เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2552 ดิฉันได้เข้าโรงพยาบาลเพราะปวดท้องมากวันนั้นดิฉันคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่เพราะไปหาหมอแต่เช้าไม่ว่าหมอกี่คนก็หาโรคไม่พบ เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืนโชคดีของดิฉันที่มีหมอจากโรงพยาบาลมหิดลมาเข้าเวรและสุดท้ายก็ตรวจโรคพบดิฉันไส้ติ่งแตกต้องผ่าตัดด่วนเพราะว่าจะติดเชื่อในกระแสเลือด เช้าวันที่ 23 ธันวาคม เป็นวันสอบดิฉันไม่ได้ไปเพราะต้องนอนโรงพยาบาลแต่ได้โทรบอกเพื่อนให้ลาครูแล้วเวลาผ่านไปจนถึงบ่ายโมงหลังจากเพื่อนๆสอบเสร็จก็มาเยี่ยมพอดิฉันเห็นหน้าเพื่อนถึงกับน้ำตาไหล เพราะคิดว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วดิฉันดีใจมากที่เพื่อนมากัน10 กว่าคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในกลุ่มเพื่อนร่วมห้องและรวมไปถึงเพื่อนต่างห้องด้วย เพื่อนเป็นกำลังใจที่ดีสำหรับดิฉันมาก ความรู้สึกเจ็บปวดหายไปเวลาได้อยู่กับเพื่อน ดิฉันรู้แล้วว่าสำหรับคนป่วยนั้นไม่ต้องการยาที่ดีที่สุดแต่สิ่งที่ดีที่สุดคือกำลังใจ และหลังจากวันที่ 23 ธันวาคม ก็มีเพื่อนๆโทรมาคุยมาเยี่ยมรวมไปถึงครูที่ปรึกษาครู มานิตย์ ไวว่อง ครูบอกกับดิฉันว่าไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนหายป่วยแล้วค่อยว่ากันคำพูดของครู มานิตย์ ทำให้ดิฉันสบายใจขึ้นเพราะช่วงนั้นใกล้สอบปลายภาค
จากเรื่องข้างต้นนี้ทำให้ดิฉันเข้าใจถึงคำว่ามิตรภาพ ไม่ว่าเราจะอยู่ไหนจะทุกข์หรือสุขก็ยังมีเพื่อนคอยให้กำลังใจ ในช่วงชีวิตของคนแต่ละช่วงวัยล้วนมีเพื่อนทั้งนั้น และวันนี้ความประสบความสำเร็จอย่างหนึ่งของดิฉันคือมีเพื่อนที่ดีและอยากขอบคุณโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญแห่งนี้ที่ทำให้เราได้เจอกัน ขอบคุณทุกๆคนที่ให้กำลังใจเสมอมา
เพื่อนมีความหมายกับเราทุกเวลาไม่ว่าจะเป็นตอนที่ทุกข์สุขเหงา