช้เลย
ล= เลี่ยง
เราเลี่ยง “ไม่เอา ไม่ใช้” ถุงพลาสติกและกล่องโฟมได้ เพราะเราใช้อย่างอื่นก็ได้

2 ย คือ แยก กับ ยืนยัน
เรา ต้องช่วยกัน “แยกขยะ” พลาสติกและโฟม เพื่อจะได้เอากลับมาใช้ใหม่เราต้องยืนยันว่าคนไทยต้องการ “มาตรการลดขยะ” พลาสติกและโฟม
เราต้องใช้คาถา 2ล2ย เพราะขยะพลาสติกและโฟมกำลังจะล้นเมืองไทยช้าไม่ได้แล้ว

ถึงเวลา ลุย! ลุย! ลด
คนไทย ทุกคนต้องรู้ตัวเสมอว่าคนไทยทุกคน มีหน้าที่ช่วยกันลดขยะ

เดี๋ยว นี้ ทุกครั้งที่ซื้ออะไร เราก็ได้ถุงพลาสติกหรือกล่องโฟมติดมือมาทุกครั้ง ยิ่งเราซื้อมาก เราก็ยิ่งมีส่วน สร้างขยะให้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว
ซื้อ น้อย ใช้น้อย ขยะก็น้อยเป็นธรรมดา วิธีคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่ “ในหลวงของเรา” ท่านสอนไว้ก็ช่วยเป็น “หลักใจ” ให้เราจัดการเรื่องขยะได้ด้วย
ตั้งใจกันให้มั่นว่าเมื่อเราซื้อของ เราจะไม่ยอมรับถุงพลาสติกหรือกล่องโฟม โดยไม่จำเป็น หรือถ้า
หลี่กเลี่ยง ไม่ได้ ใช้ถุงใบใหญ่ใบเดียวก็ยังดีกว่า
สติ ในการเลือกซื้อ เลือกใช้ และ เลือกไม่รับ เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยให้ทุกคนช่วยชาติ ลด

เลี่ยง
เวลา ไปไหนมาไหน
เราควรพกถุงผ้าหรือถุงกระดาษ หรือถุงพลาสติกที่แข็งแรง ใช้ได้หลายครั้งติดมือไปด้วย หรือให้ดีกว่านั้น ก็หิ้วกระเป๋าสวยๆสะพายเป้เท่ๆหรือย่ามไทยๆ ติดตัวไว้ตลอดเวลา เผื่ออยากซื้อของที่ไหนจะได้ เอาของ ใส่กระเป๋า ใส่เป้ ใส่ย่ามได้ทันใจ ไม่ต้องเปลืองถุงพลาสติก

ถ้าคนขายเขาจะให้ถุงพลาสติก เรามีสิทธิบอกว่า “ขอบคุณ แต่ไม่เอาดีกว่า” เพราะเรามีกระเป๋า
มีเป้ มีย่าม แทนแล้ว
ถ้าจะไปซื้ออาหารนอกบ้าน หิ้วหม้อ หิ้วปิ่นโต หรือพก กล่องพลาสติก ที่ล้างได้ เอามาใช้ใหม่ได้ หรือดีกว่านั้น ก็นั่งกินในร้านเสียเลยไม่ต้องหิ้วกลับบ้าน ไม่หนักมือ ไม่เมื่อย


แยก

“One man’s junk is another man’s treasure.”
คำคมนี้แปลว่า ขยะของคนหนึ่งอาจเป็นของมีค่าสำหรับ อีกคนหนึ่ง

ขยะพลาสติกและโฟมที่ อยู่รอบตัวเราส่วนใหญ่สามารถเอากลับไปหลอมเป็นเม็ดพลาสติก ใช้ผลิตเป็นของที่มีประโยชน์ได้อีก เรียกเป็นภาอังกฤษว่า รีไซเคิล(recycle)

ปัญหา ก็คือ เรามักปล่อยให้ขยะพลาสติกและโฟมปนกันมั่วกับขยะทุกประเภท ที่หนักหนาก็คือปนกับ เศษอาหาร ที่เน่าเปื่อย เหม็นฉึ่ง คนเก็บขยะหรือซาเล้ง จึงไม่ไยดี ก็มันเหม็นมันสกปรกน่ะใครจะอยากจับ โรงงานรีไซเคิลก็ยอมรับเข้าเครื่องหลอมไม่ได้ พลาสติกหรือโฟมเน่าๆ จะทำให้เครื่องจักรเสียไปด้วย
เพราะฉะนั้น ถ้ามีถุงพลาสติกหรือกล่องโฟมที่เราไม่ต้องการแล้ว พยายามอย่าให้สกปรก รวบรวมไว้เป็นที่เป็นทาง แยกประเภทไว้ด้วย พอรถซาเล้งขับผ่านหน้าบ้าน เรียกให้เขามาซื้อ หรือจะให้เขาฟรีๆก็ได้
เราจะช่วยให้โรงงานรีไซเคิลนำ เอาพลาสติกหรือโฟมกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อเราทุกคนช่วยกันคัดแยกขยะเท่านั้น

เดี๋ยวนี้มีถังแยกขยะ
สี เขียว ขยะย่อยสลายได้
สีส้ม/สีเทา ขยะอันตราย
สีเหลือง ขยะรีไซเคิล
สี น้ำเงิน/สีฟ้า ขยะย่อยสลายไม่ได้

ยืนยัน

คนไทยทุกคนมีหน้าที่ ที่จะยืนยันกับตัวเองว่าจะร่วมมือ ร่วมใจกัน ลดขยะพลาสติกและโฟม
และคน ไทย ทุกคน มีสิทธิที่จะยืนยันว่าเราไม่ต้องการอะไรและเราต้องการอะไร

1. ยืนยันให้เสียงดังฟังชัดกันแม่ค้าพ่อค้าและพนักงานขายว่า เราไม่ต้องการ ถุงพลาสติก และ กล่องโฟม เพราะเราพกถุงเป้ หรือ กระเป๋า มาใส่ของที่ซื้อ ถ้าเขาไม่ยอม ก็ให้เรียกหาผู้จัดการมาคุยกันให้รู้เรื่องไปเลย เพราะยิ่งเรายอมให้คนขายยัดเยียดถุงพลาสติก เละกล่องโฟม ใส่มือเราน้อยลงเท่าไรขยะก็ลดลงเท่านั้น

2. ยืนยันให้หนักแน่นเป็นเสียงเดียวกันกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. อบต. สมาชิกสภาเทศบาล และ สมาชิกสภากทม. โดยยืนยันง่ายๆด้วยการส่งไปรษณียบัตร จดหมาย หรือ อีเมล์ถึงคนเหล่านี้ว่า เราต้องการ ให้เขาจัดการเรื่องขยะพลาสติกและโฟม เราเต็มใจให้เขาออกกฎหมายที่จะช่วยควบคุมพวกเราไม่ให้ใช้ถุงพลาสติกกับกล่อง โฟมกันอย่างพร่ำเพรื่อ เราเป็นห่วง ว่าบ้านเราจะสกปรกโสโครก จนไม่มีใครอยากมา

ข้อมูลมาตรการขยะของไทยและต่างประเทศ
• เมืองไทยมีขยะพลาสติกมากกว่าประในเทศกลุ่มประชาคมยุโรป(EU)ถึง สองเท่า
• ประชาชนในยุโรปพร้อมใจกันสนับสนุนให้รัฐออกมาตรการควบคุมการใช้ถุงพลาสติก และกล่องโฟม
• ทันทีที่รัฐบาลไอร์แลนด์เริ่มเก็บภาษีถุงพลาสติกขยะพวกนี้ก็ลดลงถึงกว่า 90 %
• ห้างสรรพสินค้ากับซุปเปอร์มาเก็ตในเมืองไทย ไม่ยอมเลิกแจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า เพราะกลัวว่าลูกค้าจะไม่พอใจและกลัวว่าห้างอื่น จะดึงลูกค้าไปด้วยการแจกถุงฟรี
• ห้างสรรพสินค้า กับ ซุปเปอร์มาเก็ตในเมืองไทย จะยอมเลิกแจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า ก็ต่อเมืองรัฐบาลออกมาตรการควบคุมทุกห้างพร้อมๆกัน
• นักการเมืองก็รอ ฟังเสียงจากคนไทย ก่อนจะออกมาตรการนี้
• ถ้าอยากรู้ เมืองไทยควรมีมาตรการลดขยะพลาสติกและโฟมอะไรบ้าง ให้ดูในข้อมูลช่วยชาติ
ช่วย กันทั้งประเทศ ฝันไปรึเปล่า?

ไม่ได้ฝัน ถ้าตั้งใจช่วยกัน ทุกๆคน เรื่องใหญ่อย่างนี้ ทำแค่คนสองคน ไม่มีทางสำเร็จ ต่อให้เป็นร้อยเป็นพันคน ยังไม่สำเร็จเลย แต่ถ้าทั้งประเทศไทยช่วยกัน นั่นแหละจึงจะสำเร็จ
ถามตัว เองสิว่า ประเทศไทยหมายถึง อะไร (อันที่จริงต้องถามใหม่ว่า ประเทศไทยหมายถึงใคร) คำตอบก็คือ
“เราทุกคน”
อย่าไปหวังให้คนอื่น เริ่ม เริ่มจากตัวเองก่อน แล้วค่อยๆชวนคนในบ้าน เพื่อนฝูง ญาติโกโหติกา มาร่วมกัน ถ้าตัวเองเริ่มแล้ว ก็อย่าใจร้อน หวังเห็นผลเร็วๆ ปัญหาขยะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้เวลา
อย่าเพิ่งถอดใจ ทำความดี ไม่เคยง่าย แต่ทำความดี ด้วยการลดขยะ พลาสติกและโฟม ไม่ยากอย่างที่คิด

จาก
คู่มือ ข้อมูลช่วยชาติ ลดขยะ พลาสติกและโฟม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2549