เป็นครั้งแรกที่ผมไปนครมานิลา ดังนั้นผมจึงตั้งใจสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ และขอบันทึกไว้ว่า สนามบิน Ninoy Aquino International Airport เล็กกว่าสุวรรณภูมิอย่างเทียบกันไม่ได้เลย และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ของสนามบิน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของคณะผู้จัดการประชุม ก็ทำงานแข็งขันสู้ของไทยไม่ได้ ความตรงต่อเวลาก็ย่อหย่อน แต่น้ำใจและมิตรภาพนั้นสุดยอด แบบไทยไม่มีผิด
ช้อปปิ้งมอล ก็สู้ของไทยไม่ได้ รวมทั้งอากาศในช่วงนี้ซึ่งเป็นหน้าร้อนแล้ง ก็ไม่สบายเลย
เช้าวันที่ ๒๘ พ.ค. ๕๓ เวลา ๕.๓๐ น. สว่างแล้ว ผมออกไปวิ่งบริเวณใกล้ๆ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ แกลเลอเรีย โดยออกจากโรงแรมเลี้ยวขวา วิ่งผ่าน Asia Development Bank ซึ่งบริเวณกว้างขวาง ปลูกต้นไม้แต่งสวนสวยงาม มีการรักษาความปลอดภัยแข็งแรง ฟุตบาทข้างถนนกว้างพอควรและสะอาด แต่ต้นไม้ริมถนนสวยงามสู้ของกรุงเทพไม่ได้ ขาดการดูแล ไม่ได้รดน้ำ ผมเข้าใจว่าเรามาพักอยู่ในย่านช้อปปิ้งใจกลางเมือง มีช้อปปิ้งมอลล์หลายแห่งอยู่ใกล้ๆ กัน ผมวิ่งไปเรื่อยๆ ทางเดียวกันหลง ถนนโค้งก็วิ่งไปทางนั้น จนในที่สุดไปเจออีกด้านหนึ่งของ ADB ใกล้ๆ กันมี MegaMall
เท่ากับผมวิ่งออกกำลังในย่านตึกสูงใจกลางเมืองมานิลา แต่บรรยากาศก็ไม่เหมือนวิ่งแถว เซ็นทรัล เวิร์ล ที่กรุงเทพเมื่อเดือนมกราคม และไม่เหมือนวิ่งบนฟุตบาทริมถนนในนิวยอร์ก คือบรรยากาศมันแห้งแล้ง และไม่ค่อยเป็นระเบียบ
อุณหภูมิตอนเช้าไม่ถึงกับร้อน แต่ก็ไม่เย็นสบายอย่างที่บ้านเราตอนนี้ หลังจากฝนตกมาหลายวัน ของเขาก็ครึ้มฝนแต่ยังไม่เห็นฝนตก
เช้าวันที่ ๒๙ ผมออกไปวิ่งไม่ให้ซ้ำทางเดิมกับเมื่อวาน แต่ก็วนเวียนอยู่บริเวณใกล้เคียงนั้นเอง ช่วงหนึ่งวิ่งข้ามถนนหน้าโรงแรมไปทางทิศตะวันออก ผ่านหน้าร้านเซเว่น อีเลเว่น ไปพบตลาดอาหารเช้าสำหรับคนจน ปิดถนนขายกันทีเดียว ผมได้เห็นร่องรอยของการจัดอำนวยความสะดวกแก่ชีวิตคนจน ที่ทำงานหนุนชีวิตคนชั้นกลางในเมืองใหญ่อย่างชัดเจน
เช้าวันที่ ๓๐ ออกไปวิ่งเช้ากว่าวันก่อนๆ ราวๆ ๑๐ นาที เป็นการวิ่งริมถนนอย่างเดิม วนเวียนอยู่ในบริเวณเดิม แต่ต่างทิศทาง เพื่อซึมซับบรรยากาศของเมือง วันนี้บริเวณที่เมื่อวานปิดถนนขายอาหารเป็นถนนตามปกติ ไม่มีเค้าบรรยากาศเมื่อวานอยู่เลย พื้นที่บริเวณนี้เรียกว่า Ortega Center มีกลุ่มบริษัทของครอบครัว Ortega ที่ทำธุรกิจต่อเนื่องมาเกือบร้อยปี สะท้อนภาพของประเทศฟิลิปปินส์ ที่ผมเคยได้ยินว่า ความมั่งคั่งกระจุกอยู่กับครอบครัวเศรษฐีไม่กี่ครอบครัว และจะเห็นว่า อำนาจทางการเมืองก็มีการสืบเนื่องในครอบครัวอาคิโน สะท้อนภาพสังคมอุปถัมภ์หรือไม่ก็ไม่ทราบ
ถนนบริเวณนี้หลายบริเวณมี “หลังคา” เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นถนนมุงหลังคา ทำด้วยตาข่ายคล้ายๆ กับที่เราใช้คลุมเรือนกล้วยไม้ ไม่ทราบว่าเพื่ออะไร ถ้าไม่ออกไปวิ่งก็คงจะไม่สังเกตเห็น เมื่อเห็นตอนแรกก็ไม่สะดุดใจ แต่วันนี้สังเกตว่ามีถนนหลายสายและหลายช่วงที่มุงหลังคา โดยมีเสาเป็นโครงเหล็กถาวร
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เห็นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งเดินมาตามถนน ลักษณะคล้ายจะออกไปเที่ยวพักผ่อนกัน เห็นคนเหล่านี้แล้วนึกถึงบรรยากาศหรือวิธีคิดของคนฟิลิปปินส์ ที่เรียนเพื่อจะออกไปทำงานในประเทศอื่น คล้ายๆ มีสินค้าออกอย่างหนึ่งคือคน ที่มีทั้งแรงงานระดับวิชาชีพเช่นหมอ พยาบาล และแรงงานระดับไม่มีฝีมือ เช่นแม่บ้าน พี้เลี้ยงเด็ก เรื่องแรงงานข้ามชาติจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้บริหารที่มหาวิทยาลัย Ateneo บอกว่า คนฟิลิปปินส์เรียนหมอและพยาบาลเพื่อออกไปทำงานต่างประเทศ โรงเรียนแพทย์/พยาบาลจึงจัดหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน ฟังแล้วรู้สึกดีใจแทนสังคมไทย ที่นักเรียนแพทย์ไทยเรียนเพื่อทำงานในประเทศของตนเอง
มีคนเล่าว่าพยาบาลเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ จึงมีหมอบางคนที่หางานหมอไม่ได้ กลับไปเรียนพยาบาล เพื่อจะได้มีอาชีพในต่างประเทศได้ และแม้ในประเทศไทย เวลานี้ก็มีบัณฑิตที่จบแล้วหางานไม่ได้ หันไปเรียนพยาบาล เพราะเป็นอาชีพที่ตลาดต้องการ
ที่จริงอยู่ในมานิลา หากไม่ดูตัวหนังสือ และไม่ได้ยินเสียงพูด เราจะรู้สึกเหมือนๆ อยู่ในกรุงเทพ เพราะต้นไม้ก็เหมือนกัน คนก็หน้าตาเหมือนกัน ส่วนตึกสูงนั้น ที่ไหนๆ ในโลกก็เหมือนๆ กัน และผมสังเกตความเหมือนอีกอย่างหนึ่งคือเขาขุดถนนบ่อยเหมือนกัน ถนนซอยที่ผมวิ่งผ่านเมื่อวานปกติดี วันนี้มีการขุดเสียแล้ว สังเกตผิวถนนมีรอยปะมากมาย แสดงว่าเขาขยันขุดถนนเหมือนบ้านเรา
เช้านี้ดูทีวี BBC World กล่าวถึงเด็กๆ ในอัฟกานิสถาน ทำให้ผมนึกว่าต้นเหตุของชีวิตที่ยากลำบากของเด็กๆ เหล่านี้อยู่ที่ผลประโยชน์ของมหาอำนาจ ที่ผลัดกันเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เมื่อวานซืน ดร. กฤษณา ไกรสินธุ์ บอกผมว่า อัฟริกาเป็นดินแดนที่ร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติ คล้ายมีสินทรัพย์ทำให้มีกรรม ชักศึกเช้าบ้าน จึงเกิดการสู้รบไม่หยุดหย่อน เพราะมหาอำนาจต้องการเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้น
เช้าวันที่ ๓๑ ผมตั้งใจออกไปวิ่งสายคือเกือบ ๗ น. เพื่อดูชีวิตผู้คนและยวดยานไปในตัว แปลกใจที่ยวดยานไม่แน่นอย่างที่คิด ชะโงกดูที่หน้าต่างโรงแรมเวลา ๙ น. รถบนถนนก็ไม่มาก ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันจันทร์
เช้านี้ได้สังเกตเห็นต้น – ที่หน้าสำนักงาน BDO ต้นใหญ่มากอย่างไม่เคยคิดว่าจะโตได้ขนาดนี้ จึงถ่ายรูปมาฝาก เดินทางคราวนี้ผมหยิบกล้องถ่ายรูปใส่กระเป๋าผิดใบ จึงเป็นการเดินทางที่ไม่มีกล้องถ่ายรูป ต้องใช้ iPhone เป็นกล้องยามยาก รูปจึงไม่สวยนัก สู้ถ่ายด้วยกล้องถ่ายรูปจริงๆ ไม่ได้เลย
สรุปว่าการวิ่งออกกำลังในมานิลาเป็นการวิ่งริมถนนท่ามกลางป่าคอนกรีต ไม่สนุก บรรยากาศไม่สดชื่น แต่ก็ได้รู้จักเมืองนี้ส่วนหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๓๑ พ.ค. ๕๓
|
ลู่วิ่งริมถนนในใจกลางเมืองมานิลา
|
|
ปิดถนนขายอาหารเช้าวันเสาร์
|
|
ซ้ายมือคือ ADB
|
|
ต้น-และต้นปรงแสนสวยที่หน้า DBO
|
|
โคนต้น-ที่ใหญ่โตมโหฬาร
|
|
ถ่ายจากห้องพักในโรงแรม เห็นถนนมุงหลังคาเป็นระยะๆ
|
|
อีกมุมหนึ่งจากห้องพัก
|
|
ลู่วิ่งของผมบริเวณหน้า ADB |







