การเรียนการสอนสาระศิลปะ(สาระดนตรี)

ใบความรู้ที่ 1

มารู้จักกับขลุ่ยเพียงออ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขลุ่ยไทย

 ขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้เป่าให้เกิดเสียง  จะเป็นเครื่องดนตรีที่คนไทยคิดทำขึ้นเองหรือได้รับอิทธิพลจากชาติอื่น  ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด ชาติอื่น ๆ  ก็มีเครื่องลักษณะเหมือนขลุ่ยของไทยเหมือนกัน  เช่นของอินเดีย  มุราลี  ใช้เป่าด้านข้าง  ของญี่ปุ่น  ซากุฮาชิ ซึ่งเป่าตรงเหมือนเป่าขลุ่ย  นอกจากนี้ จีนก็มีขลุ่ยเช่นเดียวกัน  คือ  ฮวยเต็ก  ซึ่งเป่าด้านข้างและ  โถ่งเซียว  ซึ่งเป่าตรงเหมือนขลุ่ยไทย  มีรูนิ้วค้ำและสามารถทำได้เจ็ดเสียงเหมือนกัน  โถ่งเซียวมีลักษณะ  เรียบง่ายกว่าขลุ่ยไทย  คือไม่มีดากการเป่าจะต้องผิวจึงจะเกิดเสียงดัง  ระยะห่างของแต่ละเสียงก็เท่ากับขลุ่ยไทย เสียงของขลุ่ยเกิดจากลมที่เป่าผ่านดากและปากนกแก้ว  ไม่ใช้ผิดเหมือนขลุ่ยของชาติอื่น  การทำให้เสียงเปลี่ยนทำโดย ปิด-เปิด รูต่าง ๆ  ที่อยู่บนเลาขลุ่ย  และใช้ลมบังคับประกอบกันไปขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีที่ไม่มีลิ้น  ทำจากไม้รวกปล้องยาวๆ  ด้านหน้าเจาะรูเรียงกัน  สำหรับปิดเปิดเพื่อเปลี่ยนเสียง  ตรงที่เป่าไม่มีลิ้นแต่มีดาก  ซึ่งทำด้วยไม้อุดเหลาเป็นท่อนกลมๆยาวประมาณ 2 นิ้ว  สอดลงไปอุดที่ปากของขลุ่ยแล้วบากด้านหนึ่งของดากเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆเราเรียกว่า  ปากนกแก้ว  เพื่อให้ลมส่วนหนึ่งผ่านเข้าออกทำให้เกิดเสียงขลุ่ยลมอีกส่วนจะวิ่งเข้าไปปลายขลุ่ยประกอบกับนิ้วที่ปิดเปิดบังคับเสียงเกิดเป็นเสียงสูงต่ำตามต้องการใต้ปากนกแก้วลงมาเจาะ 1 รู เรียกว่า รูนิ้วค้ำ  เวลาเป่าต้องใช้หัวแม่มือค้ำปิดเปิดที่รูนี้  บางเลาด้านขวาเจาะเป็นรูเยื่อ ปลายเลาขลุ่ยมีรู 4 รู  เจาะตรงกันข้ามแต่เหลื่อมกันเล็กน้อย  ใช้สำหรับร้อยเชือกแขวนเก็บหรือคล้องมือจึงเรียกว่ารูร้อยเชือก  รวมขลุ่ยเลาหนึ่งมี 14 รูด้วยกัน รูปร่างของขลุ่ยเมือพิจารณาแล้วจะเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่ง  จากหลักฐานที่พบขลุ่ยในหีบศพภรรยาเจ้าเมืองไทยที่ริมฝั่งแม่น้ำฮวงเหอ  ซึ่งมีหลักฐานจารึกศักราชไว้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันขลุ่ยมีราคาสูง  เนื่องจากไม้รวกชนิดที่ทำขลุ่ยมีน้อยลงและใช้เวลาทำมากจึงใช้วัตถุอื่นมาเจาะรูซึ่งรวดเร็วกว่า  เช่น  ท่อพลาสติก  ไม้เนื้อแข็ง  แต่คุณภาพเสียงไม่ดีเท่าขลุ่ยไม้ขลุ่ยที่มีเสียงไพเราะมากส่วนใหญ่จะเป็นขลุ่ยผิวไม้แห้งสนิท ขลุ่ยใช้เป่าในเครื่องสายไทย  วงมโหรี  วงปี่พาทย์ไม้นวม  วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์  เอกลักษณ์ที่สำคัญของขลุ่ยไทย  คือการทำลายบนเลาขลุ่ยให้เป็นลวดลายต่างๆ  ซึ่งการทำลายนั้นอาจมาจากใช้ความร้อนจากตะกั่วที่หลอมละลาย  หรือการลนไฟ เป็นต้น  เพื่อให้ขลุ่ยนั้นมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น  เช่น  ลายน้ำไหล  ลายหกขะเมน  ลายหิน  ลายกระจับ  ลายผ้าปูม ลายดอกจิก ขลุ่ยลายสอง เป็นต้น  แต่ถ้าผิวของไม้ไผ่ที่นำมาทำขลุ่ยสวยอยู่แล้วอาจไม่ต้องทำลวดลายก็ได้

ในเรื่องคุณภาพนั้น  ขลุ่ยที่ทำจากไม้ไผ่จะดีกว่าขลุ่ยที่ทำจากวัตถุอื่นเนื่องจากไม้ไผ่เป็นรูกระบอกโดยธรรมชาติมีผิวทั้งด้านนอก  ด้านในทำให้ลมเดินสะดวก  เมื่อถูกน้ำสามารถขยายตัวได้ สัมพันธ์กับดากทำให้ไม่แตกง่าย  อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ  ไม้ไผ่มีข้อ  โดยธรรมชาติ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไป  จะเห็นว่าส่วนปลายของขลุ่ยด้านที่ไม่ใช้เป่านั้นมีข้อติดอยู่ด้วย  แต่เจาะเป็นรูสำหรับปรับเสียงของนิ้วสุดท้ายให้ ได้ระดับ  ส่วนของข้อที่เหลือจะทำหน้าที่อุ้มลมและเสียง  ให้เสียงขลุ่ยมีความกังวานไพเราะมากขึ้น  ซึ่งถ้าเป็นขลุ่ยที่ทำจากวัสดุอื่น โดยการกลึง ผู้ทำอาจไม่คำนึงถึงข้อนี้อาจทำให้ขลุ่ยด้อยคุณภาพไปได้  อีกประการหนึ่งส่วนของข้อนี้จะช่วยป้องกันมิให้ขลุ่ยแตกเมื่อสภาพของไม้หรือ อากาศมีการเปลี่ยนแปลง