เหงือกอักเสบ, ปริทันต์อักเสบ

คนส่วนใหญ่จะคิดว่าโรคในช่องปาก ก็มีแค่ฟันผุ ปวดฟัน เสียวฟัน แต่อย่าลืมว่าในช่องปากของเราไม่ได้มีแต่ฟันเท่านั้น ในช่องปากยังมีอวัยวะอื่นๆ ที่ช่วยในการทำหน้าที่ของฟัน นั่นก็คือ เหงือก และกระดูกที่รองรับฟัน และเจ้าอวัยวะที่ว่านี่แหล่ะ เป็นส่วนที่มักจะเกิดโรคที่เป็นปัญหาในช่องปากของผู้ใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบ

                ลองดูกันซิว่า คุณมีลักษณะต่างๆ เหล่านี้หรือไม่

  • รู้สึกว่าตัวเองมีกลิ่นปาก
  • มีเลือดออกเวลาแปรงฟัน
  • เวลาใช้ไม้จิ้มฟัน มักจะมีเลือดซึมออกมาด้วย
  • มีหินปูนเกาะบนฟัน หรือมีคราบเหลืองๆ ดำๆ
  • เหงือกดูบวมๆ สีแดงก่ำ ดูนิ่มๆ เละๆ
  • ฟันบางซี่มีเหงือกร่น บางซี่ดูยื่นยาวขึ้น บางครั้งกัดฟันแล้วรู้สึกเจ็บ หรือรำคาญ
  • รู้สึกฟันห่างมากขึ้น
  • ฟันไม่ผุ แต่กลับมีอาการปวด โยก  หรือบวม มีหนองเป็นๆ หายๆ
  • เป็นคนสูบบุหรี่จัด หรือเป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ค่อยได้

หากคุณมีลักษณะเหล่านี้ข้อใดข้อหนึ่ง ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนแล้วล่ะ ว่าคุณกำลังเป็นโรคเหงือกอักเสบ ซึ่งในบางคน การอักเสบจะลุกลามไปถึงกระดูกรองรับฟันจนกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบ หรือโรครำมะนาด ซึ่งจะมีผลเสียตามมามากมาย ตั้งแต่การมีกลิ่นปาก เหงือกร่น ฟันโยก บวม เป็นหนอง จนต้องถอนฟันในที่สุด .... และคุณรู้หรือไม่ว่า คนเฒ่าคนแก่ที่มารับบริการใส่ฟันเทียม ส่วนใหญ่ก็สูญเสียฟันจากโรคปริทันต์อักเสบนี่แหล่ะ !!  

การรักษาโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์อักเสบ มีตั้งแต่การขูดหินปูน เกลารากฟัน จนไปถึงการผ่าตัด การรักษาจะซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้นตามระดับความรุนแรงของโรค ดังนั้น การหมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะได้ตรวจพบและรักษาโรคอย่างทันท่วงที

อย่างไรเสีย.. หัวใจของการรักษาโรค ก็อยู่ที่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของคนไข้เอง เพราะสาเหตุของโรคเกิดจากคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่ตามคอฟัน ดังนั้น หากเราหมั่นทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดอย่างทั่วถึง และสม่ำเสมอ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดโรคและป้องกันการลุกลามของโรคได้

 

เหงือกปกติ มีสีชมพูอ่อน ไม่มีลักษณะบวมน้ำ

เหงือกบวม

เหงือกร่น ฟันดูยื่นยาว

เหงือกบวม มีตุ่มหนอง

ฟันเคลื่อนห่างกันมากขึ้น

 

ิัby: jeab