หลายปี...ของการขับเคลื่อน R2R บนพื้นที่บ้านที่ข้าพเจ้าเกิด และดำรงอยู่
เมื่อสองสามวันก่อนข้าพเจ้าถูกตั้งคำถามจากกองถ่ายสารคดี R2R ถึงความคิดความเชื่อของการทำ R2R และการขับเคลื่อนเครือข่าย ซึ่งไม่ได้ตั้งต้นมาจากบทบาทของผู้เป็นนายสั่งการให้ทำ...
ทำให้ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญในเจตนารมย์ของตนเองอีกครั้งต่อการก้าวย่างบนทางการงานเรื่องนี้ ข้าพเจ้ามีความเชื่ออย่างหนึ่งซึ่งไม่ถือว่าเป็นความงมงาย หากแต่เคยผ่านการสอบซ้ำจากการทำวิจัยสมัยที่เรียนที่จุฬาฯ ว่าหากการขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรใดนั้นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่นำไปสู่ความยั่งยืนนั้น ไม่น่าจะมาจากคนที่นั่งเป็นเจ้านาย หากแต่มาจากความมุ่งมั่นอันมีจุดร่วมกันของคนในหน่วยงานมากกว่า ... โดยที่เจ้านายเป็นเพียงผู้เอื้อสนับสนุนเท่านั้น หาใช่เป็นผู้สั่งการไม่
แต่...ความคุ้นชินของผู้คน...มักไม่เชื่อในเรื่องเช่นนี้ เพราะชีวิตไม่ถูกฝึกฝนหรือได้รับโอกาสของการได้คิดสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง เราถนัดต่อการถูกบอกให้ทำ สั่งให้ทำ จึงมักจะหวาดกลัวที่จะคิดทำสิ่งใดใด ... เพียงรอคอยเหมือนให้คนมาป้อนเหยื่ออาหารให้มากกว่าลุกเดินไปอาหารนั้นด้วยตนเอง
การก้าวย่างของการทำ R2R เป็นการก้าวเดินโดยคนหน้างานมารวมตัวกันอย่างชัดเจน จากนั้นจึงขอสนับสนุนจากผู้เป็นเจ้านาย .. หากยุคสมัยใดที่เจ้านายไม่เห็นด้วยเราก็ไม่ได้หยุดทำ เพียงแต่การก้าวย่างอาจขลุกขลักบ้าง... แต่หากยุคใดเจ้านายเปิดไฟเขียว ความรุ่งเรืองก็จะมี...แต่ที่แน่ๆ การก้าวย่างการทำ R2R ของที่นี่ไม่เคยหยุดที่จะทำ ... แม้ว่าหน้าตาของเจ้าจะเปลี่ยนผ่านไปหลายคนแล้วก็ตาม
เป็นสิ่งยืนยันความคิดความเชื่อของข้าพเจ้าได้ว่า หากเราสร้างแรงใจ แห่งความมุ่งมั่นด้วยตนเอง และมีเป้าหมายในตนเองชัดเจน ก้าวเดินไปบนหนทางที่ตนเองวางไว้...ไม่ว่าความผันแปรรอบด้านจะเป็นเช่นใด ความต่อเนื่องแห่งการงานก็ยังดำเนินไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง...
"เจ้านายเป็นเพียงผู้มาฝึกฝนทำหน้าที่การเป็นเจ้านาย ไม่นานก็ย้ายไป..."
เป็นคำบอกกล่าวของข้าพเจ้าต่อทีมถ่ายทำสารคดี แต่...ผู้คนที่ยังดำรงอยู่นั้นคือ คนหน้างานจำนวนมาก หากคนหน้างานคอยสั่นไหวไปตามการเปลี่ยนแปลง ก็จะเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างนั้นจนอาจทำให้หลงลืมจุดยืนและเป้าหมายในชีวิตของตนเองจนกลายเป็นชีวิตที่ล่องลอย และแขวนตนเองไว้กับลมหายใจของคนอื่น...
ดังนั้น...ในทัศนะของข้าพเจ้า...หากเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเกิดประโยชน์ต่อผู้คนจำนวนมาก การดำรงอยู่แห่งเป้าหมายความเชื่อนี้จะทำให้เราก้าวย่างไปได้อย่างมั่นคง และพร้อมที่จะปรับตัวได้หากว่ามีสภาวะอื่นมากระทบ แต่ก็ไม่สูญเสียหลักแห่งเป้าหมายเดิมของตนเอง

วันนี้อยู่ห้องสมุด สวรส.นะคะ มาตามเรื่องคะ ....OK คะ
นายในใจ สำคัญญญญญญญญ ๆๆ คะ นายนอกใจ นอกกาย สำคัญบางครั้ง ไม่ตลอดไป ยืนยันด้วยคนคะ
ดีใจจัง...ได้คุยกับพี่โต๋...
นายสำคัญ...ค่ะ...ฮา แม้นายนอกใจก็ให้อภัยนายค่ะ...ฮา(อีกครั้ง)
เห็นด้วยครับ
วันนี้ได้มีโอกาสเข้าแลกประสบการณ์การจัดตั้งเครือข่าย R2R
ก็ได้ให้ขอเสนอแนะว่า การรวมตัวกันของเครือข่ายที่จะทำให้เครือข่ายยั่งยืนได้อย่างแท้จริงน่าจะเกิดจากกลุ่มผู้ที่มีใจอยากจะเข้ามาทำงาน มากกว่าที่จะเกิดจากการสั่งลงมาจากผู้บริหารให้ส่งตัวแทนไปจัดตั้งเครือข่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้บริหาร ในทำนองกลับกันควรจะสร้างช่องทางสื่อสารกับผู้บริหารให้รับทราบและเข้าใจการทำงานของกลุ่ม