พืชตระกูลถั่วลดต้นทุนการผลิต ผลผลิตเพิ่มขึ้น

ปลูกพืชตระกูลถั่วเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน

               พืชตระกูลถั่วเมื่อย่อยสลายจะให้ปุ๋ยอินทรีย์ปริมาณสูง ช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ พืชหลักที่ปลูกมีการเจริญเติบโตเร็วให้ผลผลิตสูง  ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรมีการใช้ที่ดินมานานขาดการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้ดินเสื่อมโทรม  ดินแน่น  พืชเจริญเติบโตช้า  ผลผลิตต่ำ เนื่องจาก ดินตายแล้ว  ความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชไม่มี แม้เกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยเคมีมากแล้วก็ตาม  การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวเมื่อปุ๋ยละลายน้ำแล้วใช่ว่าพืชจะนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย  ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหาร  นั่นคือ ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน(pH)  ระดับ pH ของดินที่เหมาะสมกับความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืช  คือ  5.8-6.5  และดินต้องมีอินทรียวัตถุประมาณ  5 %    อินทรีย์วัตถุในดินเพิ่มช่องว่างระหว่างอนุภาคของดินทำให้ดินมีอากาศและน้ำ ให้ธาตุอาหารพืช ควบคุมไม่ให้ระดับ  pH  เปลี่ยนแปลงเร็ว  เป็นอาหารจุลินทรีย์ในดิน  เมื่อจุลินทรีย์ย่อยสลายอินทรียวัตถุจะได้สารละลายที่ไปละลายธาตุอาหาร(ปุ๋ยเคมี)  ให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้  เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตเร็วผลผลิตสูง

                  พืชตระกูลถั่วที่ทางราชการแนะนำให้ปลูก  ได้แก่  ถั่วคาโลโปโกเนียม,ถั่วเพอราเรีย, ถั่วเซนโตรซีม่า  และถั่วพร้า  เป็นต้น  พืชตระกูลถั่วนอกจากให้อินทรียวัตถุแล้ว ยังช่วยตรึงธาตุ N ให้แก่ดิน  ป้องกันการพังทะลายของดิน และยังเป็นเครื่องเตือนอาการขาดธาตุอาหารของพืชได้ด้วย  เช่น

                  1.  เตือนอาการขาดธาตุฟอสฟอรัส (P)  การสังเกตพืชตระกูลถั่วแสดงอาการ แคระแกร็น  มีใบเล็ก  เจริญเติบโตช้า (ดังรูป)

                  2.  เตือนอาการขาดธาตุโพแตสเซียม (K)  การสังเกตใบพืชตระกูลถั่ว  แผ่นใบจะมีสีเหลืองซีดในขณะที่เส้นใบยังคงสีเขียวอยู่  (ดังรูป)