อุเบกขาในการทำงาน
ผมเองเมื่อก่อน งานบางเรื่อง ผมชอบไป "ล้วงลูก" งานที่เจ้าหน้าที่เสนอขึ้นมาครับ เพราะดูว่าน่าจะดีกว่านี้
ช่วงหลังๆ นี่ ผมเริ่ม "ปล่อยวาง" เรื่องงานลงไปมากครับ ไม่ไปล้วงลูกเหมือนแต่ก่อน ถึงแม้ไม่เห็นด้วย
บางทีก็ต้อง "ทำใจปล่อยไป" ครับ เพราะงานบางงานที่เสนอมา อาจไม่ตรงกับใจเรา แต่บวกลบคูณหารดูแล้ว ไม่เสียหายอะไรมากมาย ผมก็ปล่อยไปครับ ไม่ไปท้วงติงขัดขวางอะไร
เรื่องของคนเป็นนาย ระหว่าง "ปล่อยไป" กับ "ล้วงลูก" บางทีมันก็ไม่มีสูตรสำเร็จนะครับ ว่าควรจะทำอย่างไร เพราะแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อจำกัด
ขอกล่าวถึงเรื่อง "ล้วงลูก" ก่อนครับ
ล้วงลูกงาน จะมีข้อดีตรงที่ เราสามารถพัฒนางานได้ตรงกับที่เราต้องการ แต่ข้อจำกัด คือ คนทำงานจะขาดการมีส่วนร่วม ขาดการพัฒนาตัวเอง ขาดขวัญกำลังใจ ที่สำคัญ คือ ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง
ส่วนเรื่อง "ปล่อยไป" ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ก็ตรงกันข้ามกับ "ล้วงลูก" ครับ นั่นคือ
การ "ปล่อยไป" ข้อดี คือ คนทำงานได้มีส่วนร่วม ได้พัฒนาคนทำงาน และ ได้สร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้กับคนทำงาน แต่ข้อจำกัด คือ เราจะไม่ได้งานตามที่เราต้องการ
ใหม่ๆที่สำนักงาน ผมลองล้วงลูกงานเอามาทำเองอยู่งานสองงาน มันก็พอไปได้ครับ แต่ขาดการมีส่วนร่วม และเจ้าหน้าที่ไม่ชอบ ระยะหลังๆ ผมเลยมอบให้เจ้าหน้าที่เขาตัดสินใจไปเลย ไม่ไปล้วงลูก เสนอมาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น เจ้าหน้าที่เขาก็รู้สึกดูดีครับ ที่เขาได้คิดงานเอง ได้ตัดสินใจเอง ทำให้มัความภาคภูมิใจในตนเอง
ส่วนเวลาที่ผมอยากจะขอมีส่วนร่วมในงานนั้นบ้าง โดยไม่เป็นการให้เขาคิดว่าเราเข้าไป "ล้วงลูก"อันนี่แหละครับ ที่ต้องใช้ "ศิลปะ" ในการล้วงลูกให้ออกมาแบบ "เนียนๆ" ก็มีวิธีการอยู่ครับ ไม่ยาก
มีผู้บริหารหลายคนครับ ที่ยังยึดติดอยู่กับงาน ไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ยอมมอบอำนาจ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมาจากข้าพเจ้าหมด ข้าพเจ้าคิด ข้าพเจ้าสั่ง แล้วคุณรับเอาไปทำ
ผมว่าอาจจะได้งาน แต่ไม่ได้คน ประมาณว่า
หวังผลงาน แต่ไม่ต้องการพัฒนาคน
เพราะกลัวว่าจะเกินหน้าเกินตาหรือเปล่าไม่ทราบ
เรียนท่านอาจารย์ small man
ดิฉันได้แนวคิดจากอาจารย์หลายเรื่องแล้วนะคะ เป็นบุญเป็นกุศลแท้ๆ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ![]()
สวัสดีค่ะท่านรองฯ..อิอิ..มาบอกว่า ล้วงลูกทำเอาต๊กกะใจโหม๊ด..แต่ท่านก็มีวิธีการที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการ สไตล์ท่านรองนะคะ..ดีๆๆค่ะ
ขอบคุณคุณrindaครับ ที่เข้ามาเยี่ยม