เมื่อใดที่ มีข่าวภัยแล้ง และรัฐบาลกำลังประชุมจะอนุมัติงบแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ก็จะเกิดเหตุเหลือเชื่อไปเกือบทุกครั้ง คือ มีฝนกระหน่ำ ลูกเห็บตก ทำลายบ้านเรือนประชาชน น้ำป่าไหลหลาก พายุฝนเกิดขึ้นเป็นบางแห่ง (ย้อนประวัติศาสตร์ชาติไทยเราดู)งบแก้แล้งต้องกลับไปเป็นงบแก้ร้อนคือน้ำท่วมแทนช่วยเหลือซ่อมบ้านเรือนแทน
เราจะพบเสมอว่ายามใดที่ฝนตกลงมาน้ำจะไหลท่วมพื้นที่ต่าง ๆ จำนวนมากและมิได้นำไปใช้ประโยชน์ปล่อยให้ไหลทิ้งลงทะเลไป การซึมลงดินลงได้น้อย เพราะเหตุผลของการทำลายสภาพเดิมของพื้นดินที่ร่วนซุย ที่มีช่องแทรกซึมลงของน้ำ มีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ที่คอยช่วยสะกัดความเร็วและแรงของกระแสน้ำ และที่มีขนาดที่แตกต่างกัน ระบบรากที่ลึกต่างกัน การดูดน้ำไปใช้ในระดับที่ต่างกัน เมื่อการเกษตรกรรมสมัยใหม่โดยการนำเครื่องจักรมาใช้ การทำลายภูมินิเวศน์ของระบบที่ธรรมชาติที่มีมาคือความสูงต่ำของพื้นที่ ไม่เท่ากัน ความลาดชัน มีหลุม บ่อ กุด อ่างเก็บน้ำ ลำราง คลอง โคก ที่คอยช่วยชะลอการไหลของน้ำผิวดิน ทำให้น้ำซึมลงใต้ดินได้อย่างรวดเร็วในอดีต ทำให้มีระดับน้ำใต้ดินสูง(ไม่ลึก) คือ ขุดบ่อลงไป 2-3 เมตรน้ำก็ออกมาให้ใช้ หรือบางแห่งที่ต่ำ ๆ รอบ ๆ เนินหรือที่ต่างระดับความสูง ก็จะมีน้ำไหลออกมาเองเป็นตาน้ำที่เรียกว่า น้ำซับ คือ มีน้ำซึมออกมาอยู่ตลอดปี ปัจุบันมักไม่พบเห็นแล้ว (ต้องอายุ40 ปีขึ้นไปจึงจะรู้จักและนอกเขตกรุงเทพด้วย)
ปัจจุบันระบบการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ปลูกพืชเหมือนกันหลายหมื่นหลายแสนไร่ และปรับพื้นที่ให้เสมอกันเพื่อสะดวกต่อการทำงาน โดยใช้รถไถประเภทต่าง ๆทำให้ดินนั้นตายไป(หน้าดินแข็ง) น้ำไหลซึมลงไม่ได้ ระดับน้ำใต้ดินลดลง ต้นไม้เริ่มไม่เติบโตอย่างที่ควรเป็นเพราะขาดน้ำทางราก
ในแต่ละปีจะมีปริมาณน้ำฝนที่ทิ้งไปประมาณ 80%แล้วเราจะมาช่วยกันเก็บและกักไว้ใช้ให้ตลอดปีได้อย่างไร ไม่ยากถ้าพร้อมใจ พร้อมกาย เงินไม่มาก โดยการนำน้ำกักเก็บไว้ใต้ดิน(บาดาล)โดยวิธีธรรมชาติของระบบแรงดึงดูดของโลก เห็นของจริงจึงกล้านำเสนอ เรื่องนี้ทำกันมานานแล้วกว่า 15 ปี มีตัอย่างของชาวสวนทุเรียน เมืองจันทบุรี ถ้าช่วยกันขยายแนวคิดและลงมือดำเนินการ ผลที่ตามมา แก้ไขปัญหาโลกร้อน การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรได้ แน่ ๆๆๆ
วันี้ขอบันทึกไว้เพียงเท่านี้ 10มิ.ย.53 มาต่อวันที่ 11 มิ.ย.53 ครับ
สนใจแนวคิด คุยกันได้ที่โทร. 0861413598 ตลอดเวลา
ต่อจากเมื่อวาน วันนี้ขอเสนอแนวคิดว่าสิ่งที่โลกนี้สร้างมาให้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แต่ถูกคนเราทำลายจนไม่มีทางจะเรียกกลับมาเพื่อสร้างสมดุลยของธรรมชาติได้อีกคือ โคก
หากย้อนไป สัก 50 ปีที่ผ่านมาจะพบว่าทุกพื้นที่ทั่วไปตาม ป่า เขา ท้องทุ่ง หรือทุกพื้นที่ก็ว่าได้จะมี สิ่งที่ชาวบ้าน ภาคกลางเรียกว่า “โคก” มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในปัจจุบันเหลือไม่มากนัก แต่ยังคงพบเห็นได้ทั่ว ๆไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทุกภาคของประเทศหรือของโลกก็ว่าได้ หากเราได้ศึกษาถึงภาวะนิเวศน์ของโคกแล้วจะพบว่ามีความมหัศจรรย์ที่สุด อย่างเหลือเชื่อเช่นเดียวกับภาพยนตร์ เรื่อง “อวตาร AVATAR”ที่ขยายภาพของโคกให้เห็นถึงสิ่งที่มีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่โคก เป็นชุมชนอยู่กันอย่างสันติสุข โดยหลักแล้วจะมีต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น เป็นประทาน และมีอีกมากมายหลายพันชนิดที่ขึ้นอยู่บนโคกนั้น (ที่ยังสมบูรณ์ไม่ถูกมนุษย์รุกรานทำให้เสียสภาพไป)มีสัตว์อีกสารพัดชนิดที่ได้อาศัยอยู่ตั้งแต่ขนาดใหญ่ จนถึงขนาดแมลงบินตัวเล็ก ๆ เท่าตัวริ้น ยุง หรือเล็กว่าเป็นร้อยชนิดทั้งบนดินและใต้ดิน เช่น นกบนต้นไม้ ตะกวด ตุ๊กแก หนู งู(หลายชนิด)มดสารพัดขนาด ปลวก ผึ้ง ฯลฯ (บรรยายไม่หมด) และมากชนิดเรียกได้ว่าถ้าศึกษาให้ทั่วแล้วจะมากจนตะลึง ว่าอะไรจะมากมายได้ขนาดนั้น เหลือเชื่อ
ในทางนิเวศน์โคกที่เคยมีอยู่มากมายได้ถูกทำลายไปจนเกือบจะหมดสิ้นจากการปรับพื้นที่เพื่อทำการเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่ต้องการความราบเรียบ เสมอของหน้าดิน ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมายเช่น น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากฯ จึงได้ทำลายธรรมชาติไปจนไม่มีทางจะเรียกคืนได้ โดยไม่เคยเห็นประโยชน์ของโคกที่ให้ไว้แก่โลก รู้แล้วคงต้องชอกช้ำมากแต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ทราบคุณค่าของสิ่งที่ดีใกล้ตัวอย่างนี้
เรามาดูว่าโคกนั้นสำคัญต่อโลกนี้อย่างไรบ้าง
-เป็นแหล่งพักอาศัยของสัตว์มากมากทุกชนิด
-เป็นร่มเงาให้แก่คน สัตว์
-เป็นตัวขวางกั้นน้ำไม่ให้ไหลบ่าอย่างรวดเร็ว ให้มีการซึมลงใต้ดินเพื่อกลายเป็นน้ำใต้ดิน
วันนี้ 11 มิ. ย. 2553 เรื่องนี้ต้องมีการเผยแร่ความรู้และจะให้ข้อมูลเพิ่มอีติดตามตอนต่อไป ครับ ทันดร โทร. 083 332 3344
เรื่อง โคก ต่อ
ประโยชน์ อันเป็นคุณค่าเหลือประมาณที่โคกได้ให้ไว้แก่มวลมนุษยชาติ
-การป้องกันความแรงของการไหลของน้ำยามน้ำหลาก เป็นเสมือนตัวป้องกันรวมทั้งชะลอการไหลทำให้น้ำซึมลงใต้ดินได้มากขึ้น
การเกิดของโคก เนิน เป็นเองตามธรรมาชาติที่ต้องศึกษาแบบคิดเองว่า เริ่มจากอะไรเป็นสาเหตุ โคกนั้นมีทั้งที่เป็นดิดเหนียว ดินทราย ดินปกติ ดินดีมาก ๆๆๆ ปลวกเป็นผู้สร้างโคก เรื่องโคกนี้จะมีนักวิชาการระดับประเทสกำลังศึกษาข้อมูลรายละเอียดและความพิศดานอยู่ แต่ขอเกริ่นนำไว้หน่อยว่า ทำไมโบราณสถานต่าง ๆจึงต้องจมอยู่ใต้ดิน ที่สุโขทัยก็เป็นเนินดินคลุมแหล่งโบราณสถานเหล่นั้น ทำไมเราไม่คิดสงสัย??????????กันว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นอ ใครคือผู้ที่นำดินนำทรายไปกลบไว้
กลับมาเข้าเรื่องเดิมกันดีกว่าว่าการนำน้ำลงใต้ดินวิธีการธรรมชาติ นั้นจะดีมีผลอย่างไร
ต่อครั้งต่อไป ครับ