ไปต่อ......อยู่ต่อ
เวรบ่ายวันอาทิตย์....ER วันนี้ก็ยังคงคึกคัก คับคั่ง เหมือนบ่ายของทุกวันที่ผ่านมา คงมีผู้รับบริการ..ผู้ป่วยหลายหลากประเภทแวะเวียนเข้า-ออก ตลอดเวร โรงพยาบาลของเราขยายใหญ่ขึ้น มีข้าวของ วัสดุอุปกรณ์ครบครัน พร้อมใช้ทั้งเจ้าหน้าที่และอัตรากำลังก็มีอย่างพอเพียง ...ดูเหมือนผู้ใช้บริการจะขยายขนาดและจำนวนตามไปด้วยเช่นกัน
ห้องเบอร์11หรือห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินซึ่งมีขนาดกว้างxยาว ประมาณ5x7 เมตร แลดูคับแคบลงทุกวัน เรามีเตียงตรวจที่สามารถบรรจุได้เพียง 3 เตียง ผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตฉุกเฉินที่ได้แก้ไขจนอาการจนคงที่แล้ว จำเป็นต้องย้ายออกมาสังเกตอาการหน้าห้อง หรือหน้าห้องเอ็กซเรย์บ้าง ...นอกห้องค่อนข้างไม่เป็นส่วนตัวและร้อน เคยมีผู้ป่วยไม่ต้องการนอนนอกห้องเนื่องจากเหตุผลดังกล่าว ซึ่งเราเข้าใจความรู้สึกนั้น...และได้อธิบาย...ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยอมรับได้ เราก็หวัง....ว่าวันหนึ่งERจะได้ขยายกว้างขวางขึ้น ไม่ต้องย้ายผู้ป่วยเที่ยวเข้า-ออกบ่อยๆ สะดวกสบายมากขึ้น สามารถสังเกตอาการในห้องได้นานๆ และ วันนี้ERได้รับการขยาย ต่อเติมแล้ว(ดีใจจัง)
วันนี้....ODกลุ่มแรกเดินทางกลับจากเกาะช้าง...เป็นยังงัยบ้างน้อ? อาทิตย์หน้าเราจะได้ไปต่อ
ด้านนอกห้อง โทรทัศน์OPDยังเปิดการถ่ายทอดสด The Star ค้นฟ้าคว้าดาว 6 รอบนี้ เหลือ 4 คน รอรับการโหวต ใครจะได้...ไปต่อ(บางคนลุ้นโตโน่...แทบลืมหายใจ)
อีกครึ่งชั่วโมงได้ลงเวรแล้ว...เสียงรถผู้ป่วยมาจอด เรา กับ เวรเปลออกไปรับ ให้ผู้ป่วยนอนเปลนอน เป็นผู้ป่วยชาย อายุ30เศษมีอาการเหนื่อยหายใจหอบเสียงดังฮึดฮาดตลอดเวลา นอนราบไม่ได้เราจึดปรับเปลนอนแล้วให้นอนศรีษะสูง ผู้ป่วยมีประวัติเป็นเบาหวานรับยาจากสถานนีอนามัย ทุกวันทำงานตัดอ้อย 2วันก่อนมีอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย ใจสั่น วิงเวียนศีรษะและหน้ามืด วันนี้เริ่มหายใจหอบ เหนื่อยมากจึงมาโรงพยาบาล เราได้ประเมินอาการพบว่า v/s T 36 c,P 125/m,R 28/m,BP 115/61mmHg ,O2 99%,
dtx 121mg%,lung clear เราได้ให้O2 canular 5 l/m,
EKG ใช้Over bed ให้ผู้จับฟุบ เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วย และบอกแนวทางการดูแลผู้ป่วยแก่ผู้ป่วยและญาติในเบื้องต้น พร้อมรายงานแพทย์ แพทย์เวรมาตรวจ ประเมินการให้ยา PP(10)1 tab รับประทาน และส่ง film chest PA หลังจากเอกซเรย์ พบว่าผู้ป่วยBP drop เป็น76/50mmHg ,P136/m,R 36/m,O2 98% ให้0.9% nss 1000ml v loading200 cc
“เหนื่อยมากมั้ย? ไหวมั้ยคะ”เราถาม ผู้ป่วยไม่พูดแต่พยักหน้ารับว่า...ไหว
ผลfilmปกติ หอบจากอะไร
แพทย์จึงสั่งตรวจlabCBC,BUN,Cr,Electrolyte ระหว่างรอlab ได้แจ้งแนวทางการดูแลแก่ผู้ป่วยและญาติเป็นระยะๆ
30 นาทีผลตรวจออก K 6.9 รีบแก้K ด่วน คุณหมอสั่ง(BUN 126,Cr 17)
ถึง...ผู้ป่วยบอกว่าใหว แต่ร่างกาย...ไม่อาจพูดปด แม้จะเข็มแข็งอดทนมากแค่ใหน เมื่อความสมดุลย์ของร่างกายผิดปกติไปอย่างมาก ผู้ป่วยเริ่มมีการเกร็งตาค้างและไม่รู้สึกตัวเหงื่อออกตัวเย็น ผู้ป่วยArrest
ญาติซึ่งนั่งเฝ้ามองผู้ป่วยอยู่หน้าห้องเห็นดังนั้น วิ่งเข้ามาในห้องร้องเรียกตกใจให้ช่วยผู้ป่วย(ขณะนั้นผู้ป่วยนอนสังเกตอาการอยู่ในห้องER ฮยู่แล้ว) แพทย์ได้บอกอาการและการแก้ไขภาวะฉุกเฉินแก่ญาติอย่างเข้าใจและแนะนำให้นั่งรอหน้าห้อง หากมีอะไรที่ต้องแจ้งญาติจะออกไปแจ้งเป็นระยะ ระหว่างนั้น ทีมงานเราตั้งสติอย่างรวดเร็ว CPR ช่วยแพทย์ใส่tube,suction,monitor EKG,ให้adrenalin 1 amp v ตามมาตรฐานการช่วยฟื้นคืนชีพ แก้ไขภาวะK สูงด้วย10%calcium gluconate 10ml v,7.5%NaHCo3 50 ml v,50% glucose 50 ml v ,RI 10 u v ,kalemac 50 gm+ nss 100 ml plus rectum ขั้นตอนทุกอย่างเราปฏิบัติด้วยความราดเร็ว ถูดต้อง และนุ่มนวลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย 5 นาทีผ่านไป เริ่มมีชีพจร 100/m ,BP 120/70mmHg และเริ่มรู้ตัว เตรียมRefer แจ้งญาติ,เตรียมเอกสาร ประสานรพศ. ตามเวรRefer,ตามรถ ในระหว่างนั้นทีมงานของเรา retained “s cath ,บีบambu ประเมินอาการเป็นระยะ ผู้ป่วยarrest อีกครั้ง CPR ครั้งที่2 2 นาทีผ่านไป v/s P112/m,BP139/83mmHg,O2100% ผู้ป่วยของเราเริ่มอาการคงที่สามารถส่งต่อ......ไปต่อได้
เครียดคะ...ถึงแม้เราจะเป็นพยาบาลประจำห้องฉุกเฉินต้องพบเจอกับภาวะและเหตุการณ์แบบนี้บ่อย (ซึ่งใครๆก็ไม่อยากให้เกิด) ยังสร้างความหวั่นใหวให้เราทุกครั้ง เราเครียดอะไร...เรากลัว
เรากลัวอะไร....เรากลัวเค้า(ผู้ป่วยของเรา)ตาย
…ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยของเราจะตายไม่ได้ หากเกินกว่าวิสัยที่จะแก้ไข ช่วยเหลือได้ด้วยภาวะการเจ็บป่วยนั้นๆ อย่างสมเหตุสมผล
....ในบางครั้งเราหวังลึกๆ เราได้ดูแล และทำอย่างดีที่สุดแล้วผู้ป่วยของเราต้องรอดและปลอดภัยจากภาวะคุกคามที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต สามารถมีชีวิตอยู่ต่อ..ไป(ทุกราย) อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี(เรายังอยากให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า โชคดีที่สุดทีมาเจอพยาบาลอย่างเรา )
.....ห้องเบอร์11 ยังคงพร้อมบริการตลอด 24 ชม.และพร้อมอยู่ต่อ..เพื่อคุณตลอดไป
ปล.ญาติขอนำผู้ป่วยกลับบ้านและเสียชีวิตวันถัดไปหลัง ส่งต่อ
ส่วนโตโน่ไม่ได้...ไปต่อ
ศิริพร (ER)
พยาบาล ER ต้องเจอภาวะเครียดบ่อยๆ
เอาใจช่วยนะคะน้องติ๋ม
สวัสดค่ะคุณติ๋ม
น่าเห็นใจมากค่ะ การทำหน้าที่ให้ห้องฉุกเฉิน มีสภาวะที่บีบคั้นจิตใจมาก แม้ว่าเราจะเห็นเป็นชา แต่ในสามัญสำนึก ความรู้สึกของเรานั้น มาห้ามกันไม่ได้ที่เราจะรู้สึกแค่ รู้สึกแย่ หากคนไข้จะต้องจากไป....
เพื่อนเป็นพยายาลหลายคน เค้าก็เจอสภาวะเครียบดแบบนี้ ตอนนี้พวกเราหาทางออกโดยการใช้ธรรมะเป็นตัวช่วยค่ะ เพื่อนๆ บอกว่า ช่วยได้เยอะ ปล่อยวางได้มากค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวที่แบ่งปันค่ะ
คุณติ๋มสบายดีมั้ยคะ
** โตโน ไม่ได้ไปต่อ แต่ก็ได้เป็นนักร้อง นักแสดง ความฝันของโตโน่ที่จะทำทุกอย่างให้แม่กับน้องสบายคงเป็นจริงค่ะ
ชื่นชมเด็กคนนี้ค่ะ ที่เค้ามีความกตัญญู มุ่งมั่น... เยี่ยมจริงๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ
เป็นกำลังใจให้พยาบาลER นะคะ