
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 30 ธันวาคม 2552 22:58 น. |
เอเจนซี - เนเธอร์แลนด์จะเริ่มใช้เครื่องสแกนเนอร์ประสิทธิภาพสูงซึ่งสามารถตรวจจับภาพทั้งร่างกายเต็มรูปแบบสำหรับเที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯในทันที เพื่อปกป้องก่อการร้ายโจมตีตามหลังความพยายามระเบิดเครื่องบินที่ล้มเหลวในวันคริสต์มาส
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า อูมาร์ ฟารูค อับดุลมุตัลลับ หนุ่มไนจีเรียวัย 24 ปี ขึ้นสู่เครื่องบินของสายการบินนอร์ทเวสต์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 253 มุ่งสู่ดีทรอยต์ ณ สนามบินสคิปโพล ของอัมส์เตอร์ดัม โดยเขาซุกซ่อนวัตถุระเบิดแต่ล้มเหลวในความพยายามจุดชนวนบนเครื่องบินที่บรรทุกผู้โดยสาร 300 คน
รายงานข่าวเบื้องต้นในวันพุธ(30) รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่าแผนระเบิดเครื่องบินที่มุ่งหน้าสู่ดีทรอยต์ถูกวางอย่างมืออาชีพ แต่ปฏิบัติการโดยมือสมัครเล่น "ผมไม่ได้พูดเกินจริงที่จะบอกว่าโลกได้รอดพ้นหายนะครั้งร้ายแรงอย่างฉิวเฉียด" กุสจ์ เทอร์ ฮอร์สต์ รัฐมนตรีมหาดไทยแถลงต่อผู้สื่อข่าว
เทอร์ ฮอร์สต์ กล่าวต่อว่า อับดุลมุตัลลับ รวบรวมวัตถุระเบิด ในจำนวนนั้นรวมไปถึงสาร พีอีทีเอ็น จำนวน 80 กรัม ในห้องน้ำของเครื่องบินและมีแผนจุดระเบิดที่ประกอบด้วยสารเคมีในรูปของเหลวติดไฟได้ซึ่งบรรจุไว้ในหลอดฉีดยา โดยแผนการณ์ครั้งนี้ได้เตรียมการอย่างมืออาชีพและส่งมอบต่อ อับดุลมุตัล แต่เขาไม่ประณีตเพียงพอ
"ถ้าคุณต้องการระเบิดมัน คุณต้องทำอีกแบบไม่ใช่อย่างที่เขาทำ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงพูดถึงมือสมัครเล่น" เธอกล่าว
อับดุลมุตัลลับ เดินทางจากเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย ถึงอัมส์เตอร์ดัม ในวันศุกร์(25) โดยหลังจากหยุดพักระหว่างทางเกือบ 3 ชั่วโมง เขาสามารถหลุดรอดมาตรการตรวจสอบ ณ ประตูทางเข้า ในจำนวนนั้นรวมไปถึงเครื่องสแกนสัมภาระและอุปกรณ์ตรวจจับโลหะ

ทางการเนเธอร์แลนด์ระบุว่า อับดุลมุตัลลับ ถือพาสสปอร์ตของไนจีเรียอย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกับวีซาของสหรัฐฯ
สนามบินสคิปโพลของอัมส์เตอร์ดัม มีเครื่องสแกนที่สามารถเอ็กซเรย์อย่างละเอียด 15 เครื่อง แต่พวกเขาใช้อย่างจำกัดสืบเนื่องจากเสียงคัดค้านด้านความเป็นส่วนตัวที่เครื่องสแกนนี้จะโชว์เรือนร่างของผู้โดยสาร ขณะที่สหภาพยุโรปและสหรัฐฯเองก็ยังไม่ได้อนมุติให้ใช้เครื่องสแกนนี้อย่างเป็นกิจวัตร
ชุดสแกนเนอร์ชนิดนี้มีรูปร่างคล้ายคอกขนาดเล็กๆ ซึ่งจะอาศัยความถี่คลื่นวิทยุในการสแกนผ่านไปใต้เสื้อผ้าของผู้ที่กำลังอยู่หน้าเครื่องสแกน ไปปรากฏเป็นภาพสามมิติบนจอ โดยที่จะเห็นรูปร่างจริงของผู้ถูกสแกน และหากพบวัตถุที่ถูกซุกซ่อนในกระเป๋าหรือใต้เสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ผู้เฝ้าหน้าจอมอนิเตอร์ก็จะแจ้งยังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่อไป
แม้ว่าภาพจากสแกนเนอร์จะไม่ใช่ภาพเปลือย ทว่ากลุ่มผู้สนับสนุนเรื่องการปกป้องความเป็นส่วนตัวก็ไม่พอใจที่ภาพบนจอ ซึ่งแสดงให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าต่างๆ ของร่างกายตั้งแต่รูปร่างของทรวงอกไปจนถึงไขมันหน้าท้อง
ภายหลังจากที่มีการทดสอบสแกนเนอร์ดังกล่าวในสนามบินหลายแห่งของยุโรป ก็ได้มีการสั่งระงับใช้อุปกรณ์ดังกล่าวไป
สนามบินสคิปโฮล ได้เปิดทดลองใช้เครื่องแสกนนี้ 2 เครื่องในปฏิบัติการด้านความปลอดภัยนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ทางการเนเธอร์แลนด์กล่าวว่าที่เหลือจะถูกนำมาใช้โดยทันที โดยจะอัพเกรดเครื่องสแกนทุกเครื่องภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อสามารถใช้กับทุกเที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ