พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ (Puangrat Patomsirirak)
นางสาว พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ (Puangrat Patomsirirak) Cherry ปฐมสิริรักษ์

การให้คำปรึกษาโดยมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก แก่คุณ Jil เรื่องการรับบุตรบุญธรรม


น้ำใจจากผู้ร่วมสังคม
บันทึกการให้คำปรึกษาโดยมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก แก่คุณ Jilซึ่งประสงค์จะขอรับ นายสมศักดิ์ เป็นบุตรบุญธรรม
 4 มิถุนายน 2553
ณ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

                วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553 คุณ Jil Sharon MoraMarco ได้เดินทางไปมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เพื่อขอรับคำปรึกษาจากครูต้น และครูตุ้มเจ้าหน้าที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เกี่ยวกับเรื่องที่คุณ Jil จะขอรับ สมศักดิ์ เป็นบุตรบุญธรรม ทั้งนี้ครูต้นซึ่งเป็นผู้ทราบรายละเอียดของสมศักดิ์จะเป็นผู้ดูแลและให้คำปรึกษาหลักในเรื่องนี้
                หลังจากครูต้น และครูตุ้มได้ทราบความประสงค์ของคุณ Jil และประวัติของคุณ Jil และครอบครัวจากเอกสารบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับชาวต่างชาติซึ่งประสงค์จะรับ นายสมศักดิ์ เป็นบุตรบุญธรรม และจากการบอกเล่าโดยตรงของคุณ Jil แล้วนั้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ฯ ทั้งสองได้เล่ารายละเอียดประวัติของสมศักดิ์เพิ่มเติมในส่วนที่คุณ Jil ไม่ทราบ คือ เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาทางมูลนิธิ ฯ ทราบจากการบอกเล่าของสมศักดิ์ว่า สมศักดิ์เองยังมีน้องชายร่วมสายโลหิตอีก 2 คนซึ่งเคยอาศัยอยู่ด้วยกันครั้งยังเด็ก คนหนึ่งอายุ 12 ปี และอีกคนหนึ่งอายุ 14 ปี ทางมูลนิธิได้พยายามค้นหาข้อมูลในส่วนนี้เพิ่มเติม และพบว่าเด็กชายทั้งสองคนที่เป็นน้องร่วมสายโลหิตของสมศักดิ์นี้ไม่มีเอกสารระบุทราบตัวบุคคล ไม่มีทั้งสูติบัตร ทะเบียนบ้าน ไม่ทราบสัญชาติเช่นเดียวกับกรณีของสมศักดิ์ เด็กชายทั้งสองจึงน่าจะถูกจัดว่าเป็น “เด็กไร้รากเหง้า” เช่นกัน เอกสารซึ่งเด็กชายทั้งสองคนถืออยู่นั้นเป็นของที่ทำปลอมขึ้นโดยอาศัยชื่อและประวัติเด็กคนอื่น ผู้ที่ทำเอกสารปลอมนี้ขึ้น คือ ผู้ที่ดูแลสมศักดิ์และน้องทั้งสองหลังจากที่ถูกแม่ทิ้งไป เด็กทั้งสามเรียกผู้ดูแลว่า “ป้า” ซึ่งป้าทำเอกสารปลอมขึ้นก็เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครเรียนต่อในระดับสูงของเด็ก ๆ เพราะหากเด็กไม่มีเอกสารระบุทราบตัวบุคคลโรงเรียนก็จะไม่รับเข้าศึกษา และหลังจากเด็กทั้งสามอยู่ด้วยกันไม่นานนักด้วยวัยที่สูงขึ้นและเพื่อโอกาสทางการศึกษาของสมศักดิ์ สมศักดิ์จึงถูกส่งตัวไปศึกษาต่อที่อื่นและไปอยู่กับผู้หญิงอีกคน คาดกันว่าน่าจะชื่อ “ครูกาญ” ส่วนน้องชายทั้งสองป้าได้ส่งไปอยู่กับพระที่วัดแห่งหนึ่ง และนี่คือจุดเริ่มต้นที่เด็กทั้งสามแยกกันอยู่ ทั้งนี้พระซึ่งดูแลน้องชายของสมศักดิ์ค่อนข้างเป็นกังวลเรื่องการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นของเด็กชายทั้งสอง เพราะเด็กทั้งสองไม่มีเอกสารระบุทราบตัวบุคคลที่แท้จริงของตนเองเลย พระจึงได้เล่าเรื่องนี้ให้กับทางมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ปัจจุบันเด็กชายทั้งสองอยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก โดยใช้นามสกุลของมูลนิธิ ฯ เช่นเดียวกับสมศักดิ์ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาประกอบกับเด็กชายทั้งสองมีรูปร่างหน้าตาคล้ายสมศักดิ์มากทางมูลนิธิ ฯ จึงค่อนข้างเชื่อว่าเด็กทั้งสามเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตจริง
                ทางด้านคุณ Jil เคยเจอเด็กชายทั้งสองที่เป็นน้องของสมศักดิ์แล้ว แต่เธอไม่คิดว่าจะเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต จนกระทั่งได้ฟังจากทางมูลนิธิ อย่างไรก็ตามคุณ Jil คิดว่าควรพาเด็กชายทั้งสองไปตรวจ DNA  เพราะหากทั้งสามเป็นพี่น้องกันจริงก็จะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่จะมีปัญหาที่น่าเป็นห่วงตามมา คือ คุณ Jil เคยพาสมศักดิ์ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และผลตรวจปรากฏว่าสมศักดิ์สุขภาพไม่แข็งแรง เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี  และหากเด็กชายทั้งสองเป็นน้องชายที่แท้จริงของสมศักดิ์ เด็กทั้งสองก็อาจจะกำลังเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีที่ถ่ายทอดมาจากแม่เช่นกัน ดังนั้นจึงควรต้องทราบไว้เพื่อพาเด็กชายทั้งสองไปรักษาต่อไป
                คุณ Jil เป็นห่วงสุขภาพของสมศักดิ์เป็นอย่างมาก เธอคิดว่าสมศักดิ์อาจต้องรักษาโดยการถ่ายเลือดทุก 6 เดือน คุณ Jil ค่อนข้างไม่เป็นกังวลใจถึงเรื่องที่ว่าสมศักดิ์มีน้องชายร่วมสายโลหิตเพราะทางมูลนิธิฯ ได้แจ้งให้เธอทราบชัดเจนว่า การรับบุตรบุญธรรมมีผลเฉพาะบุคคล การรับคนพี่เป็นบุตรบุญธรรมไม่จำเป็นว่าจะต้องรับคนน้องด้วย อย่างไรก็ตามเธอกล่าวว่า หากเรื่องรับสมศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรมสำเร็จเรียบร้อย ในส่วนของน้องชายสมศักดิ์เธออาจจะปรึกษากับคุณ Jack สามีของเธอ แต่เธอก็ต้องการจะพาเด็กทั้งสองไปรักษาในกรณีที่เด็กทั้งสอบเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีโดยเธอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
                ขณะนี้คุณ Jil ทราบแล้วว่าการรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายไทย บุตรบุญธรรมจะมีสถานะเช่นบุตรที่แท้จริงคือลูกสาวของเธอ ในทุก ๆ เรื่อง รวมทั้งเรื่องทรัพย์สินของเธอ ซึ่งเธอกล่าวว่าเธอไม่ได้วิตกกังวลในส่วนนี้
คุณ Jil มองการณ์ไกลถึงเรื่องที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพ ฯ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในคราวที่สมศักดิ์ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา และเพื่อให้น้องชายของสมศักดิ์มาพักในช่วงปิดเทอมเพื่อเรียนภาษาอังกฤษ
หลังจากที่ครูต้น และครูตุ้มเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้คุยกับคุณ Jil ทั้งสองมีความเห็นว่าคุณ Jil มีเจตนารับสมศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรมเพื่อช่วยเหลือให้สมศักดิ์มีชีวิตที่ดีขึ้นจริง โดยไม่น่ามีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่ด้วยสมศักดิ์อยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิ ฯ ครูทั้งสองจึงขอเวลาคุยกับสมศักดิ์โดยตรงเพื่อให้ได้ความว่าสมศักดิ์ยินดี พอใจกับการรับบุตรบุญธรรมครั้งนี้จริง โดยครูทั้งสองจะเดินทางไปคุยกับสมศักดิ์ที่จังหวัดลพบุรีในวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ได้ความอย่างไรจะแจ้งให้ทางคุณ Jil ทราบ
ครูทั้งสองกล่าวว่าถ้าสมศักดิ์ไม่ขัดข้องในเรื่องการรับบุตรบุญธรรม ทางมูลนิธิก็ไม่ขัดข้องเช่นกัน ทั้งนี้ทางมูลนิธิไม่เคยทำเรื่องรับบุตรบุญธรรมมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้คือบ้านราชวิถี ดังนั้นจึงแนะนำว่าระหว่างนี้คุณ Jil ควรสอบถามบ้านราชวิถีถึงหลักเกณฑ์ เอกสารที่จะต้องใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอรับบุตรบุญธรรม ซึ่งคุณ Jil ก็เห็นสมควรเพราะหากมีเอกสารใด ๆ ที่ต้องใช้เธอจะได้แจ้งให้ลูกสาวของเธอนำมา เนื่องจากลูกสาวของเธอจะเดินทางมาประเทศไทยประมาณวันที่ 21 มิถุนายน 2553
หมายเลขบันทึก: 364603เขียนเมื่อ 7 มิถุนายน 2010 01:09 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มิถุนายน 2012 14:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

รี่ลองเอาสิ่งที่รี่ได้ศึกษาจาก "พรบ.การรับบุตรบุญธรรม" รวมทั้ง "แนวปฏิบัติในการรับบุตรบุญธรรมจากบ้านราชวิถี" (จากการโทรไปสอบถาม) เขียนลงอีกบันทึกหนึ่งดีไหม และหากขยันๆ หน่อย จะลองแปลเป็นภาษาอังกฤษให้คุณ Jil ก็ได้นะ แล้วอาจารย์จะช่วยดูให้..

อันนี้ก็ถือว่าเป็นความช่วยเหลือที่เราได้ให้คำแนะนำทางกฎหมายให้เขาแล้วเหมือนกันนะคะ..

เชอร์รี่จ๊ะ อยากให้เพิ่มคำสำคัญ bkk.legalclinic และ คำว่า เคสในห้องอาจารย์แหวว ด้วยนะคะ เพื่อสะดวกในการค้นหาค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี