ขอบคุณคุณเชษฐา ดร.กะปุ่ม และคุณหมอปัทมา ที่เป็นกัลยาณมิตรเรียนรู้ Recovery Model สู่คนไทย รวมถึงนักกิจกรรมบำบัด 35 คน นักกายภาพบำบัด 1 คน เจ้าหน้าที่ วฟ 1 คน และคณะกรรมการจัดประชุมวิชาการสมาคมนักกิจกรรมบำบัด/อาชีวบำบัดแห่งประเทศไทย ที่เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง Recovery Model

ผมขอบันทึกข้อมูลเชิงคุณภาพสะท้อนความดีของนักกิจกรรมบำบัดในการประยุกต์ Recovery Model กับคนไทย ดังนี้

รางวัลที่ 1 ขอแสดงความยินดีกับนักกิจกรรมบำบัดเดือนงาม ภักดี

ประยุกต์ใช้ Recovery Model

ใช้กับตัวเอง

- ทำตัวเองให้สดชื่น ดูดี

- ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นนิสัย

- คิดดี คิดบวก เสมอ

- ปิยวาจา (ฝึกบ่อยๆ)

ใช้กับผู้ป่วย/ญาติ

- ใส่ใจต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย/ญาติก่อนสภาพร่างกาย

- หวังดีต่อการเจ็บป่วยด้วยจิตใจที่อยากให้เขาหาย/ดีขึ้น

ใช้กับหน่วยงาน

- พัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดูดี/เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วย ตัวเอง และคนรอบข้าง

- ใส่ใจคนรอบข้างให้มากๆ ทำทุกๆวัน โดยการสอบถามถึงความเป็นอยู่ ความทุกข์ ฯลฯ

ใช้กับองค์กร

- ช่วยเหลืองานส่วนรวมขององค์กรเพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเองมากขึ้น

ใช้กับสังคม

- เป็นคนดีของสังคม ช่วยงานสาธารณะให้มากๆ

รางวัลที่ 2 ขอแสดงความยินดีกับนักกิจกรรมบำบัดธีรวรรณ ราชดี

จากการฟังเรื่อง Recovery Model แล้ว ทำให้เข้าใจความเป็นบุคคลและตัวตนของมนุษย์มากขึ้น มีความคิดและมุมมองใหม่ในการที่จะให้การรักษา การเข้าหาผู้ป่วยว่าจะทำงานและการร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานอย่างไร ก่อนอื่นเราก็ควรต้อง Recovery ตัวเราก่อน ต้องมีความหวังและความคิดด้านบวกกับตนเอง มันก็จะส่งผลต่อการฝึกผู้ป่วยด้วยโดยไม่ต้องคาดหวังว่าเค้าจะต้องดีขึ้นเมื่อมารับการรักษา เน้นความเข้าใจและความกระตุ้นความคิดของผู้ป่วยต่ออาการของเค้า ไม่ทำตัวเป็นความหวังให้ผู้ป่วย แต่ให้ผู้ป่วยคาดหวังและวางแผนความคิดของตัวเค้าเอง ตามความพึงพอใจ แล้วเค้ามีความสุข

สำหรับนักกิจกรรมบำบัดท่านอื่นๆ ผมลองสรุปคำสำคัญและแสดงเปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ที่แสดงความคิดเห็นตรงกัน (n = 40) ดังนี้

1. ประชาสัมพันธ์การประยุกต์ Recovery Model และคุณค่างานกิจกรรมบำบัด 10%

2. สร้างความคิดเชิงบวกและศรัทธาระหว่างผู้บำบัดและผู้รับการบำบัด 12.5%

3. สร้างความตระหนักรู้ในการประเมินศักยภาพและความสามารถในกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้บำบัดและผู้รับการบำบัด 25%

3. ผู้บำบัดเปิดใจ รับฟัง สังเกต กระตุ้นให้วางแผนความคิดแบบนอกกรอบในผู้รับการบำบัด 25%

4. ผู้บำบัดและผู้รับการบำบัดเป็นคนดีของสังคมด้วยการเรียนรู้และเสริมสร้างพลังชีวิต จิตวิญญาณ และคุณภาพชีวิต 30%

5. ผู้บำบัดสร้างรอยยิ้ม มองสุขภาพแบบองค์รวม และปรับสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาในผู้รับการบำบัด 40% 

6. ผู้บำบัดและผู้รับการบำบัดสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ และช่วยเหลือกัน 47.5%

7. ผู้บำบัดใส่ใจ เข้าใจ พอใจ ในความคาดหวัง ความมั่นใจ อารมณ์ และความต้องการของผู้รับการบำบัด 67.5%