วันที่ ๑๔ มิ.ย. ๕๓ ผมมีความสุขมาก ที่ได้ไปร่วมประชุมสามัญมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ และ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนรุ่งอรุณ ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๓   ท่านประธานบอกว่าเป็นการประชุมที่แปลกมาก ที่บูรณาการการประชุม ๒ การประชุมเข้าด้วยกัน

          รร. รุ่งอรุณ เป็น รร. นอกกรอบ   คือมุ่งทำงานสร้างสรรค์ด้านปัญญา การเรียนรู้ หรือการศึกษา ให้แก่สังคม   กิจการนี้จึงค่อยๆ ดึงดูดให้ผมจัดเวลาเข้าไปร่วม

          งานพัฒนาแบบแหวกแนวเช่นนี้ผมชอบ

          ไปร่วมประชุมทีไร ผมก็เกิดความสุขใจทุกครั้ง   เพราะได้เรียนรู้ และได้ร่วมงานที่น่าจะก่อคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อสังคมไทย

          เช่นคราวนี้ มีเรื่องร่วมสร้างศูนย์การศึกษาพิเศษชุมชนปะกากะญอ บ้านสบลาน  อ. สะเมิง  จ. เชียงใหม่   ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนปะกากะญอมาก   เด็กปะกากะญอที่บ้านสบลานจะได้มีรูปแบบของการเรียนรู้ที่เหมาะต่อวิถีชีวิตของตน   ดีกว่าการเข้าเรียนในโรงเรียนของ สพฐ. ที่มีอยู่   โดยมูลนิธิรุ่งอรุณเข้าไปให่เงินอุดหนุนกว่า ๓.๗ ล้านบาทใน ๓ ปี  และ สพฐ. ก็ให้การสนับสนุนนิดหน่อย เพื่อทดลองโรงเรียนรูปแบบใหม่   เป็นประโยชน์ต่อชุมชนปะกากะญอ   และ รร. รุ่งอรุณก็ได้เรียนรู้จากกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้

          ผมได้เห็นสภาพ creative tension ที่เกิดจากความแตกต่างจาก รร. ทั่วไป และวงการศึกษาโดยทั่วไป   คือครูของ รร. รุ่งอรุณมีแนวโน้มจะกลับไปเอาเนื้อวิชาเป็นตัวตั้ง ผู้บริหารต้องระแวดระวังสังเกตและดำเนินการแก้ไขที่ตัวครู   และดำเนินการพัฒนาครู   ที่เป็นการพัฒนาตรงตามอาการย่อหย่อนของครู ในการทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ แก่นักเรียน   ผมได้ชี้ให้เห็นว่า สภาพเช่นนี้เป็นปกติธรรมดา   และที่ดำเนินการพัฒนาครูโดยมีเป้าหมายโดยตรงที่ผลต่อเด็กอย่างต่อเนื่อง เป็นการถูกต้องแล้ว   ได้แนะนำให้ทำให้งานครูกับการเรียนรู้เพื่อชีวิตการเป็นครูที่ดี เป็นสิ่งเดียวกัน โดยใช้เครื่องมือ KM, R2R และ Happy 8

          รร. รุ่งอรุณ เป็น รร. เล็กๆ มีนักเรียน ๑,๑๑๓ คน ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึง ม. ๖   มีครู  ๑๓๖ คน และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ๘๘ คน   เป็นโรงเรียนที่มีผลการทดสอบระด้บชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยเฉลี่ยสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับชาติ  สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของ รร. สังกัด สพฐ.  และของ รร. สังกัด กทม.   ทั้งระดับ ป. ๖  ม. ๓  และ ม. ๖   ในทุกกลุ่มสาระวิชา   และที่สูงโด่งมากคือภาษาอังกฤษ

          พระมหาพงศ์นรินทร์ ได้ปรารภว่า ปี ๒๕๕๔ จะเป็นปีครบ ๒๖๐๐ ปีของประสูติกาลของพระพุทธเจ้า  และ ๘๔ พรรษาของพระเจ้าอยู่หัว   เราควรฉลองด้วยการดำเนินการปฏิบัติธรรมะทั้งระดับบุคคล ระดับครอบครัว และระดับสังคม

          สถาบันอาศรมศิลป์ มารายงานว่า จะเปิดหลักสูตรปริญญาตรี   พัฒนาหลักสูตรอบรมระยะสั้น  และบูรณาการภารกิจหลักทั้ง ๓ คือ การเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการ

          ผมมองว่ากิจการของ รร. รุ่งอรุณ  มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ  สถาบันอาศรมศิลป์และหน่วยงานในสังกัดรวมตัวกันทั้งหมด ทำงานในลักษณะ Social Enterprise ทำธุรกิจเพื่อสังคม  ในลักษณะที่กำไรคือผลประโยชน์ของสังคมที่ได้จากการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการศึกษา    ไม่มีการนำผลกำไรไปแบ่งกันในหมู่ผู้เกี่ยวข้องเลย    ผมจึงมีความสุขมาก ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมขบวนการนี้

 

วิจารณ์ พานิช
๑๔ มิ.ย. ๕๓